“ศพ” หรือ “เทพ”! มาเปลี่ยนความสัมพันธ์จาก คู่เวรคู่กรรม เป็น คู่สร้างคู่สม

คู่สร้างคู่สม
คู่สร้างคู่สม

“ศพ” หรือ “เทพ”! มาเปลี่ยนความสัมพันธ์จาก คู่เวรคู่กรรม เป็น คู่สร้างคู่สม

นอกจากปัจจัยต่างๆ รวมถึงกรรมจะเป็นชนวนทำให้ คนสองคนปิ๊งกันแล้ว กรรมยังเป็นเครื่องจำแนกคู่ออกเป็นประเภทต่างๆ พระพุทธศาสนาสอนว่าคู่นั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ ได้แก่

  1. ศพอยู่ร่วมกับศพ

    หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายเป็นคนทุศีล ใจคอโหดร้ายขี้ขโมย บ้ากาม ปากคอเราะร้าย และลุ่มหลงในอบายมุข ส่วนฝ่ายหญิงก็ประพฤติเช่นเดียวกัน แบบนี้เข้าข่าย ชายโฉดคบหญิงชั่ว

  2. ศพอยู่ร่วมกับเทพ

    หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายเป็นคนทุศีลแบบข้อแรก แต่ฝ่ายหญิงเป็นคนดีมีศีลธรรม ซึ่งเข้าข่ายชายชั่วคบแม่พระ

  3. เทพอยู่ร่วมกับศพ

    หมายถึงคู่ที่ฝ่ายชายเป็นคนดีมีศีลธรรม ขณะที่ ฝ่ายหญิงกลับมีพฤติกรรมเหลวแหลกเข้าข่าย พ่อพระคบหญิงชั่ว

  4. เทพอยู่ร่วมกับเทพ

    หมายถึงคู่ที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต่างก็เป็นคนดีมีศีลมีธรรมเสมอกัน เข้าข่าย พ่อพระคบแม่พระ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ใน 4 คู่นี้ คู่แรกกับคู่สุดท้ายเท่านั้นคือ คู่แท้ ซึ่งจะอยู่ด้วยกันยืด คบกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะคนเราจะคู่กันได้อย่างมีความสุข ต้องมีลักษณะที่สมกัน

        คู่แรกร้ายด้วยกันทั้งคู่ เรียกว่าเป็น “คู่เวรคู่กรรม”

        ส่วนคู่สุดท้ายดีด้วยกันทั้งคู่ เรียกว่า “คู่สร้างคู่สม”

วิธีแก้ไขชีวิตให้ดีขึ้นเพื่อยกระดับคู่ตัวเองจากคู่เวรคู่กรรม หรือคู่บุญคู่บาป สู่คู่สร้างคู่สมนั้น ทำได้ด้วยการหมั่นชักชวนกันทำแต่สิ่งที่ดีๆ เพื่อยกระดับจิตของกันและกันให้สูงขึ้น บาปกรรมเก่าที่เคยทำร่วมกันมาจะได้ถูกกรรมดีในชาตินี้บังไว้ ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

แต่ในขณะเดียวกัน ก่อนจะทำบุญอะไรก็ต้องเตือน ตัวเองไว้เสมอว่า ต้องทำเป็นแพ็คคู่เท่านั้น ถ้ายังต้องการที่จะอยู่ร่วมเป็นคู่แท้ของกันและกัน เพราะหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมุทำบุญอยู่แต่เพียงฝ่ายเดียว อาการ ”บุญไม่เสมอกัน  ก็จะตามมา เป็นเหตุให้ต้องพรากจากกันไปได้

นอกจากนั้นการทำบุญร่วมกันก็จะต้องมาจากความตั้งใจที่เสมอๆ กันด้วย ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งตั้งใจสุดกำลังชนิดทำถวายหัว ในขณะที่อีกฝ่ายทำไปแกนๆ แบบสักแต่ว่าทำ อย่างนี้ก็เข้าข่ายศรัทธาไม่เสมอกันได้เช่นกัน

แต่หากรู้ตัวแล้วว่าเป็นคู่เวรคู่กรรมกับใคร และอยากจะหลบหลีกเขา เพราะไม่ต้องการสร้างกรรมกันต่อในชาตินี้ให้มันยุ่งอีนุงตุงนังขึ้นอีก ท่านให้ใช้วิธีสลัดตัวให้หลุดจากบ่วงกรรมของกันและกัน ด้วยการตั้งสติให้มั่น ไม่หลงถลำ ไปตามอารมณ์และแรงดึงดูดทางเพศ รวมทั้งตั้งใจมั่นที่จะให้อภัยในความผิดของอีกฝ่ายอย่างบริสุทธิ์ใจ และเร่งทำความดีเพื่อถีบตัวให้กรรมตามไม่ทัน วิธีนี้จะทำให้ทั้งคุณและเขาค่อยๆ ห่างกันไปเรื่อยๆ จนหลุดพ้นจากกันได้ในที่สุด

 

ที่มา : นิตยสารซีเคร็ต

เรื่อง ปราชญ์

ภาพ Pexels  on pixabay

keyboard_arrow_up