ไม่ต้องใช้คาถา สติมาก็คือรอด บทเรียนจากเหตุการณ์ เพลิงไหม้

เพลิงไหม้
เพลิงไหม้

ไม่ต้องใช้คาถา สติมาก็คือรอด บทเรียนจากเหตุการณ์ เพลิงไหม้

หลายวันที่ผ่านมาเราได้รับข่าวเหตุ เพลิงไหม้ จากหลาย ๆ เหตุการณ์ ในช่วงวันหยุด มีทั้งเหตุเพลิงไหม้รถทัวร์ทั้งคัน ได้พรากชีวิตผู้คนนับสิบ มีผู้รอดชีวิตคนหนึ่งกล่าวว่า ที่รอดมาได้เพราะเขาตั้งสติ แล้วหาค้อนทุบกระจกที่มีติดไว้อยู่ข้างประตูหน้าต่าง แล้วก็พาครอบครัวออกมาจากกองเพลิงทางหน้าต่าง แต่คนที่เสียชีวิตนั้นไม่ได้สติพอเกิดเหตุก็โวยวาย ขาดสติไม่ได้หาทางหนีจึงเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 เวลา 03.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ราชเทวีอพาร์ทเม้นท์ ซอยเพชรบุรี 18 ซึ่งมีผู้อาศัยอยู่นับ 100 คน เหตุเพลิงไหม้ ได้ก่อให้เกิดกลุ่มควันอย่างหนาแน่น ทำให้ผู้คนวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอลหม่าน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพญาไทเร่งเข้าดับไฟ และรีบเข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์ หลังควบคุมเพลิงได้แล้วมีรายงานว่ามี ผู้เสียชีวิต 3 ราย เหตุเพลิงไหม้มักจะนำพาความสูญเสียเสมอไม่ใช่ข้าวของ ก็ต้องเป็นชีวิต

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การตั้งสติ” เราจะเคยได้ยินกันบ่อยเรื่องของการมีสติ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตามเราอย่าตื่นตกใจ เรียกสติเรากลับคืนมา จะช่วยให้เราคิดได้ว่าควรทำอะไรก่อน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อติดอยู่ในห้องเราควรถีบลูกบิดประตูออก เอาผ้าห่มชุบน้ำเพื่อป้องกันไฟ และคลานต่ำ ๆ เพื่อไม่ให้สูดควันไฟแล้ววิ่งลงบันไดหนีไฟ อย่าใช้ลิฟต์เด็ดขาด

การตั้งสติเมื่ออยู่ในเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง พระพุทธองค์ได้สอนเราว่าอย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาท สติกับความไม่ประมาทเป็นของคู่กัน การตั้งสติก็คือตื่นตัวตลอดเวลา รู้ว่าควรที่จะทำอะไร เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินให้ดึงสติควบคู่กับปัญญาแล้วหาทางรอด ดั่งคติธรรมได้กล่าวไว้ว่า สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดมักจะเกิดปัญหา

 

เรื่อง : จักรินทร์ คำราช


keyboard_arrow_up