ด้วยแรงแห่งบุญ…กบ – ปภัสรา เตชะไพบูลย์ (ตอน 1)

ด้วยแรงแห่งบุญ…กบ – ปภัสรา เตชะไพบูลย์ (ตอน 1)

คนไทยมีสุภาษิตและคำพังเพยเกี่ยวกับเรื่อง “บุญ” ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็น “บุญทำกรรมแต่ง” “บุญพา วาสนาส่ง” หรือ “แข่งเรือแข่งพายยังแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนานั้นแข่งยาก” หลายคนมองว่าชีวิตของ กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์ มีบุญหนุนนำ ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ มีชีวิตที่สุขสบายราวกับเจ้าหญิง นั่นเป็นแค่ภาพภายนอกที่ทุกคนเห็น แต่ลองกลับไปมองชีวิตที่ผ่านมาของกบก่อนหน้านี้ดู แล้วจะเข้าใจว่าทุกสิ่งที่เรียกได้ว่าบุญวาสนานั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองไม่ได้มาจากความโชคดี แต่มาจากการ “ลงมือทำ”…ทำด้วยสมอง ทำด้วยสติปัญญาของตัวเอง

กบบอกได้เลยว่า กบเชื่อมั่นในการทำความดี ทำบุญทำกุศล กบเชื่อมั่นในการเป็นผู้ให้ เพราะมือของผู้ให้ ย่อมอยู่เหนือกว่ามือของผู้รับเสมอ ซึ่งไม่ได้หมายความว่ามือของผู้รับด้อยกว่า เพียงแต่มือของผู้ให้นั้นมี “โอกาส” มากกว่าเท่านั้น บางครั้งในบางเรื่องเราเป็นผู้ให้คนอื่นได้ แต่ในบางครั้งมือของเราก็กลายเป็นมือของผู้รับได้เช่นเดียวกัน

ปีนี้กบอายุ 41 ปีแล้ว ได้รู้ ได้เห็นแล้วว่า การคิดดี ปฏิบัติดี ทำให้เรามีแต่มิตรที่ดี และถึงจุดหนึ่งเมื่อเราคิดอ่านจะทำอะไร สิ่งดีๆ ก็จะวิ่งเข้ามาหาเราเองโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปแสวงหา

ยิ่งไปกว่านั้น กบเชื่อว่าความดีที่เราทำจะช่วยให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งหลายได้ เหมือนที่กบเคยประสบมากับตัวเอง รอดตาย เพราะพระในบ้าน

หลายคนคงทราบกันดีแล้วว่ากบเป็นลูกชาวนา เกิดที่สุพรรณบุรีพ่อและแม่ (อุดม – สะอาด หุ่นศิลป์) มีอาชีพทำไร่ทำนา รับจ้าง ตอนนั้นด้วยความที่ฐานะที่บ้านยากจน กบก็จะคิดมาตั้งแต่เด็กแล้วว่า

“ถ้ามีเงิน หนูจะดูแลพ่อแม่ให้สบายที่สุด จะไม่ให้พ่อแม่ต้องทำงานเหน็ดเหนื่อยอีกต่อไป หนูจะทำมาหากิน ต่อให้เหนื่อยสายตัวแทบขาดอย่างไรก็ยอม แต่จะไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่เดินทางลัด แต่จะทำด้วยลำแข้ง ด้วยสมองและสติปัญญา”

กบรักพ่อรักแม่มาก มองว่าท่านเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ตั้งแต่เด็กมาแล้ว ใครมาว่าพ่อว่าแม่ กบไม่ยอมเด็ดขาด ต่อให้เป็นพี่ป้าน้าอาก็ไม่ได้ แม้กระทั่งพี่น้องทุกคน ทุกวันนี้กบก็จะบอกเสมอว่าเวลาพูดจาอะไรกับพ่อแม่ ต้องพูดจาให้ดีที่สุด ท่านเป็นเหมือนพระในบ้านที่เราต้องเคารพบูชาทั้งกาย วาจา ใจ กบคิดเสมอว่า ถ้าไม่มีท่านทั้งสอง เราก็ไม่สามารถเกิดมาเป็นมนุษย์ ไม่ได้เกิดมาทำคุณงามความดี มาทำบุญ หรือต่อยอดบุญให้ตัวเองได้เหมือนทุกวันนี้

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ด้วยความรักและความกตัญญูที่กบมีต่อพ่อแม่นี่เอง กบเชื่อว่าทำให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งหนึ่งมาได้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว ตอนนั้นกบต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัด คนขับรถของกบขับด้วยความเร็วในระดับปกติ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีรถคันหนึ่งเสียหลักจากถนนอีกเลนหนึ่งพุ่งเข้ามาหารถที่กบนั่ง คนขับรถจึงตัดสินใจหักหลบอย่างรวดเร็ว แล้วหลังจากนั้นภาพที่กบเห็นติดตาคือ รถที่นั่งมาหมุนลอยคว้างขึ้นไปบนอากาศอยู่หลายรอบ นาทีนั้นกบได้แต่ภาวนาว่า “พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยลูกด้วย” กบไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดไปเห็นหน้าพ่อหน้าแม่อีกไหม แต่แทบไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นรถก็ตกลงมากระแทกพื้นโดยไม่พลิกคว่ำแต่อย่างใด จากสภาพของรถที่หลายคนเห็นต่างก็คิดว่าคนในรถน่าจะบาดเจ็บสาหัส แต่กลายเป็นว่ากบบาดเจ็บที่ตาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เหตุการณ์ในวันนั้น เปลี่ยนความคิดในการใช้ชีวิตของกบเป็นอย่างมาก ความตายที่อยู่ตรงหน้าทำให้กบรู้ว่า “ชีวิตของเราไม่มีวันพรุ่งนี้ มีแต่วันนี้ วินาทีนี้เท่านั้น” เพราะถ้ารอให้ถึงวันพรุ่งนี้ก็อาจสายเกินไป กบจึงใช้เวลาที่มีอย่างรู้คุณค่า ทำในสิ่งที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข โดยไม่เดือดร้อนคนอื่น ทำบุญแล้วได้อะไร

สมัยเด็กๆ ตอนอยู่บ้านนอก กบตื่นตั้งแต่ตีสี่มาหุงข้าวทำกับข้าวใส่บาตร พอถึงวันพระก็เดินถือตะกร้าไปทำบุญไหว้พระที่วัดกับแม่ใหญ่(คุณยาย) ในขณะที่พ่อแม่พี่น้องคนอื่นๆ ไม่ได้ทำแบบนี้เลย ตอนแรกกบก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ใหญ่ต้องบังคับให้กบทำอยู่คนเดียว มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อสิ่งนี้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันในชีวิตของกบไปแล้ว

เมื่อมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ กบตื่นแต่เช้ามาทำบุญใส่บาตรทุกวันเมื่อก่อนวันไหนที่ต้องไปกองถ่ายแต่เช้ากบจะเตรียมของไปใส่บาตรระหว่างทาง หรือถ้าหากไปต่างจังหวัดก็จะเตรียมข้าวของไปถวายสังฆทานไว้เป็นชุดๆ หลังๆ ก็เปลี่ยนมาถวายอาหารเพลแทนบ้าง วันไหนมีเวลา กบก็จะลุกขึ้นมาทำกับข้าวด้วยตัวเอง ส่วนหน้าที่ใส่บาตรทุกวันนี้ยกให้ลูกสาว(น้องเหนือ เตชะไพบูลย์) ไป

บางคนเคยถามกบว่า การทำความดีคืออะไรทำไมบางคนทำดีแล้วไม่ได้ดี กบบอกว่า อย่าคิดแบบนั้น เพราะจะทำให้ชีวิตท้อแท้ คนเราทำบุญทำความดี ใจของเรารู้ ตัวเรารู้ สักวันผลดีจะตอบแทนกลับมาโดยที่เราไม่ต้องร้องขอ ส่วนคนที่ทำไม่ดีแล้วได้ดี เชื่อเถอะว่าได้ดีไม่นาน เพราะไม่ช้าไม่นานผลกรรมที่เคยทำไว้ก็จะกลับมาตอบสนองนั่นเอง

ที่สำคัญ เวลาทำความดีไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นเห็น หรือต้องให้สังคมรับรู้ กบคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะทำบุญเป็นล้านๆ เพียงเพื่อให้คนอื่นเห็นเพราะถ้าทำแบบนั้นคุณก็จะได้แต่หน้า แต่ข้างในใจจะไม่ได้อะไรเลยเพราะในใจไม่ได้คิดดี ไม่ได้มีความตั้งใจในการกระทำ

กบคิดว่า ถ้าเรามีความสุขที่จะทำบุญในจำนวนเท่าไหนก็เท่านั้น อยากให้ห้าบาทก็ให้ อยากให้แสนบาทก็ให้ ไม่จำเป็นต้องมานั่งคิดว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร เวลาใครมาพูดว่าต้องทำบุญในจำนวนเยอะๆ เพื่อรักษาหน้า กบก็จะบอกว่า “กบไม่ชอบทำบุญรักษาหน้า หน้ากบดีพออยู่แล้ว” ดังนั้นจึงไม่เคยทำบุญด้วยจุดประสงค์นี้

มีคนเคยพูดกับกบว่า “กบทำบุญทำกุศลมาเยอะ จึงโชคดีมาถึงทุกวันนี้” กบบอกว่า ความดีที่กบทำไม่ใช่การทำดีอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่การดูแลพ่อแม่พี่น้อง ไม่ใช่การทำบุญใส่บาตรไหว้พระ สวดมนต์ แต่การทำความดีจริงๆ แล้วเป็นคำที่กว้างมาก คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต ถ้าเราทำด้วยความตั้งใจ ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็สามารถเกื้อหนุนเป็นบุญให้ชีวิตเราได้

แต่ต่อให้เราทำความดีมากแค่ไหน อุปสรรค ปัญหา และความทุกข์ก็ยังสามารถเข้ามาหาเราได้ เมื่อสิบปีที่แล้วกบเคยทุกข์ใจมากเมื่อพ่อเริ่มล้มป่วยเป็นอัมพาต ตอนนั้นคิดแต่ว่า มันยุติธรรมแล้วเหรอในวันที่เราสบาย ได้ดี แต่พ่อกลับต้องมาเป็นแบบนี้ ถ้าสบายแล้วพ่อเป็นแบบนี้ก็ไม่เอาหรอกนะกบพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้พ่ออาการดีขึ้น รวมทั้งการให้พ่อทำบุญถวายสังฆทาน แล้วกบก็พบว่า…

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Secret คือแรงบันดาลใจ
สั่งซื้อนิตยสารหรือสมัครสมาชิก Secret ได้ที่ 0-2423-9889
ทาง Naiin.com : https://www.naiin.com/magazines/title/SC/

keyboard_arrow_up