จุดหันเหสู่ทางธรรมของ 3 คนดังสายธรรมะ

จุดหันเหสู่ทางธรรมของ 3 คนดังสายธรรมะ 0 คนดังสายธรรมะ ทั้ง 3 ท่าน ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะเป็นคนดังที่มีผลงานและแฟนคลับ ทั้งในฐานะนักแสดง นักร้อง และดีเจ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ปาน ธนพร แวกประยูร และอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ เป็นคนดังแบบอย่างที่เป็นที่ยอมรับว่า เป็นคนดังสายธรรมะตัวจริงเสียงจริง แต่ก่อนที่จะมาสู่สายธรรมะอะไรคือจุดพลิกผันของคนดังทั้ง 3 0 จุดหันเหสู่ทางธรรมของ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ 0 นอกจากคุณพ่อคุณแม่ (คุณปริญญา – คุณมยุรี ผ่องผุดพันธ์) จะสอนลูก ๆ ด้วยวิถีปฏิบัติของพวกท่าน เช่น ความพอเพียงและความซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ท่านทั้งสองยังมีอิทธิพลสำคัญต่อการเปิดโลกธรรมแก่ลูก ๆ ด้วย ช่วงนั้นกิ๊กทั้งดื้อ ทั้งต่อต้านคุณพ่อคุณแม่มาก ๆ เมื่อท่านแนะนำให้ไปปฏิบัติธรรม ถึงขั้นเถียงหัวชนฝา ไม่ยอมไปท่าเดียว และไม่ว่าจะบังคับด้วยวิธีใดก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดท่านถึงกับมัดมือชก เก็บกระเป๋าพาพิ๊กไปส่งที่ยุวพุทธิกสมาคมฯด้วยตนเอง […]

รัตนปริตร คือสุดยอดพระพุทธมนต์

รัตนปริตร คือสุดยอดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์นิยมเจริญ รัตนปริตร บทนี้ ร่วมกับพระพุทธมนต์บทอื่นในงานพิธีมงคล เช่น งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานมงคลสมรส แต่สำหรับฆราวาสก็สามารถสวดพระพุทธมนต์บทนี้ได้ เพื่อเจริญสติ ระลึกถึงพระรัตนตรัย และการได้ปัญญาจากเนื้อหาของบทสวด รัตนปริตร เป็นพระพุทธมนต์บทหนึ่งในพระปริตร หรือบางทีก็เรียกว่า “ตำนาน” อาจคุ้นกับ “ 12 ตำนาน” และ “17 ตำนาน” ตำนานในที่นี้ไม่ใช่ตำนานที่ใช้สำหรับเรื่องเล่าหรือนิทานที่เล่ากันมาหลายร้อยปี แต่มาจากคำว่า “ตาณะ” หมายถึง “เครื่องต้านทาน” ส่วนพระปริตรนั้นหมายถึง “ปกป้องคุ้มครอง” ฉะนั้น พระปริตร ซึ่งประกอบด้วย บทสวดทั้งหมด 12 บท สวดเพื่อปกป้อง คุ้มครอง และต้านทานสิ่งอัปมงคลและภัยทั้งปวง รัตนปริตรมาที่มาจากรัตนสูตร (บางทีเขาก็เรียกว่า “รัตนสูตร”) บทสวดนี้จะเริ่มจากบทขัดรัตนปริตร เป็นบทสวดบอกเล่าคุณของรัตนปริตรว่า มนต์นี้เป็นที่ยอมรับของเทวดาว่าสามารถขับไล่ ป้องกัน และต้านทานจากภัย 3 ประการ คือ โรคภัย (โรคระบาด) อมนุษย์ภัย (ภูต […]

ตัณหา เวลา อัตตา ฟิสิกส์! โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

ใครที่ไม่ชอบวิชาเลขอย่าเพิ่งทำหน้าเบ้หรือเปิดข้ามหน้านี้ไป ด้วยความขนพองสยองเกล้าเสียก่อนนะครับ เพราะเรื่องนี้ไม่มีการบังคับให้ต้องคำนวณหรือแก้สมการแต่อย่างใด มีแต่การนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจใกล้ตัวคุณ…

มงกุฎดอกไม้ทิพย์ของเทวดากับปุโรหิตขี้โกหก

มงกุฎดอกไม้ทิพย์ของ เทวดา กับปุโรหิตขี้โกหก เทวดา ลงมาเที่ยวเมืองมนุษย์ แต่ด้วยความหอมของดอกไม้ทิพย์บนมงกุฎเป็นเหตุ จึงเกิดเรื่องวุ่น ๆ ขึ้น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเทวดาอยู่พระองค์หนึ่ง เป็นผู้ครองครอบมงกุฎดอกไม้ทิพย์ที่งดงามที่สุดบนสรวงสวรรค์ เพราะอานิสงส์แห่งบุญที่สร้างไว้ตอนเป็นมนุษย์ วันหนึ่งพระราชาพระองค์หนึ่งโปรดให้จัดการแสดงขึ้นเพื่อให้ชาวเมืองชมเพื่อสร้างความรื่นเริง เทวดาพระองค์หนึ่งได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงชวนเพลินเพลิดจึงลงจากวิมานมายังโลกมนุษย์ เทวดาชมการแสดงอยู่ท่ามกลางพูดคน แต่ไม่ปรากฏกายให้ใครเห็น สิ่งหนึ่งที่เทวดาไม่สามารถอำพรางได้คือกลิ่นหอมของดอกไม้ทิพย์บนมงกุฎของตน ปุโรหิตได้กลิ่นดอกไม้ทิพย์ก็อยากครอบครอง จึงตามหาที่มาของกลิ่น เทวดาปรากฏกายให้ปุโรหิตเห็น ปุโรหิตขอมงกุฎดอกไม้ทิพย์ เทวดาจึงถามปุโรหิตว่า “มงกุฎนี้ผู้ที่สามารถสวมใส่มันได้ ต้องเป็นผู้ที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่พูดปด ไม่ลักขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม และไม่ดื่มสุราของมึนเมาต่าง ๆ ” ปุโรหิตผู้นี้เป็นคนเจ้าเล่ห์ ชอบพูดเอาดีเข้าตัว ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ฉ้อราษฎร์บังหลวง ผิดลูกผิดเมียคนอื่น ชอบดื่มสุรา แต่ด้วยความที่อยากได้ดอกไม้ทิพย์บนมงกุฎจึงกล่าวเท็จว่า “ข้าแต่เทวดาผู้ทรงฤทธิ์ ข้านี้มีคุณสมบัติตามนี้ทุกประการ” เทวดาจึงถอดมงกุฎแล้วมอบให้แก่ปุโรหิต เทวดาหายตัวไป ปุโรหิตสวมมงกุฎนั้นก็ได้รับทุกขเวทนา ดอกไม้ทิพย์กลายเป็นใบมีดบาดศีรษะจนเลือดอาบ พระราชาเห็นดังนั้นก็พยายามให้องครักษ์หาทางเกาะมงกุฎนี้ออก แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งทราบว่ามงกุฎใบมีดนี้เป็นของเทวดาที่ลงมาชมการแสดงในวันก่อน พระราชาจึงโปรดให้จัดการแสดงขึ้นอีก ปรากฏว่าเทวดาลงมาดูจริง ๆ พระราชาทูลขอร้องเทวดาให้ช่วยแก้มงกุฎนี้ออก เทวดานำมงกุฎดอกไม้ทิพย์มาสวมอีกครั้ง แล้วกลับสู่สวรรค์ไม่ลงมาที่โลกมนุษย์อีกเลย ที่มา : […]

สุวรรณสาม ดาบสน้อยยอดกตัญญู นิทานธรรมะสอนใจบุตรธิดา

สุวรรณสาม ดาบสน้อยยอดกตัญญู นิทานธรรมะสอนใจบุตรธิดา นิทานธรรมะที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีเป็นเครื่องกันจากภัยทั้งปวงของบุตร สุวรรณสาม ดาบสน้อยยอดกตัญญู กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีครอบครัวดาบสครอบครัวหนึ่ง มีสามพ่อแม่ลูก อาศัยอยู่ในป่าเชิงเขาหิมพานต์ วันหนึ่งพ่อและแม่ออกไปหาผลไม้ในป่าลึก ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ฝนตกหนัก ดาบสทั้งสองจึงหลบฝนใต้ร่มไม้ใกล้จอมปลอก แต่หารู้ไม่ว่าจอมปลอกนั้นเป็นรูของงูพิษ งูพิษที่กำลังหลับได้กลิ่นมนุษย์จึงเลื้อยจากรู แล้วพ่นพิษใส่ที่ดวงตาของดาบสสองสามีภรรยาจนตาบอดสนิท ดาบสน้อยนามว่า “สุวรรณสาม” เห็นพ่อแม่หายไปนาน ก็ออกตามหาจนมาพบพ่อแม่นอนนิ่งใต้ต้นไม้ พ่อแม่ยังไม่ตาย เพียงแต่สลบไปเพราะพิษของงูพิษตัวนั้น เมื่อทั้งสองฟื้นก็พบว่าตนไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของลูกน้อยได้ พ่อแม่ตาบอดเสียแล้ว สุวรรณสามฉีกผ้าให้พ่อแม่จับเพื่อพาพ่อแม่เดินกลับบ้าน ตอนนี้สุวรรณสามกลายเป็นไม้เท้าที่นำทางให้กับพ่อแม่ที่ตาบอด สุวรรณสามจากเด็กน้อยที่เอาแต่เล่นกับสัตว์ในป่าหิมพานต์ ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ตาบอด หาผลไม้ พาพ่อแม่ไปอาบน้ำ ตักน้ำมาใส่โอ่ง สุวรรณสามทำแบบนี้ทุกวันจนเป็นกิจวัตร วันหนึ่งมีพระราชาพระองค์หนึ่งเสด็จประพาสป่า เห็นสุวรรณสามแต่ไกลก็เห็นว่าเป็นอสูร จึงยิงธนูไปปักที่อกของสุวรรณสาม พระราชาเข้าไปใกล้จึงได้ทราบว่า ที่แท้คือมนุษย์หาใช่อสูรไม่ สุวรรณสามเทศนาพระราชาพระองค์นั้น ในการเป็นพระราชาที่ดี และขอร้องให้พระราชาช่วยดูแลพ่อแม่ที่ตาบอดแทนตน เมื่อสุวรรณสามสิ้นลม พระราชาจึงเสด็จไปยังอาศรมแล้วสวนรวมเป็นสุวรรณสามเลี้ยงดูดาบสทั้งสอง นางฟ้านางหนึ่งทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงมายังอาศรมแล้วแจ้งข่าวการตายของสุวรรณสาม แล้วขอให้ดาบสทั้งสองพูดความจริงเรื่องสุวรรณสาม เพื่อให้อานิสงส์แห่งการประกาศความจริงช่วยให้สุวรรณสามฟื้น ดาบสทั้งสองมาถึงยังศพของสุวรรณสาม ต่างกล่าวถึงคุณงามความดีที่ลูกน้อยมีต่อตน จากนั้นดวงตาที่มึนบอดกลับมามองเห็นอีกครั้ง สุวรรณสามฟื้นจากความตาย พระราชาเห็นดังนั้นระลึกถึงคุณของสุวรรณสาม แล้วปฏิญาณจะเป็นพระราชาที่ดี […]

ช้อป กิน เที่ยว ไหว้เจ้าแล้ว แวะทำบุญ 3 วัด สตรีสร้างในย่านเยาวราช

ช้อป กิน เที่ยว ไหว้เจ้าแล้ว แวะทำบุญ 3 วัด สตรีสร้างในย่าน เยาวราช   ย่าน เยาวราช สถานที่ทำการค้าของคนไทยเชื้อสายจีนมาอย่างยาวนาน นอกจากจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ที่กิน และศาลเจ้าดัง ๆ แล้ว ทราบหรือไม่ว่ายังมีวัดไทยซ่อนเร้นอยู่ในย่ามนี้ด้วย ที่จริงมีอยู่หลายวัดซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวทำบุญที่มีชื่อเสียง แต่ในครั้งนี้ขอนำเสนอวัดที่ผู้หญิงสร้าง ที่เป็นวัดเก่าแก่คู่กรุงรัตนโกสินทร์มาอย่างยาวนานซึ่งมีด้วยกัน 3 วัดดังนี้     วัดคณิกาผล เป็นวัดที่ยายแฟงสร้างเมื่อง พ.ศ. 2376 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3) วัดนี้อยู่หลังวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) หากใครไหว้พระไหว้เจ้าวัดเล่งเน่ยยี่แล้ว แวะไปไหว้พระขอพร ทำบุญที่วัดนี้ได้     วัดกันมาตุยาราม เป็นวัดที่นางกลีบ สาครวาสีได้สร้างขึ้นในพื้นที่ที่เคยเป็นสวนดอกไม้ เมื่อปี พ.ศ. 2407 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4) วัดแห่งนี้อยู่ใกล้กับวัดพุทธศาสนามหายานสองวัด คือ วัดกุศลสมาคร (อนัมนิกาย) และวัดบำเพ็ญจีนพรต (จีนนิกาย)   […]

“บุโรพุทโธแห่งสยามประเทศ” วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) จังหวัดร้อยเอ็ด

“บุโรพุทโธแห่งสยามประเทศ” วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) จังหวัดร้อยเอ็ด 0 มหัศจรรย์บุโรพุทโธในเมืองไทย วัดประชาคมวนาราม จังหวัดร้อยเอ็ด 0 ราว พ.ศ. 2496 เมื่อชาวบ้านตําบลศรีสมเด็จและใกล้เคียงทราบข่าวว่าหลวงปู่ศรีมหาวีโร (พระเทพวิสุทธิมงคล) พระป่าผู้มีปฏิปทางดงามน่าเลื่อมใสจะธุดงค์ผ่านมาจึงพร้อมใจกันนิมนต์หลวงปู่ศรีไปจําพรรษาที่ “วัดป่ากุง” ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้างมานานหลายปี เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจให้ชาวบ้าน 0 ด้วยแรงศรัทธาชาวบ้านจึงพร้อมใจกันบูรณะวัดป่ากุงขึ้นมาใหม่ทั้งหมด พร้อมกับร่วมกันบริจาคพื้นที่วัดเพิ่มอีกราว 300 ไร่ เพื่อเป็นธรณีสงฆ์และร่วมปกป้องผืนป่าร้อยเอ็ดไม่ให้สูญสิ้น 0 ราว พ.ศ. 2531 หลวงปู่ศรีมีโอกาสได้เดินทางไปสักการะมหาสถูปบุโรพุทโธ เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อสื่อถึง“คติจักรวาลในพุทธศาสนานิกายมหายาน” และเป็นพุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกจึงได้ปรารภว่า 0 “ถ้ามีโอกาสจะสร้างพระเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้บ้าง เพราะเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความถาวรมั่นคงของพระพุทธศาสนา ใครพังทําลายไม่ได้ง่าย ๆ สร้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวคนก็ทําลายได้” 0 0 เห็นคุณูปการที่จะก่อเกิดกับพุทธศาสนา ศิษยานุศิษย์จึงร่วมแรงร่วมใจ ก่อสร้าง “เจดีย์หิน” ขึ้นโดยจําลองแบบจากบุโรพุทโธ เกาะชวา แต่เปลี่ยนมาใช้ “หินทราย” แทนหินภูเขาไฟและย่อสัดส่วนลงมาให้สอดคล้องกับพื้นที่ 0 […]

ทำงานด้วย จิตว่าง ทำอย่างไร พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ มีคำตอบ

ถ้าอาชีพที่เราทำบังเอิญขัดกับหลักพระพุทธศาสนา เราจะ ทำงานด้วยจิตว่าง หรือทำงานไปด้วยเจริญสติไปด้วย โดยไม่สุข ไม่ทุกข์ ได้อย่างไรกันคะ

นาคธาราเขต ดาราหนุ่มแห่งวิกหมอชิต เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในวันเกิดพรุ่งนี้ !

นาคธาราเขต ดาราหนุ่มแห่งวิกหมอชิต เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในวันเกิดพรุ่งนี้ ! ธาราเขต เพ็ชรสุกใส หรือ เขต ดาราหนุ่มหน้าเด็กเจ้าบทบาทแห่งวิกหมอชิต (ช่อง 7) กำลังเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เพื่อบวชเรียนทดแทนพระคุณพ่อแม่ในวันพรุ่งนี้แล้ว !   วงการบันเทิงไทยกำลังจะมีนักแสดงชายย่างก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและทดแทนพระคุณของบิดามารดาในวันพรุ่งนี้ ซีเคร็ตขออนุโมทนากับนาคธาราเขตใน ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ     daradaily และ รายการข่าวช่อง 7 ช่วงเจาะประเด็นบันเทิงรายงานกำหนดการอุปสมบทของหนุ่มเขตว่า ปลงผมในวันที่ 9 มิถุนายน 2561 เวลา 14.00 น. และเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน ในวันที่ 10 มิถุนายน 2561 ตั้งแต่ 7.30 น. ซึ่งวันที่หนุ่มเขตบวชนั่นตรงกับวันเกิดพอดี     บ่ายสี่วันนี้มีเพื่อนพี่น้องนักแสดงวิกหมอชิตเข้าร่วมพิธีปลงผมนาคหนุ่มเขตหลายคน ทำเอาซาบซึ้งยินดีไปกับหนุ่มเขตที่จะได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ในวันพรุ่งนี้ ไปตามๆกัน         […]

มรณานุสติภาวนา (การระลึกถึงความตาย) – ท่าน ว.วชิรเมธี

มรณานุสติภาวนา (การระลึกถึงความตาย) – ท่าน ว.วชิรเมธี ในคอร์สภาวนาที่ไร่เชิญตะวันทุกครั้ง มีกิจกรรมหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ก็คือ การฝึกเจริญมรณานุสติหรือ “การระลึกถึงความตาย” มรณานุสติอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า“มรณัสสติ” ก็ได้ แปลว่า “การระลึกถึงความตาย” เหมือนกัน ทำไมต้องระลึกถึงความตาย เพราะความตายเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา เมื่อระลึกว่าตนจะต้องตายในวันใดวันหนึ่ง ก็จะทำให้เกิดความไม่ประมาทหันกลับมาดำรงชีวิตอย่างมีสติ คนที่มักมากชอบสะสมสมบัติพัสถานกองเป็นภูเขาเลากาก็จะได้ตื่นขึ้นมาฉุกคิดว่า “เมื่อตายไปทรัพย์สักนิดก็หาติดตามไปได้ไม่” คนที่คิดได้อย่างนี้ก็จะปล่อยลงปลงได้ สะสมแต่เฉพาะสิ่งที่เป็นแก่นสารต่อการดำรงชีวิตจริง ๆ คนส่วนใหญ่ไม่อยากระลึกถึงความตายเพราะถือกันว่าความตายเป็นเรื่องอัปมงคล ใครพูดเรื่องความตายขึ้นมา ก็มักจะถูกมองด้วยหางตาว่า ไม่รู้กาลเทศะ ไม่รู้อะไรควรไม่ควร ผลของการพยายามหลบเลี่ยงความตายดังกล่าวมานี้ จึงเมื่อวันหนึ่ง ตัวเองหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญความตายขึ้นมาจริง ๆ จึงไม่รู้ว่าจะรับมือกับมันได้อย่างไร พอมีใครตายขึ้นมา จึงตกอยู่ในความเสียใจ โศกเศร้า วางตน วางใจไม่ถูก อ่อนระโทยโหยไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ครั้นไปงานศพก็ยังไม่ได้ปัญญา หากแต่ได้มาแค่การทำพิธีศพให้จบไป วัน ๆ มองไม่เห็นว่าศพสอนธรรมะอะไรบ้าง การที่พระพุทธองค์ทรงถือว่าการเจริญมรณัสสติเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญสติอีกรูปแบบหนึ่งนั้น ก็เพราะทรงมีพุทธประสงค์ให้คนส่วนใหญ่ “หายมัวเมาในชีวิต” เพราะในโลกนี้มีคนจำนวนมากใช้ชีวิตดังหนึ่งตัวเองจะไม่แก่ ไม่ตาย กิน ดื่ม เสพเที่ยว หลับ นอน อหังการ บ้ายศ ทรัพย์ อำนาจ ลืมตัว ลืมตน จนหลงลืมกุศลผลบุญ หลงลืมสัจธรรมของชีวิต ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างดังหนึ่งว่า สิ่งเหล่านั้นจะเป็นสมบัติอันเที่ยงแท้ของตน หรือดังหนึ่งตนจะสามารถขนเอาไปใช้ในสัมปรายภพได้ทั้งหมดทั้งสิ้น หารู้ไม่ว่า แท้ที่จริงทุกสิ่งที่ครอบครอง คือ ของขอยืมมาทั้งนั้น พอสิ้นชีพวายชนม์ สรรพสิ่งบรรดามีต้องส่งคืนโลกนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น สรรพสิ่งคือของใช้ ไม่มีอะไรเป็นของฉัน ความจริงเป็นดังนี้ แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจ มักมาก โลภโมโทสัน อยากครอบครองทุกอย่างดังหนึ่งตัวเองจะมีอายุสัก 84,000 ปี ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงอยู่กันไม่ถึงร้อยปี หรือเกินกว่านี้ก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ทั้ง ๆ ที่ชีวิตแสนสั้น เวลาก็มีจำกัดความตายก็กำลังไล่กวดเข้ามาอยู่ทุกขณะจิต แต่จะมีกี่คนที่สำเหนียกรู้ถึงสัจธรรมเหล่านี้ มัวแต่ดำรงชีวิตด้วยความประมาท ครั้นความตายมาถึงเข้าจริง ๆ จึงร้องห่มร้องไห้แทบล้มประดาตาย ไม่อาจเตรียมใจ ไม่อาจเตรียมตัว ไม่อาจเตรียมเสบียงสำหรับภพหน้า  คนทุกวันนี้มัวแต่ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต แต่ไม่สนใจการทำกรมธรรม์ประกันภพหน้า คือ สะสมกุศลผลบุญ พอความตายวูบผ่านมา จึงกลัวจนลนลาน แต่สำหรับท่านผู้เจริญมรณัสสติอยู่เสมอ เมื่อแว่วเสียงความตาย หรือเพียงได้มองเห็นสัญญาณแห่งความตาย เช่น ความเจ็บป่วยครั้งใหญ่ของตน ของคนใกล้ตัว หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ก็จะสามารถสำเหนียกรู้ถึงมัจจุมารที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ตัวเองอยู่ทุกขณะ สามารถที่จะลุกขึ้นมาเป็นครูของตนเตือนตนให้ดำรงอยู่ในครรลองของความไม่ประมาทได้อย่างทันท่วงที คนที่เจริญมรณานุสติภาวนาอยู่เสมอนั้น จะได้รับผลทันตา คือ ไม่ประหวั่นพรั่นพรึงต่อความตาย จะหันกลับมาใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่า ไม่มีแม้สักวินาทีเดียวที่เขาจะพร่าผลาญเวลาไปอย่างไร้ประโยชน์ เขาจะถือว่าการฆ่าเวลาไปกับกิจกรรมอันไร้แก่นสารเป็นบาปชนิดหนึ่งซึ่งไม่พึงกระทำ ดังคำของพระบรมครูที่ว่า “ขโณ โว มาอุปจฺจคา” (อย่าปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าแม้เพียงขณะจิตเดียว) เขาจะกลับมาดูแลตัวเองและบุคคลอันเป็นที่รักอย่างดีที่สุด โดยไม่ต้องรอให้เขาเหล่านั้นเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาเสียก่อน พวกเขาจะรู้จักแสวงหาเวลาที่มีคุณค่าระหว่างกันและกันอย่างคุ้มค่าที่สุด ผิว์ความตายด่วนมาพรากคนอันเป็นที่รักจากไป ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ ในแง่พฤติกรรมระหว่างวัน คนที่หมั่นเจริญมรณัสสติ ก็จะเลือกสรรทำแต่พฤติกรรมเชิงคุณภาพล้วน ๆ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราหมั่นระลึกถึงความตาย ไม่ใช่เพื่อจะให้กลัวตาย แต่เพื่อที่จะให้เรารู้จักที่จะดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างดีที่สุด หัวใจของการดำรงชีวิตอยู่อย่างดีที่สุด ก็คือ การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่ประมาทในอะไรเล่า… 1. ไม่ประมาทในชีวิต    ว่าจะยืนยาว 2. ไม่ประมาทในวัย    ว่ายังหนุ่มสาว 3. ไม่ประมาทในสุขภาพ    ว่ายังแข็งแรง 4. ไม่ประมาทเวลา    ว่ายังมีอีกมาก 5. ไม่ประมาทในธรรม    ว่าเอาไว้ก่อนวันหลังค่อยสนใจ ใครก็ตามประมาทในเหตุทั้ง 5 ประการนี้ มักต้องมานั่งเสียใจทุกครั้ง เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักต้องมาพลัดพรากจากไป หรือหากตัวเองจะต้องตายขึ้นมาบ้าง ก็มักจะบ่นเพ้อด้วยความเสียดายว่า “รู้อย่างนี้ทำดีไปตั้งนานแล้ว” ดังนั้น หากเราไม่อยากเสียใจ ไม่อยากพลาดวันเวลาสำคัญของชีวิตก็ควรหมั่นเจริญมรณัสสติอยู่เสมอ เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตดังหนึ่งความตายกำลังกวักมือเรียกอยู่ข้างหน้าทุกขณะจิต เราจะตระหนักรู้ว่าชีวิตมีค่าแค่ไหน มารดร บิดา สามี ภรรยา ลูกแก้ว เมียขวัญสำคัญเพียงไร สุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นเพียงไร และทรัพย์สินศฤงคารอำนาจราชศักดิ์เป็นเพียงสิ่งสมมุติ มายาเพียงชั่วคราวอย่างไร ความตายจะเป็นดั่งระฆังแห่งสติที่เตือนให้เรากลับมาดำรงอยู่กับความจริงและอยู่กับสิ่งที่เป็นแก่นสาร ทิ้งสิ่งที่เป็นเปลือกหรือหัวโขนของชีวิตอย่างรู้เท่าทัน เมื่ออยู่เบื้องหน้าของความตาย อะไร ๆในโลกก็กระจิริดไปเสียทั้งหมด เราระลึกถึงความตายเพื่อเข้าใกล้ชีวิตที่มีแก่นสารที่สุด ดำรงอยู่อย่างคนที่ตื่นตัวและตื่นรู้ที่สุด ฉะนั้น การระลึกถึงความตายแล้วเศร้าหมอง หดหู่ จึงไม่ใช่มรณานุสติที่ถูกต้อง ที่ถูกคือ พอระลึกถึงว่าตนจะต้องตายในวันหนึ่ง จิตจะตื่นขึ้นมาตระหนักรู้ถึงสัจธรรม แล้วเร่งรีบกระทำแต่กรรมดี ใช้ชีวิตนี้อย่างคุ้มค่าที่สุด นี่ต่างหากคือสัมมา-ทิฏฐิ (ความเข้าใจที่ถูกต้อง) และสัมมาปฏิบัติ (พฤติกรรมที่ถูกต้อง) อันเป็นผลโดยตรงจากการเจริญมรณานุสติ อวสฺสํ มยา มริตพฺพํ – วันหนึ่งเราจะต้องตาย […]

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน   เทพเทวดาย่อมคุ้มครองผู้รักษาศีล ไม่เพียงแต่เป็นมนุษย์เท่านั้น แต่ยังคุ้มครองแม้สัตว์เดรัจฉานอย่าง กระต่ายผู้ทรงศีล อีกด้วย   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและมีแม่น้ำล้อมรอบ โดยมีสัตว์เป็นเพื่อนกันอีก 3 ตัว คือ ลิง สุนัขจิ้งจอก และนาก สัตว์ทั้ง ๔ เป็นสัตว์มีศีลธรรม ทุกเย็นจะมาพบกันและฟังโอวาทของกระต่ายเสมอ วันหนึ่ง กระต่ายมองดูพระจันทร์ก็รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันอุโบสถ จึงให้โอวาท ว่า ” วันพรุ่งนี้ พวกเราจงรักษาศีล ให้ทานกันเถิด เพราะมีผลบุญกุศลมาก ดังนั้นพวกเราจงเตรียมอาหารไว้แบ่งปันให้คนขอทานเถิด” สัตว์ทั้งสามจึงกลับไปยังที่อยู่ของตน ครั้นรุ่งขึ้นมีนายพรานคนหนึ่งตกเบ็ดได้ปลาตะเพียน 7 ตัว จึงนำไปฝังทรายเอาไว้แล้วก็ข้ามแม่น้ำต่อไป นากออกหาอาหารได้กลิ่นปลาเหล่านั้นจึงร้องขึ้น 3 ครั้ง ไม่มีใครปรากฎตัวแสดงความเป็นเจ้าของ จึงคาบปลาทั้งหมดกลับไปยังที่อยู่ของตน แล้วนอนรักษาศีล ส่วนลิงเข้าไปในป่าได้มะม่วงมาก็กลับที่อยู่ของตนเพื่อนอนรักษาศีล เจ้ากระต่ายรักษาศีลอยู่ในที่อยู่ของตนไม่ได้ออกไปหาอาหารมาไว้ให้ทาน โดยคิดที่จะสละชีวิตให้ทานว่า ” ถ้ามีคนมาขออาหาร งา และข้าวสาร เราก็ไม่มีให้ ถ้าเช่นนั้นเราจะให้เนื้อของเราแก่เขาก็แล้วกัน” คิดแล้วก็นอนรักษาศีลอยู่ ด้วยอานุภาพแห่งศีลของกระต่ายเป็นเหตุให้บรรลังก์ของท้าวสักกะเร่าร้อน […]

กิ๊ก มยุริญ พักงานวงการบันเทิงลาไปบวชชีศึกษาธรรมะที่พม่า

กิ๊ก มยุริญ พักงานวงการบันเทิงลาไปบวชชีศึกษาธรรมะที่พม่า คุณ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ นางร้ายอันดับต้น ๆ ของวงการบันเทิงไทย ที่แจ้งเกิดจากละครเรื่องนิรมิตเมื่อ 2540 สนใจศึกษาและปฏิบัติในเส้นทางธรรมนี้มาร่วม 20 ปี ได้เปิดใจในรายการเลิศเลอเพอร์เฟคและรายการคุยแซ่บ Show ที่ผ่านมาว่า กิ๊กวางแผนบวชชีที่พม่า มาร่วม 2 ปี แต่ยังบวชไม่ได้ เพราะต้องเคลียร์งานในวงการให้เรียบร้อยก่อน แต่ปีนี้ 2561 กิ๊กเคลียร์เรียบร้อยแล้ว คิดว่าจะโกนผมประมาณวันที่ 26-27 กรกฎาคม 2561 ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน แล้วบวชชีที่พม่าเป็นระยะเวลา 7 เดือน สึกในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพราะอยากปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เคยปฏิบัติได้มากสุดก็ 55 วัน จึงคิดว่าเมื่อเคลียร์งานได้ก็อยากปฏิบัตินาน ๆ ตอนนี้ได้เตรียมชุดแม่ชีแบบพม่าไว้แล้ว เป็นชุดผ้าสีชมพู เพราะแม่ชีที่นั่นจะแต่งกายแบบนี้ สาเหตุที่ไปบวชชีที่พม่า เพราะพระอาจารย์ที่สอนวิปัสสนาท่านเป็นพระพม่า จึงอยากให้พระอาจารย์ท่านบวชให้ การไปบวชครั้งนี้ตั้งใจมากว่าจะปิดวาจา แล้วสื่อสารกับคนอื่นด้วยการเขียนบอก จะปิดมือถือด้วย ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างเด็ดขาด […]

โอสถธรรม… ทำให้สุข กิ๊ก- มยุริญ ผ่องผุดพันธ์

“โอสถธรรม…ทำให้สุข” กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ นิยามความสุขของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน บ้างพอใจในวัตถุ เงินทอง ชื่อเสียง บ้างขอเน้นสุขทางใจเป็นพิเศษ สำหรับผู้หญิงคนนี้… ความสุขของ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ เกิดจากการค้นพบยาขนนเอกที่เรียกว่า “ธรรมโอสถ” เมื่อหลายปีก่อน มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ หรือ กิ๊ก มีชื่ออยู่ในทำเนียบนางร้ายอันดับต้น ๆ ของวงการบันเทิงจากการพลิกบทบาทการแสดงครั้งสำคัญแบบสุดขั้ว จากบทกุลสตรีสู่นางร้าย ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “นิรมิต” เมื่อ ปี 2540 ความสำเร็จทางโลกของกิ๊กในวันนี้ เริ่มด้วยการคว้าปริญญาบัตรมาให้ครอบครัวได้ชื่นใจถึง 2 ฉบับ ได้แก่ ศิลปศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามติดด้วยการได้ทำในสิ่งที่เธอรักคือการเป็นนักแสดง ซึ่งเธอได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ ล่าสุดกิ๊กยังสนุกกับความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยการเป็นคอลัมนิสต์ วิทยากรบรรยายธรรม และหัวหน้าเครือข่ายบุญ MLM ที่เธอและผองเพื่อนกัลยาณมิตรพร้อมใจกันจัดขึ้นเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจจริง   เปลวเทียนเปลี่ยนชีวิต นอกจากคุณพ่อคุณแม่ (คุณปริญญา – […]

เหตุที่จิตไม่สงบ 8 ประการ – ธรรมะจาก หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

เหตุที่จิตไม่สงบ  8 ประการ – ธรรมะจาก หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม   หากจิตใจมีแต่ความว้าวุ่น สับสนอลหม่าน ไร้ความสงบ ย่อมทำการใดไม่สำเร็จ หรือกว่าจะสำเร็จก็ต้องลำบากยากเย็น เรียกว่าต้องเข็นกันไปเลยทีเดียว ซึ่งพระธรรมสิงหบุราจารย์ ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม ) ได้เคยแสดงธรรมบรรยายถึงเหตุที่ทำให้จิตใจไม่สงบไว้ว่ามี 8 ประการ ดังนี้   1. มีไม่พอ ตะเกียกตะกายอยู๋ร่ำไป ท่านจะไม่มีความสงบในครอบครัวเลย 2. ใช้เวลาว่างเกินไป ไม่เอางานเอาการ พวกประเภทนี้พวกจิตว่าง…มันว่าง จิตมันก็ไหลไปอยู่ที่ต่ำ ไม่มีที่เกาะ ไม่มีที่เกี่ยว ก้าวไม่มีที่เกาะ เกาะไม่มีที่เก็บ ชีวิตไร้สาระ ไม่มีความสงบ 3. ถ้าไม่ฝึกถูกเบียดเบียนจิตใจในครอบครัว ไปอยู่ในหมู่บ้านที่เขาเบียดเบียนจิตใจแล้วจิตท่านจะสงบไหม ขอถามด้วยความจริงใจในที่ประชุมนี้ โดนเบียดเบียนจิตทุกวันแล้วไหนเลยเล่าท่านจะอยู่ด้วยความสงบได้ 4. อวัยวะไม่ตั้งอยู่ด้วยความปกติ ปวดท้อง ปวดหัว ธาตุทั้งสี่ขาดไปอวัยวะไม่ปกติท่านจะสงบได้ไหม ยกตัวอย่างสมมติว่าท่านเป็นครูอาจารย์กำลังสอนนักเรียน เกิดปวดปัสสาวะ ปวดอุจจาระอย่างนี้จิตท่านจะสงบไหม ท่านจะสอนนักเรียนต่อไปได้ไหม อวัยวะไม่ตั้งอยู่ด้วยความปกติ นี่ยกตัวอย่างให้เห็นอย่างง่าย […]

ก้าวย่างอย่างพุทธะ – ข้อธรรมจาก พระอาจารย์ นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ก้าวย่างอย่างพุทธะ – ข้อธรรมจาก พระอาจารย์ นวลจันทร์ กิตติปัญโญ – พรหมลิขิต ขีดชะตา ชีวิตหรือ หลงยึดถือ เซ่นบวงสรวง หลงวอนขอ หวาดหวั่นกลัว สิ่งเร้นลับ จับตารอ อ้อนวอนขอ พรหมบันดาล สมดั่งใจ ครั้นพระสมณ โคดม ทรงกำเนิด

Dhamma Daily: สีกา โทรศัพท์พูดคุยกับพระสงฆ์นานเป็นชั่วโมง เป็นการผิดวินัยสงฆ์หรือไม่

Dhamma Daily: สีกาโทรศัพท์พูดคุยกับพระสงฆ์ นานเป็นชั่วโมง เป็นการผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ ถาม: สีกาโทรศัพท์พูดคุยกับพระสงฆ์เป็นเวลานานเป็นชั่วโมง ในเรื่องการขอคำชี้แนะ หาทางออกจากทุกข์ หรือสนทนาธรรม เป็นการผิดวินัยสงฆ์หรือไม่คะ แล้วสีกาจะมีบาปด้วยหรือเปล่า

ชวนไปส่องภาพจิตรกรรมโบราณสมัยอยุธยาตอนปลายที่ วัดไชยทิศ

ชวนไปส่องภาพจิตรกรรมโบราณสมัยอยุธยาตอนปลายที่ วัดไชยทิศ   สำหรับคนชอบเที่ยววัด ชื่นชอบศิลปะเชิงพุทธศาสนาที่มาพร้อมกับบรรยากาศสุขสงบภายในวัดวาอาราม ไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชม วัดไชยทิศ ซึ่งเป็นที่ร่ำลือถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม วัดแห่งนี้เป็นวัดเล็ก ๆ อยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ย่านฝั่งธนฯ นี่เอง ถึงแม้บริเวณวัดจะไม่กว้างขวางมากนัก แต่บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ เมื่อเดินเข้าประตูวัดจะจ๊ะเอ๋กับศาลเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ องค์สีทองอร่ามเตะตา มองลึกไปด้านหลังจะเห็นกุฏิอยู่รายรอบ     เมื่อเดินไปทางขวาจะพบกับหอระฆังเก่าแก่ เป็นแบบก่ออิฐถือปูนสองชั้น ศิลปะแบบซุ้มโคธิค หลังคาก่อเป็นพระเจดีย์ทรงกลม ประดับด้วยชามสี     ใกล้กับหอระฆังจะเห็นศาลาโถงหลังคาสูง ขนาดค่อนข้างใหญ่ ลองเงยหน้ามองด้านบนจะเห็นเพดานทาสีฟ้า บนเพดานประดับด้วยดาวไม้แกะสลักดวงเล็ก ๆ ตรงบริเวณคอสอง วาดภาพจิตรกรรมเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก ดูเหมือนไม่ใช่ของเก่าแก่เท่าไรนัก ถัดไปอีกหน่อยคือพระอุโบสถ จุดหมายของการดั้นด้นมาในครั้งนี้ เรายืนหันรีหันขวางอยู่หน้าโบสถ์ซึ่งปิดประตูไว้ เพราะเป็นเวลาบ่ายในวันธรรมดา บรรยากาศจึงสงบเงียบไม่มีใครอยู่แถวนั้น ทันใดนั้นก็มีหลวงพ่อรูปหนึ่งเดินมาทางเรา เราได้ทีรีบเข้าไปนมัสการแล้วขออนุญาตเข้าไปชมภาพจิตรกรรมในโบสถ์ หลวงพ่อท่านก็ดีใจหาย เดินนำเราเข้าไปในโบสถ์ พร้อมกับเปิดไฟและพัดลมอำนวยความสะดวกให้ด้วย พระอุโบสถเป็นแบบก่ออิฐถือปูน หลังคาชั้นเดียว หน้าบันประดับเครื่องถ้วยลายครามและลายสีเป็นดอกไม้และใบไม้ บานประตูและบานหน้าต่างด้านหน้า เป็นลายเขียนรดน้ำเรื่องต้นนารีผล บานประตูด้านในเขียนลายดอกไม้และใบไม้ เมื่อก้าวผ่านบานประตูลายรดน้ำอันงดงาม ก็จะพบกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ร่ำลือกัน […]

ชีวามิตร เชิญชวนร่วมกิจกรรม Workshop “อยู่อย่างมีความหมาย จากไปอย่างมีความสุข”

ชีวามิตร เชิญชวนร่วมกิจกรรม Workshop “อยู่อย่างมีความหมาย จากไปอย่างมี ความสุข “   กิจกรรม Workshop “อยู่อย่างมีความหมาย จากไปอย่างมี ความสุข ” จัดขึ้นโดยชีวามิตรร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่ออบรมการเรียนรู้การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองในมิติทางการแพทย์และกฎหมาย การวางแผนดูแลสุขภาพระยะท้าย และเทคนิคการเขียน Living Will ในวันที่ เสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 เวลา 9.00-16.30 น. ณ ห้อง 1204 โซน A ชั้น 12 ตึกภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์   รายละเอียดของ Workshop กำหนดการอบรม 9.00 – 9.15 น. ลงทะเบียน 9.15 – 9.30 น. ชมภาพยนตร์สั้น “จุดหมายไม่ใช่ปลายทาง” แนะนำ บ.ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม […]

keyboard_arrow_up