“ เอา บุญ มาฝาก  ”  ทำไมต้องกล่าวแบบนี้ ? วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

บุญ
บุญ

 “ เอา บุญ มาฝาก  ”  ทำไมต้องกล่าวแบบนี้ ? วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

หลายคน คงคุ้นเคยกับคำพูดขึ้นว่า “ วันนี้เอา บุญ มาฝาก ” สงสัยไหมว่า ทำไมต้องกล่าวแบบนี้ บุญ เขาเอามาฝากกันได้อย่างกับของฝากเลยเหรอ ? วันนี้ซีเคร็ตมีคำตอบมาฝาก

ไม่ทราบที่มาของการกล่าวว่า “เอาบุญมาฝาก” ว่าใครเป็นคนกล่าวคนแรก ใครเป็นคนคิด และใช้กันมาตั้งแต่เมื่อไร แต่เชื่อว่าคงไม่ได้มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลอย่างแน่นอน

บุญฝากกันได้ด้วยเหรอ ? ขอตอบว่า ได้ ทำไมจะไม่ได้ ขอตีความประโยคนี้ก่อน ความหมายของคำว่า “ฝาก” ในบริบทนี้ตรงกับคำว่า “ให้” ก็หมายความว่า “ฉันให้บุญเธอนะ” ประมาณนี้

ดังนั้น เอาบุญมาฝาก จึงหมายความว่า เราให้บุญเธอนะ การให้บุญนี้ ทำกันได้ด้วยเหรอ ? ขอตอบว่า “ได้” ในพระพุทธศาสนาสอนเรื่องการทำบุญไว้ถึง 10 ประเภท หรือที่เรียกว่า “บุญกิริยาวัตถุ 10” การให้บุญต่อกัน เรียกว่า “ปัตติทานมัย”

การกล่าวว่า เอาบุญมาฝาก ต่อกัน เป็นการแสดงไมตรีจิตต่อกัน เป็นการมอบสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อกัน และเป็นการทำบุญอีกประเภทหนึ่งในพระพุทธศาสนา บุญเป็นสิ่งที่ใครทำใครได้

ขอเปรียบเปรยดังนี้ หากเราปลูกต้นไม้ซะต้น ขอยกตัวอย่างว่าเป็น ต้นชมพู่ เราดูแลจนมันโตเป็นต้นใหญ่ เราได้ร่มเงาคลายความร้อน และได้ผลชมพู่ไว้กิน หากชมพู่ออกผลเยอะ เราก็แบ่งปันให้กับคนอื่น  บุญก็เหมือนกับปลูกต้นไม้ ถ้าต้นไม้โตแผ่กิ่งก้านสาขาไปเป็นบริเวณกว้าง นอกจากเราที่จะได้ร่มเงาแล้ว คนอื่นก็สามารถเข้ามานั่งหลบแดดได้หลายคน ผลของมันเมื่อออกผลมากเข้า เราก็แบ่งปันให้กับคนที่เรารัก หรือคนที่รักรู้จัก

ข้อมูลจาก 84000.org


บทความน่าสนใจ

ต้นบุญธรรมสถาน สัปปายสถานของทุกเพศทุกวัย

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราต้อง จบของใส่บาตร วันนี้เราหาคำตอบมาให้แล้ว

การอุทิศตน ช่วยเหลือสังคม มีอานิสงส์และเป็นบุญอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

Dhamma Daily : ทำบุญด้วยเหรียญ 50 สตางค์ ชาติหน้าเกิดมาจะไม่เต็มบาทจริงหรือ

ครูนัท หนุ่มใจบุญ อุทิศตนวิ่งเพื่อ รพ.ทองผาภูมิ

แฮร์ริสัน ฟอร์ด ดาราฮอลลีวูด รุ่นใหญ่ ทำบุญถวายพระพุทธรูปแด่วัดที่สปป.ลาว

 

 

 

keyboard_arrow_up