ย้อนรอยธรรมตามพระราชา วัดบวรนิเวศวิหาร

วัดบวรนิเวศวิหาร
วัดบวรนิเวศวิหาร

ย้อนรอยธรรมตามพระราชา วัดบวรนิเวศวิหาร

วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร หนึ่งในพระอารามหลวงชั้นเอกที่คนไทยรู้จักดี  เป็นวัดสำคัญของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีหลายพระองค์   ปัจจุบันประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร

วัดบวรนิเวศวิหารสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3   เป็นที่ประทับในขณะทรงผนวชของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  4  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  5  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  6  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  7  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่  9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10

พระพุทธชินสีห์

บรรจุพระบรมราชสรีรางคารกษัตริย์ 2 พระองค์

ภายในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ประดิษฐานพระประธานองค์แรกคือ พระสุวรรณเขต มักเรียกหลวงพ่อโต หรือหลวงพ่อเพชรพระประธานองค์ใหญ่ ตั้งอยู่ด้านในสุด ส่วนด้านหน้าพระสุวรรณเขตประดิษฐาน พระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย เป็นพระสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ เป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหารองค์ที่สอง

ใต้ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธชินสีห์ นอกจากบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังบรรจุพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468

(ปัจจุบันทางวัดเปิดอุโบสถให้ประชาชนกราบสักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา08.30 – 21.00 น โดยจัดระเบียบเป็นรอบ มีกฎเคร่งครัด เช่น ห้ามยืนถ่ายภาพ)

พระตำหนักปั้นหย่า

ที่ประทับเคร่งพระธรรมวินัย

ตึก 3 ชั้น อันเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงพระผนวช และเสด็จมาประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร แต่เดิมเป็นเรือนในสวนขวาในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาตั้งที่วัดแห่งนี้  เพื่อสร้างเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงผนวช

พระตำหนักปั้นหย่ามีป้ายจารึกชัดเจนว่า “สตรีห้ามขึ้น” ตามพงศาวดาระบุว่า ในรัชกาลที่ 4 ทรงปรับปรุงวางหลักเกณฑ์ความประพฤติ  ปฏิบัติของพระสงฆ์ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ห้ามสตรีเข้าเขตสมณโดยเด็ดขาด รวมถึง สุนัขแมวและลิง ที่เป็นเพศเมียก็ห้ามเลี้ยงไว้ในบริเวณนี้

พระตำหนักเพ็ชร

สำนักพิมพ์ ห้องบัญชาการเผยแผ่ธรรม

เป็นพระตำหนักที่มีความงดงามวิจิตร  สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ลายฉลุระเบียงดูคล้ายไม้ฉลุ แต่เป็นงานปูนปั้นทั้งสิ้น ปัจจุบันประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4  ที่กล่าวกันว่าเหมือนจริงที่สุด

ในอดีตที่ตั้งแห่งนี้เป็นโรงพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้นสำหรับพิมพ์บทสวดมนต์ และหนังสือพุทธศาสนาอื่นๆ แทนหนังสือใบลานโดยใช้ตัวพิมพ์เป็นอักษรอริยกะที่ทรงประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เพื่อเผยแผ่ศาสนา (เป็นยุคเดียวกับ หมอบรัดเลย์ เป็นนายแพทย์ชาวอเมริกันที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักเพ็ชร ถวายเป็นท้องพระโรงแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นที่ทรงงานและที่ประชุมพระมหาเถระสมาคมเป็นเวลาช้านานหลายปี  พระตำหนักแห่งนี้จึงเป็นที่ทรงงานสำคัญในการปฏิรูปศาสนานับแต่นั้น

พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีและพระพุทธศาสนาอยู่เคียงข้างกันในการค้ำจุนแผ่นดินไทยมาโดยตลอด

ขอบคุณข้อมูล

งานเสวนาสัญจรย้อนรอยประวัติศาสตร์ ครั้งที่ 5 “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”จัดโดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และผศ.ดร.พีรศรี โพวาทองวิทยากรจากคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ที่มา : คอลัมน์ Travel In Peace นิตยสาร Secret

เรื่อง : อุราณี  ทับทอง 

ภาพ : วรวุฒิ   วิชาธร


บทความน่าสนใจ

วัดอัมพวัน สร้างเกราะให้จิตใจด้วยการเจริญสติและปฏิบัติกรรมฐาน

7 เรื่องที่ควรรู้ไว้จะได้เข้าใจเมื่อไปวัด

ธรรมชาติ สอนธรรม ณ สถานปฏิบัติธรรม วัดทุ่งไผ่

สถานปฏิบัติธรรม บ้านไรวา จ.ชลบุรี สงบ สบาย ได้พระธรรม

คนเราเข้าวัดเพื่ออะไร? เรื่องน่าคิดจากพระไพศาล วิสาโล

keyboard_arrow_up