ความรักที่ยิ่งใหญ่ ของเกาหลีเหนือและเวียดนาม

ความรักที่ยิ่งใหญ่ ของเกาหลีเหนือและเวียดนาม ความรักที่ยิ่งใหญ่ เป็นคำนิยามความรักที่ไม่ผิดไปจากเรื่องจริงนักกับเรื่องราวความรักของ รียองฮุย หญิงชาวเกาหลีเหนือ และ ฟามง็อกคาน ชายชาวเวียดนาม ทั้งสองตกหลุมรักกันและพบกันอีกครั้งในปี 1971 แต่กว่าจะได้แต่งงานกันเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงปี 2002 แต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่ง่ายนัก เพราะต้องใช้เวลาฝ่าฝันอุปสรรคถึง 30 ปีกว่าผู้นำเกาหลีเหนือจะอนุญาตให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน เรื่องราวของทั้งคู่จึงเป็นที่จดจำของคนในเวียดนามและเกาหลีเหนือ รียองฮุยได้พบหน้าฟามง็อกคาน เป็นครั้งแรกเมื่อเขายังเป็นนักศึกษาหนุ่มน้อย อายุ 18 ปี ที่เดินทางจากเวียดนามมาเรียนวิชาเคมีที่เมืองฮัมฮุงของเกาหลีเหนือ เมื่อปี 1967 ฟามง็อกคานตกหลุมรักรียองฮุยตั้งแต่แวบแรกที่เขามองลอดประตูห้องแล็บในเมืองฮัมฮุง และเห็นเธอนั่งทำงานอยู่ในนั้น ฟามง็อกคานตั้งใจว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องแต่งงานกับเธอให้ได้ แต่หลังจากเรียนจบ ฟามง็อกคานก็เดินทางกลับไปกรุงฮานอยในปี 1973 และทั้งสองก็ไม่มีโอกาสได้พบกันอีก เพราะชาวเกาหลีเหนือไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ และไม่อาจติดต่อกับชาวต่างชาติได้ เวียดนามในขณะนั้นยังอยู่ในห้วงสงคราม ก่อนที่ฟามง็อกคานจะกลับไปเวียดนามเขาบอกรียองฮุยว่าเขาจะกลับมาหาเธออีกครั้ง และเขาก็ได้กลับไปเกาหลีเหนืออีกครั้งในปี 1978 ครั้งนั้นเขาให้สัญญากับรียองฮุยว่า “วันหนึ่งเราจะได้อยู่ด้วยกัน ขอให้รอจนถึงวันนั้น” สิ่งที่ฟามง็อกคานทำได้ตลอด 30 ปี ถัดมาจากนั้นก็คือเขียนจดหมายรักส่งไปหารียองฮุย ซึ่งบางฉบับเขาต้องใช้ล่ามช่วยแปล แต่จดหมายทั้งหมดที่ส่งไปนั้น ไม่เคยได้รับการตอบกลับเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฟามง็อกคาน เดินทางกลับไปทำงานในฐานะล่ามในเกาหลีเหนืออีกหลายครั้ง เขาเฝ้าถามหารียองฮุยอยู่เสมอ ซึ่งครั้งหนึ่งเขาได้รับการบอกกล่าวว่ารียองฮุยได้แต่งงานไปแล้ว และอีกครั้งหนึ่งมีคนบอกเขาว่ารียองฮุยเสียชีวิตไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฟามง็อกคานหมดหวัง […]

ชีวิตคือ การเปลี่ยนแปลง

ชีวิตคือ การเปลี่ยนแปลง ชีวิตคือ  การเปลี่ยนแปลง แทบทุกคนย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้อาจจะยิ่งใหญ่จนเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็เป็นได้ ชีวิตของโทมัส วิกกินส์ หรือ Blind Tom นักดนตรีอัจฉริยะที่เกิดมาเป็นทาส แต่ชีวิตกลับพลิกผันไปสู่หนทางการเป็นนักเปียโนชื่อดัง โทมัส วิกกินส์ มีฉายาว่า Blind Tom ตอนที่โทมัสเกิดเขาถูกขายให้กับนายพล เจมส์ นีล ผู้เป็นทนายและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จากจอร์เจีย ถึงแม้จะตาบอดตั้งแต่เกิด แต่เด็กชายคนนี้ก็มีพฤติกรรมที่แปลกประหลาด เขาหลงใหลในเสียงและเสียงเพลง โทมัสสามารถเสียงสัตว์ได้อย่างแม่นยำ และสามารถจำบทสนทนาที่ยาวถึงสิบนาทีได้ โทมัสเริ่มเล่นเปียโนครั้งแรกเมื่อตอนอายุเพียงแค่ 4 ขวบ หลังจากที่ลูกสาวของเจมส์อนุญาต ครั้งนั้นเขาสามารถแกะเพลงที่ลูกสาวของเจมส์เล่นได้ ทั้งที่เธอเป็นนักดนตรีระดับแนวหน้ามาก่อน เจมส์รับรู้ถึงพรสวรรค์ของเขาจึงอนุญาตให้เขาเล่นเปียโนได้ตามที่เขาต้องการ บทเพลงแรกโทมัสแต่งมีชื่อว่า The Rain Storm ถูกแต่งขึ้นเมื่อตอนเขาอายุได้ 5 ขวบ และเมื่อโทมัสอายุได้ 6 ขวบ เขาก็เริ่มออกแสดงในบริเวณรัฐจอร์เจีย นั่นทำให้เขาเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นอัจฉริยะทางดนตรี เมื่อโทมัสอายุได้ 8 ขวบ เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในนาม Blind Tom โอลิเวอร์ เพอร์รี่ ก็ยืมตัวเขาไปแสดงคอนเสิร์ตทั่วอเมริกา และสามารถทำเงินได้มากถึงปีละ 100,000 ดอลลาร์ […]

คนดี ผู้มาปรากฏตัวในวันที่หิมะตกหนัก

คนดี ผู้มาปรากฏตัวในวันที่หิมะตกหนัก คนดี ผู้มาปรากฏตัวในวันที่หิมะตกหนัก การทำความดี ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลกนี้ก็สามารถทำความดีได้ เหมือนเรื่องของ จามาล โคล ชายหนุ่มคนหนึ่งจากเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จามาล เป็นหัวหน้ากลุ่ม My Block, My Hood, My City ซึ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่คอยทำความดี ช่วยเหลือคนในสังคมโดยไม่หวังผลกำไร อย่างที่รู้กันว่าในประเทศเมืองหนาว หากวันใดมีหิมะตกหนักมากจะไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลย โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะเมื่อหิมะตกในจำนวนมากก็จะกองขึ้นสูง อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ การกวาดหิมะให้พ้นทางเข้าบ้านจึงเป็นภาระที่หนักมากสำหรับผู้สูงอายุ   จามาล โคล เขาเป็นคนมีน้ำใจคอยช่วยกวาดหิมะให้ผู้สูงอายุอยู่เสมอ แต่ด้วยหิมะที่มีจำนวนมากทำให้เขาไม่สามารถช่วยผู้สูงอายุด้วยตัวคนเดียว เขาจึงเกิดความคิดขอความช่วยเหลือจากคนหนุ่มสาวในชุมชนมาช่วยกันกวาดหิมะให้กับผู้สูงอายุ จามาลทวีตลงทวิตเตอร์ส่วนตัว เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เพื่อขอความช่วยเหลือไว้ว่า “ชาวชิคาโก ผมอยากได้อาสาสมัคร 10 คนมาช่วยผมกวาดหิมะให้กับคนชราในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาส่งอีเมลขอความช่วยเหลือเข้ามาเยอะแล้ว ถ้าใครสะดวกให้มาเจอผมที่ ถนนสาย 79 ป้าย Red Line เวลา 10.00 น. ผมมีเสื้อฮู้ดกันหนาว หมวก และข้าวกลางวันให้สำหรับทุกคนที่มา” […]

เฌอปราง BNK48 ถูกรับคัดเลือกให้เป็น “ทูตพระพุทธศาสนาวันมาฆบูชา 2561”

เฌอปราง อารีย์กุล หรือ เฌอปราง BNK48 ไอดอลกรุ๊ปคนไทย จากประเทศญี่ปุ่น ได้รับเลือกให้เป็น ทูตพระพุทธศาสนาวันมาฆบูชา 2561 ทั้งนี้จะมีการมอบในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 จะมีขึ้นในเวลา 14.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้าซีคอน บางแค กรุงเทพฯ

พี่แอม เสาวลักษณ์ กับความคิดถึงที่มีต่อคุณพ่อ

ซีเคร็ตขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับ พี่แอม เสาวลักษณ์ ในการทำหน้าที่เพื่อครอบครัว เพื่อตนเอง และเพื่อสังคมต่อไป สู้ ๆ นะคะ ^^

ความรักที่ไม่มีวันตาย แม้ความทรงจำจะแหลกสลายไปก็ตาม

ความรักที่ไม่มีวันตาย แม้ความทรงจำจะแหลกสลายไปก็ตาม ความรักที่ไม่มีวันตาย แม้ความทรงจำจะแหลกสลายไปแล้วก็ตาม เป็นคำพูดที่สามารถนำมาใช้ได้จริงกับเรื่องราวความรักของคุณตารอน เครเมอร์และคุณยายดอนน่า เครเมอร์ จากเมืองอัลบูเคอร์กี รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน ความรักของทั้งคู่ก่อตัวขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1979 และยืนยาวมาถึง 39 ปีที่แล้ว ตั้งแต่วาเลนไทน์ปีแรกจนถึงปีที่ 39 คุณยายดอนน่ายังคงได้รับดอกไม้และช็อกโกแลตจากคุณตารอนอย่างสม่ำเสมอทุกปีไม่เคยขาด ทั้งคู่พบรักกันครั้งแรกในเดือนมกราคม ปี 1979 รอน เครเมอร์ในวัยหนุ่มตกหลุมรักดอนน่าตั้งแต่แรกพบ ขณะที่เขาทำงานเป็นเซลล์ขายประกัน รอนเคาะประตูบ้านของดอนน่าเพื่อจะเสนอขายประกันชีวิต แต่เมื่อดอนน่าเปิดประตูออกมาพบเขาด้วยชุดคลุมและรองเท้าแตะรูปนก ในสภาพที่เพิ่งตื่นนอน แต่นั่นทำให้รอนตกหลุมรักเธอแทบจะทันที รอนกล่าวว่า “น้อยคนนักที่จะตกหลุมรักผู้หญิงในสภาพเพิ่งตื่นนอน” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ชวนดอนน่าไปออกเดท เดทแรกของทั้งคู่คือไปเล่นไอซ์สเก็ตด้วยกัน วาเลนไทน์ปีแรกของทั้งสอง รอนซื้อช็อกโกแลตจากร้าน Buffet’s Candies เป็นของขวัญให้กับแฟนสาวของเขา ซึ่งดอนน่าเองก็ชื่นชอบขนมจากร้านนี้มากเช่นกัน มันจึงเป็นของขวัญที่พิเศษสำหรับเธอมาก วันวาเลนไทน์ของทุกปีเมื่อรอนจะปรากฏตัวที่ร้าน Buffet’s Candies พร้อมด้วยกล่องเปล่าซึ่งจะเป็นที่รู้กันของพนักงานในร้านว่าจะต้องเตรียมของขวัญวาเลนไทน์ให้กับเขา แต่แล้วในปี 2014 ก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นเมื่อดอนน่าเริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมและโรคสมองบวมพร้อมกัน เธอจึงต้องย้ายไปรักษาตัวที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วย วันที่ดอนน่าย้ายไปยังบ้านพักคนชราเป็นวันที่รอนเศร้าใจมากที่สุดในชีวิต ด้วยโรคสมองบวมทำให้ดอนน่าค่อย ๆ สูญเสียความทรงจำไปเรื่อย ๆ เธอกำลังจะลืมว่ารอนเป็นใคร […]

เมื่อซุปตาร์ เป๊ก ผลิตโชค เป็นเด็กวัด ขอเดินตาม “พระเป๊ก เปรมณัช” บิณฑบาตในตอนเช้า

ซีเคร็ตเชื่อว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก “เป๊ก ผลิตโชค” ขวัญใจของนุชทั้งหลาย และเป็นที่รู้กันว่าคิวงานของเฮียเป๊กแน่นมาก เวลาพักผ่อนก็มีน้อย แต่ด้วยความที่ พระเป๊ก เปรมณัช เป็นเพื่อนสนิทกัน – เมื่อ เป๊ก ผลิตโชค เป็นเด็กวัด

อีกมุมความสุข ของ โตโน่ ภาคิน ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย

โตโน่- ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ หนุ่มสุดฮอตที่ตารางคิวแน่นเอี๊ยด แต่ยังคงทำหน้าที่ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพราะมีความสุขทุกครั้งที่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือสัตว์ ซึ่งจากประสบการณ์ทำให้ได้รับรู้และเห็นถึงความยากลำบากของสัตว์แต่ละประเภท ทั้งสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์ในภาคการเกษตร หรือแม้แต่สัตว์ในภาคอุตสาหกรรม

“พรุ่งนี้” อาจ “สาย” เกินไป – ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง

“พรุ่งนี้” อาจ “สาย” เกินไป – ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง ผมเคยได้ยินคนพูดกันว่าเมื่อถึงช่วงวัย 20 ปี จะมีเหตุการณ์บางอย่างเข้ามาในชีวิต และทำให้เรามองโลกเปลี่ยนไปจากเดิม สำหรับผมแล้ว ช่วงเวลาดังกล่าวชีวิตค่อนข้างลงตัว เพราะเข้าวงการบันเทิงเต็มตัวมาได้ 2 ปีแล้ว มีเงินเก็บส่วนตัวมากพอจะซื้อทุกอย่างที่อยากได้ มีรถสปอร์ตเท่ ๆ ใช้ชีวิตชิล ๆ สบาย ๆ มีแต่เรื่องเรียนและทำงาน ไม่มีเรื่องอะไรให้กังวล แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดและไม่เคยเตรียมใจไว้ก่อนก็เกิดขึ้น ผมยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี พ่อนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน ส่วนผมเดินไปเดินมาอยู่แถวนั้น สักพักก็ได้ยินพ่อทำเสียงอึกอักจึงรีบเข้าไปดู ผมเห็นพ่อชัก ตาค้าง ล้มลงไปกับพื้น แล้วหมดสติไป ผมตกใจมาก รีบโทร.เรียกรถพยาบาลมารับ ในใจกลัวจริง ๆ ว่าพ่อคงจะไปแล้วแน่ ๆ ขณะกำลังรอรถพยาบาล พ่อฟื้นขึ้นมาแต่กลายเป็นว่าจำใครไม่ได้และพูดจาแปลก ๆ งง ๆ เมื่อถึงโรงพยาบาลหมอให้พ่อเข้าเครื่องสแกนสมอง แต่วันนั้นโรงพยาบาลไม่มีแพทย์ด้านสมองวินิจฉัยอาการให้ หมอที่รับเคสของพ่อบอกว่าอาการไม่น่าเป็นห่วง พาพ่อกลับบ้านได้เลย เพราะความจำของพ่อเริ่มกลับมาเหมือนเดิมแล้ว ไม่กี่วันหลังจากนั้น พ่อมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ อีก บางครั้งก็พูดไม่รู้เรื่อง ผมกับแม่จึงพาไปหาคุณหมอที่ดูแลพ่อมานาน พอหมอเห็นฟิล์มจากโรงพยาบาลที่ไปสแกนสมองมาก็บอกว่า “สมองบวมตั้งหลายจุดนะ” สรุปว่าพ่อเป็นเนื้องอกในสมองหลายจุด ต้องนัดผ่าตัดทันที หลังผ่าตัด คุณหมอส่งชิ้นเนื้อไปตรวจว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ ไม่นานนักผมก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า เนื้องอกที่ผ่าตัดออกไปนั้นเป็นเนื้อร้าย ก้อนมะเร็งที่พบที่สมองลุกลามมาจากมะเร็งที่ปอด เนื่องจากเชื้อมะเร็งเข้าสู่กระแสเลือดและเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว “รักษายังไงก็ไม่น่ารอด ปล่อยให้เขาไปพักที่บ้านสบาย ๆ ดีกว่า” คุณหมอบอกหลังจากแจ้งผลตรวจ ผมกับแม่ช็อกมาก เรานั่งร้องไห้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ตัดสินใจว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อ เพราะไม่อยากให้ท่านเสียกำลังใจ จากนั้นผมกับแม่ก็พาพ่อตระเวนไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ อีกหลายแห่ง จนสุดท้ายได้มารักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ จากความช่วยเหลือของพี่ที่รู้จักกัน ช่วงเวลานั้นถือเป็นช่วงที่ลำบาก เพราะพ่อผมไม่มีประกัน และค่ารักษาก็สูงมาก ทุกสองสามวันผมต้องจ่ายเงินเป็นปึก ๆ บางช่วงเงินไม่พอ แต่ก็ทำให้ผมได้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่น บางคนเคยบอกผมว่า “ถ้ามีปัญหาเมื่อไหร่ให้โทร.มาได้เลย ยินดีช่วยเหลือทุกอย่าง” แต่พอแม่โทร.ไป เขากลับบอกว่า “ประชุมอยู่ เดี๋ยวโทร.กลับนะ” แล้วก็ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย ในขณะที่บางคนเราไม่ค่อยได้คุยกัน เขากลับรีบโอนเงินค่าตัวมาให้ทันที เพราะรู้ว่าผมรอเงินมารักษาพ่ออยู่ เมื่อเริ่มการรักษาด้วยการฉายแสงสภาพของพ่อแย่มาก ผมร่วง น้ำหนักลดจนเหลือแค่ 40 กว่ากิโลกรัม ใครเห็นต่างบอกว่าพ่อไม่น่ารอด ผมเห็นแม่เศร้าและแอบร้องไห้อยู่บ่อย ๆ เหตุการณ์ทุกอย่างในเวลานั้นทำให้ผมฉุกคิดขึ้นได้ว่า เราไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาท ทุกนาทีในชีวิตมีแต่ความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเราตอนนี้คือครอบครัว ผมกลับมาดูแลเอาใจใส่พ่อให้มากที่สุดนับจากเป็นวัยรุ่นเป็นต้นมาผมค่อนข้างห่างเหินและไม่สนิทกับพ่อเหมือนตอนเด็ก พอพ่อป่วยก็กลับมากอด มาหอมแก้มพ่อบ่อย ๆ บอกรักพ่อทุกวันโดยไม่เขิน พูดคุยให้กำลังใจพ่อ และหาเวลามาดูแลท่านให้มากที่สุด คนข้างบ้านที่เคยไม่ถูกกัน เมื่อเห็นผมกอดและดูแลพ่ออย่างใกล้ชิดก็มาไถ่ถามอาการจากแม่ แล้วก็แนะนำยาสมุนไพรมาให้ผมกับแม่ลองให้พ่อกินสมุนไพรควบคู่ไปกับการรักษาของคุณหมอ เพราะเป็นความหวังหนึ่งที่อาจทำให้พ่อหายดี นอกจากนี้การล้มป่วยของพ่อยังทำให้ผมเริ่มสนใจเรื่องทำบุญ ผมพาพ่อไปไหว้พระทำบุญ รดน้ำมนต์ ส่วนตัวผมเองใส่บาตรทุกเช้า เริ่มสวดมนต์ จากที่เคยรู้จักแค่ “นะโม” ก็สวดมนต์บทยาว ๆ ได้ แล้วก็นั่งสมาธิและไปปฏิบัติธรรมตามวัดต่าง ๆ สะสมบุญทุกอย่าง หวังจะให้พ่อหายป่วย ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม อาการของพ่อดีขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มกินอาหารได้ น้ำหนักเพิ่มขึ้น ผมที่เคยร่วงก็ขึ้นมาใหม่ จนท้ายที่สุดท่านก็หายดี กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ กลับมาขับรถพาผมไปกองถ่ายได้เหมือนเดิม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเหมือนปาฏิหาริย์ ผมโชคดีมากที่ได้พ่อกลับมา ทุกวันนี้จึงดูแลพ่อกับแม่ซึ่งเปรียบเสมือน “พระในบ้าน” ให้ดีที่สุด เพราะถ้าไม่ทำวันนี้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้ผมอาจไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้วก็ได้  Secret BOX เราไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาท เพราะทุกนาทีในชีวิตมีแต่ “ความไม่แน่นอน” –  ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง   เรียบเรียง: เชิญพร คงมา  ภาพ: สรยุทธ พุ่มภักดี ที่มา: […]

James Kearsley ชายหนุ่มผู้ เอาชนะโรคร้าย กลายมาเป็นนักเพาะกายสร้าง แรงบันดาลใจ

James Kearsley ชายหนุ่มผู้ เอาชนะโรคร้าย กลายมาเป็นนักเพาะกาย สร้าง แรงบันดาลใจ  James Kearsley ชายหนุ่มผู้ เอาชนะโรคร้าย กลายมาเป็นนักเพาะกายสร้าง แรงบันดาลใจ สำหรับผู้ที่ผ่านโรคร้ายอย่างมะเร็งมาได้ ต้องยอมรับเลยว่าพวกเขามีหัวใจที่แข้มแข็ง  รวมถึงหนุ่มนักเพาะกายคนนี้ ที่สามารถเอาชนะโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาถึง 2 ครั้งได้ และในตอนนี้เขาก็ได้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้คนนับพันคน ผ่านทางสื่อโซเชียลต่างๆ เรื่องราวของชายวัย 23 ปีชื่อว่า James Kearsley จากรัฐแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวครั้งแรกในปี 2014 แต่เขาก็สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาเลวร้ายในชีวิตในครั้งนั้นมาได้ด้วยการรักษาแบบเคมีบำบัด หลังจาก 5 เดือนของการบำบัดด้วยเคมี โรคมะเร็งก็ได้หายไปจากร่างกายของชายคนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อร่างกายของเขาแข็งแรงขึ้น เขาก็เริ่มฟื้นฟูกล้ามเนื้อทีี่หายไประหว่างที่ป่วยอยู่ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง “หลังจากอาการต่างๆ บรรเทาลง ผมก็เริ่มกลับไปที่ยิมอีกครั้ง และในตอนนี้ผมก็อยากจะบอกทุกคนว่า ควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลร่างกายทั้งด้านกายภาพ รวมถึงจิตใจที่เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการรักษาตัว” “ตอนที่ผมยังอายุน้อยๆ ชีวิตของผมเกี่ยวข้องกับกีฬามาโดยตลอด แต่ว่าหลังจากที่ผมเรียนวิทยาลัยผมก็ไม่ได้ย่างก้าวไปในวงการนั้นอีกเลย” James กล่าว James เริ่มเป็นคนโด่งดังในโลกโซเชียล หลังจากที่เขาโพสต์ถึงความมานะบากบั่นในการต่อสู้กับสิ่งที่โรคมะเร็งได้ฝากเอาไว้กับร่างกายของเขา ซึ่งในระยะเวลาเพียงแค่ 16 เดือนเท่านั้นหลังจากที่การรักษาโรคมะเร็งสิ้นสุดลง เขาก็ลงแข่งขันประกวดเพาะกายครั้งแรกในเดือนกันยายน ปี 2015 ชีวิตของเขาดูเหมือนกำลังจะรุ่งโรจน์อีกครั้ง […]

ชายใจหล่อปั่นจักรยานร่วม 10,000 กิโลฯ จากแอฟริกาไปจีน เพื่อช่วยเหลือคนยากจน

ชายใจหล่อปั่นจักรยานร่วม 10,000 กิโลฯ จากแอฟริกาไปจีน เพื่อ ช่วยเหลือ คนยากจน    Yuan Jianglei  ด้วยความที่อยาก ช่วยเหลือ ชุมชนที่ยากจนในประเทศเบนินในแอฟริกาตะวันตก Yuan จึงระดมเงินด้วยการขี่จักรยานจากแอฟริกาไปยังบ้านเกิดของเขาในประเทศจีน ร่วมระยะทางกว่า 16,000 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาเกือบปี ตามกำหนดการของ Yuan วันที่ 26 เดือนนี้ เขาต้องเดินทางกลับไปยังประเทศเบนิน เพื่อทำตามคำสัญญาที่จะติดตั้งสถานีพลังงานแสงอาทิตย์และสร้างบ่อน้ำที่นั่น ตามรายงานของ Youth Daily บอกว่า Yuan เดินทางไปเบนินครั้งแรกเมื่อปี 2014 หลังจากที่เขาสำเร็จการศึกษาด้านการสื่อสารมวลชน ที่นั่นเขาใช้เวลากว่า 2 ปี ในการสอนภาษาจีนในสถาบันขงจื้อในเบนิน ซึ่งเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนามากที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกา ในเดือนกันยายนปี 2016 Yuan ได้เริ่มปั่นจักรยานข้าม 16 ประเทศ ภายในเวลา 360 วัน เพื่อกลับไปยังบ้านเกิดของเขา ชายหนุ่มบอกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมากๆ เพราะเขาอยากเห็นโลกที่ถ่ายทอดเรื่องราวและบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ระหว่างทางที่เขาเดินทาง เขาได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม และได้เจอผู้คนที่เป็นมิตรกับเขา Yuan บอกว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทำเขาได้คิดทบทวนหลายๆ อย่างที่ผ่านมา ขณะที่เขาปั่นจักรยานไปถึงมอริเตเนีย เหลือเวลาอีกแค่ 3 วัน วีซ่าเขาจะหมดอายุ ดังนั้นเขาจำเป็นต้องนั่งรถไฟและหลับไปในนั้นหนึ่งคืน […]

“เพราะลูกคือชีวิต” นิยามรักของ แอนนา – นาตาชา สัจจกุล

“เพราะลูกคือชีวิต” นิยามรักของ แอนนา – นาตาชา สัจจกุล ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2551เป็นวันที่สื่อมวลชนพากันแสดงความยินดีกับการเข้าสู่ประตูวิวาห์ของคู่กิ่งทองใบหยกคู่หนึ่งของเมืองไทย นั่นคือ คุณตุ้ย - ธีรภัทร์ สัจจกุล และ คุณแอนนา - นาตาชา เปลี่ยนวิถี

เจ้าของกับเพื่อนสี่ขา ป่วยเป็น “ มะเร็ง ” พร้อมๆ กัน พวกเขาเลือกเดินหน้าสู้กับโรคร้าย

เจ้าของกับเพื่อนสี่ขา ป่วยเป็น “ มะเร็ง ” พร้อมๆ กัน พวกเขาเลือกเดินหน้าสู้กับโรคร้าย Sara Page วัย 54 ปี กับสุนัขของเธอ Freyja อายุ 9 ปี ป่วยเป็น มะเร็ง ในเวลาเดียวกัน และทั้งคู่ยืนยันที่จะสู้มันไปด้วยกัน เจ้าหมา Freyja ถูกวินิจฉันว่าเป็นมะเร็งชนิดที่รักษาไม่หาย และในอีก 9 เดือนต่อมา Page ได้ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมด้านซ้าย สำหรับน้องหมานั้น คุณหมอบอกว่ามันมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ 6 เดือนเท่านั้น แต่มันคือกำลังใจสำคัญสำหรับเจ้าของในการเอาชนะโรคร้ายนี้ เพราะมันทำให้เธอหัวเราะได้แม้จะสูญเสียผมระหว่างทำคีโม อย่างไรก็ตามดูเหมือน Freyja จะสู้ชีวิตมากกว่าที่ทุกคนคิด เพราะต่อนี้มันต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานถึง 4 ปี หลังจากที่หมอบอกว่ามันจะอยู่ได้อีกไม่นาน เจ้าของบอกว่า “เราไม่รู้ว่าอนาคตของ Freyja จะเป็นอย่างไร เพราะมันเป็นมะเร็ง แต่มันไม่เคยแสดงอาการใดๆ ที่บ่งบอกว่าป่วยเลย” ก่อนหน้าที่ Page จะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง เธอเล่าให้ฟังว่า “ตอนที่เรากำลังนั่งดูทีวี แล้วมีแมวปรากฏขึ้นบนจอ Freyja ดูลุกลี้ลุกลนใหญ่เลย มันกระโดดและเห่าอย่างบ้าคลั่ง” “ในระหว่างนั้นมันเอามือแตะที่หน้าอกซ้ายของฉัน นั่นทำให้ฉันตระหนักได้ว่าต้องไปตรวจเต้านม เพราะเดือนก่อนหน้านั้นฉันเคยถามหมอว่ามีโอกาสจะเป็นมะเร็งหรือไม่” ส่วนน้องหมานั้น Page เล่าว่า “ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2014 […]

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย เสียชีวิตอย่างสงบ

นักวิชาการการเกษตรผู้บุกเบิกศึกษาค้นคว้าเรื่องกล้วยไม้ ที่ผลักดันให้กล้วยไม้ไทยไปสู่ระดับสากล ได้เสียชีวิตแล้วในวันที่ 17 ก.พ. 61 ในวัย 95 ปี – บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย

สาวน้อยวัย 14 ปีเขียนแอปฯ ช่วยยายที่ป่วยเป็น โรคอัลไซเมอร์

 สาวน้อยวัย 14 ปีเขียนแอปฯ ช่วยยายที่ป่วยเป็น โรคอัลไซเมอร์ โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคความจำเสื่อม เป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ซึ่งอาการของโรคก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้จำอะไรไม่ค่อยจะได้ หลงลืมเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ทำให้มีเด็กสาวคนหนึ่งตัดสินใจเขียนแอป พลิเคชั่นขึ้นเพื่อช่วยยายที่ป่วยเป็นโรคนี้ซะเลย หลังจากที่ต้องทนเห็นคุณยายสุดที่รักประสบปัญหาเรื่องการหลงๆ ลืมๆ จากอาการของโรคอัลไซเมอร์มานานและดูมีอาการที่หนักขึ้นเริื่อยๆ เด็กสาววัย 14 ปีชื่อว่า Emma Yang จึงใช้สกิลการเขียนโค้ดโปรแกรมของเธอเขียนแอปฯ หนึ่งขึ้นมาเพื่อจะช่วยเตือนความจำต่างๆ ให้กับคุณยาย โดยอาการป่วยเรื้อรังของยายเธอนั้น ได้เริ่มแสดงให้เห็นในตอนที่ Emma มีอายุประมาณ 7-8 ปี ซึ่งในตอนนั้นเธอก็บอกว่ายังเป็นช่วงที่เธอกำลังเรียนรู้การเขียนโค้ดใหม่ๆ อยู่เลย “จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเผชิญมาของฉันก็ทำให้รู้ว่า อาการของโรคนี้มันไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยเท่านั้น แต่มันยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและเพื่อนๆ อีกด้วย” “ในตอนที่ฉันมีอายุประมาณ 11-12 ปี ฉันก็เริ่มมีความสนใจที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อจะช่วยให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้น ด้วยการช่วยเหลือผู้คนต่างๆ ทั่วทั้งโลกใบนี้” Emma กล่าว โดยแอปฯ ที่เธอทำขึ้นนี้มีชื่อว่า “Timeless“ ซึ่งจะเป็นแอปฯ ที่ทำให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์สามารถจดจำคนที่พวกเขารักได้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า ซึ่งวิธีการทำงานของมันก็เพียงแค่เรานำโทรศัพท์ของเราไปแสกนใบหน้าของคนนั้นๆ ระบบก็จะแสดงให้เห็นเลยว่าบุคคลนั้นเป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ป่วยนั่นเอง “ฉันเห็นสิ่งมากมายที่ระบบ AI และเทคโนโลยีจดจำใบหน้าสามารถทำได้ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ถูกนำมาใช้ในด้านของสุขภาพมากขึ้น” Emma กล่าว […]

คนทำดี ต้องบอกต่อ : น้องรปภ.ชาวกัมพูชากับพี่สาวชาวไทย ช่วยตามหาเจ้าของกระเป๋าเงิน

ทำดีต้องบอกต่อ เพราะซีเคร็ตอยากให้ทุกคนมีจิตสำนึกที่ดี ร่วมกับทำความดี แม้เพียงเล็กน้อย อย่างน้องรปภ.ชาวกัมพูชา และผู้หญิงไทยคนนี้

พยาบาลนางฟ้าบริจาคน้ำนมให้แก่ลูกชายที่แม่ป่วยเป็นมะเร็ง จนไม่สามารถให้นมเองได้

พยาบาลนางฟ้า บริจาคน้ำนม ให้แก่ลูกชายที่แม่ป่วยเป็นมะเร็ง จนไม่สามารถให้นมเองได้ พยาบาลนางฟ้า บริจาคน้ำนม ให้แก่ลูกชายที่แม่ป่วยเป็นมะเร็ง จนไม่สามารถให้นมเองได้ น้ำนมของแม่ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุด สำหรับทารกแรกเกิด เพราะมีสารอาหารที่ครบถ้วน และยังเป็นการสร้างสายใยความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย คุณแม่หลายคนไม่สามารถให้น้ำนมลูกได้ นั่นอาจเป็นเพราะโรคภัยไข้เจ็บบางอย่าง คุณแม่คนนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ เธอป่วยเป็นมะเร็ง แต่โชคดีที่เธอได้เจอกับพยาบาลใจดี ที่ยอมบริจาคน้ำนมของตัวเธอเองเพื่อให้ลูกน้อยของผู้ป่วยคนนี้ ได้มีโอกาสกินนมเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เรื่องราวดีๆที่น่าบอกต่อนี้ เกิดขึ้นที่รัฐเนแบรสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีนางฟ้าใจดีชื่อว่า Jaclyn Kenney พยาบาลที่ทำงานอยู่ที่ศูนย์การแพทย์เนแบรสกา ตัดสินใจบริจาคน้ำนมมากกว่า 1,000 ออนซ์ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งชื่อว่า Ashley Chesnut กับลูกชายวัย 5 เดือนของเธอชื่อว่า Easton คุณพยาบาลใจดีผู้บริจาคน้ำนม (คนซ้ายมือ)   สำหรับ Chesnut ผู้เป็นแม่วัย 30 ปีนั้น เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเมื่อไม่นานมานี้ จึงทำให้เธอเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถให้นมแก่ลูกชายได้ ซึ่งอันที่จริงก่อนหน้านี้เธอก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างระหว่างที่ให้นมลูกคนนี้ เพราะว่าเธอมีอาการเจ็บปวดที่อกอย่างมากราวกับมีอะไรมาแทงเลยก็ว่าได้ มันเจ็บเหมือนกับถูกรถไฟชนเลย มันเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทง ในตอนนั้นฉันไม่สามารถขยับตัว ไม่สามารถหายใจหรือพูดคุยใดๆ ได้เลย” Chesnut กล่าว หลังจากพบว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองประเภท Non-Hodgkin ทางทีมแพทย์บอกกับเธอว่า เธอจะต้องหยุดการให้นมบุตรเพื่อเริ่มต้นการรักษาได้แล้ว “การให้นมแก่ลูกเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับฉันมาก […]

เทียน เสวเซิน (Tian Xuesen) นักวาดภาพอิสระชาวจีน ผู้ปลีกวิเวกวาดรูปในภูเขา

เทียน เสวเซิน (Tian Xuesen) นักวาดภาพอิสระชาวจีน ผู้ปลีกวิเวกวาดรูปในภูเขา เพื่อโอบกอดความสันโดษและศิลปะ เมื่อ 15 ปีที่แล้วศิลปินนักวาดภาพอิสระชาวจีน

keyboard_arrow_up