ปัญหา ระหว่างพ่อ แม่ และลูก จะสงบได้ง่ายด้วยความเข้าใจ

ปัญหา
ปัญหา

ปัญหา สงครามในบ้าน สงบได้ง่ายด้วยความเข้าใจ

“แม่ไม่เคยเข้าใจหนู / ผมเลย!”  ใครเคยพูดกับพ่อแม่ อย่างนี้บ้างยกมือขึ้น ซีเคร็ตเชื่อว่าพ่อแม่ลูกมากมายต้องเคย ผ่านเหตุการณ์ไม่เข้าใจกันมาก่อน เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ ซีเคร็ตจึงรีบแล่นไปหาพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ เพื่อให้ช่วย สมานฉันท์ ปัญหา ในครอบครัวโดยด่วน

พระอาจารย์คะ  หนูอยากจะถามแทนใจลูกๆว่า  ทำไมคนเป็นพ่อแม่ถึงชอบยึดหลักเดิมๆ  ไม่ค่อย ฟังเหตุผลของลูก  แล้วชอบพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่เข้าใจ วัยรุ่นเลย

ในเมื่อพ่อแม่ไม่เข้าใจวัยรุ่น วัยรุ่นก็ต้องเข้าใจพ่อแม่ว่า นี่คือธรรมชาติของคนแก่ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้เขาเข้าใจเรา ต้องเริ่มจากการเคารพในความแตกต่างและเข้าใจธรรมชาติของแต่ละวัยให้ได้ก่อน เมื่อเข้าใจแล้ว ความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงท่านให้เป็นอย่างที่เราต้องการ เช่น อยากให้พ่อแม่เลิกบ่น ไม่ฟังเหตุผล จะเริ่มลดน้อยลง พ่อแม่และเราก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ

จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ที่คนแก่เป็นแบบนี้…เพราะลึกๆต้องการคนเอาอกเอาใจ และเห็นว่าตัวเองยังมีคุณค่า เลยต้องแสดงความคิดเห็นหรือยึดมั่นในหลักการของตัวเอง เพื่อให้ลูกๆยอมรับว่ายังมีกึ๋น เราก็ควรเอาอกเอาใจท่านหน่อย

สำหรับลูกๆ ที่ไม่ชอบใจนิสัยบางอย่างของพ่อแม่ ก็จงดูท่านเป็นตัวอย่าง เอาท่านมาเป็นครูสอนใจ ว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องแก่เหมือนกัน แต่เราเลือกได้ว่าเราอยากเป็นคนแก่แบบไหน แบบที่วัยรุ่นเซ็งหรือเป็นคนแก่นิวลุคที่ทันสมัยเด็กๆ รักและอยากพูดคุยด้วย พระอาจารย์เคยเจอคุณย่า คุณยายบางคนที่เด็กๆ ชอบมาก แสดงว่าคนแก่ที่ไม่ทำตัวน่าเบื่อหน่ายยังมีอยู่ สำหรับคนแก่บางคน เราก็ต้องเข้าใจว่า ท่านเปลี่ยนไม่ได้แล้ว เราก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนท่าน ดูแลท่านให้เต็มที่จนกว่าท่านจะจากไป พอวันหนึ่งเรารับตำแหน่ง สว. แทนท่าน ก็อย่าไปทำในสิ่งที่เราเคยไม่ชอบใจก็แล้วกัน

แล้วเราจะทำอย่างไรให้สามารถอยู่ร่วมกับพ่อแม่ (คนแก่เวอร์ชั่นเก่า) ได้อย่างสงบคะ

ต้องมีข้อตกลงระหว่างสมาชิกในครอบครัว มีการประชุมกันว่าสิ่งไหนที่ควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ และเมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ก็ให้เคารพในสิ่งที่เราตั้งกันขึ้นมา ถ้าพ่อแม่ทำผิด เด็กๆ ก็มีสิทธิเสรีภาพโดยชอบธรรมที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมได้

ในสังคมไทย คนเป็นพ่อแม่มักคิดว่าลูกๆ เป็นลูกไก่ในกำมือ บางทีก็ต้องสอนคุณพ่อคุณแม่ด้วยว่า พ่อแม่ไม่ใช่เจ้าของชีวิตเขา ไม่ใช่พ่อดั้งแม่เดิม เป็นแค่พ่อเสริมแม่แต่งพ่อแม่ดั้งเดิมของเขาคือกรรมที่เขาทำมา ดังนั้น ไม่ใช่ว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ ก็เลยคิดจะบังคับเขาอย่างไรก็ได้ ทำมากๆ ระวังชาติหน้าเขาเกิดเป็นพ่อแม่คุณบ้าง แล้วคุณจะหนาว

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ ช่วยกันส่งเสริมตกแต่งรังสรรค์ลูกให้เดินไปในทางที่ถูกที่ควร เช่น หากว่ากรรมเก่าของเด็กคนนี้ทำให้เลือกทางผิด เลือกเพื่อนผิด หน้าที่ของพ่อแม่คือต้องจัดแต่งต้นตะโกธรรมดาที่ไม่มีคุณค่า เอามาดัดให้สวย ให้เกิดคุณค่าขึ้นมา เช่นเดียวกัน…กรรมที่เด็กคนนี้ทำมายังคงเหมือน-เดิม แต่ถ้าเรามาสร้างหัวใจที่บริสุทธิ์โดยการป้อนข้อมูลที่ดีคลื่นจิตที่ดีให้แก่เขาบ้าง ก็เท่ากับเราปั้นงานชิ้นเอกให้ได้ขึ้นสู่เวทีโลก ลูกเป็นผลผลิตของคุณพ่อคุณแม่ ฉะนั้นคนเป็นพ่อแม่ต้องโชว์ฝีมือในการตกแต่งหน่อย ไม่ใช่เอะอะตบตีอย่างเดียว ต้องแต่ง เติม ต่อ และตัดในสิ่งที่ควรตัดด้วย

หากถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเราจำต้องเรียกร้องความเป็นธรรม จะถือว่าอกตัญญูไหมคะ และถ้าทำจะบาปไหม

ถ้าเราเรียกร้องโดยไม่มีโทสะ ไม่มีกิเลส ไม่มีอารมณ์เมื่อเห็นว่าพ่อแม่ไม่เป็นธรรม ทำไม่ถูก เราก็สามารถไปฟ้องผู้มีอำนาจหรือคุณตาคุณยายได้ อย่างเช่น…คุณพ่อคุณแม่รังแกผม  ทำไมต้องบังคับให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ด้วยผมไม่ชอบผู้หญิง ผมจะแต่งงานกับผู้ชาย (หัวเราะ)

ตามหลักสิทธิมนุษยชนลูกทำได้นะ คุณพ่อคุณแม่เป็นปุถุชน  ยังมีกิเลสอยู่  และไม่ได้เป็นธรรมเสมอไป ให้บอกท่านไปเลยว่า  ลูกไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะสนองตัณหาของท่าน อย่าเห็นว่าหนูเป็นก้อนหินที่จะจับซ้ายจับขวาหรือจะเหวี่ยงอย่างไรก็ได้ และให้บอกต่อว่า  อาจารย์บอกให้คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยความเคารพ  ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มีสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพโดยชอบธรรม จิตทุกดวงควรมีอิสรภาพตามสมควร

อาจารย์เคยเห็นเด็กบางคนน่าสงสารมาก แม้แต่ไปกินก๋วยเตี๋ยว คุณพ่อเติมพริก น้ำส้ม  น้ำปลาให้เด็กเสร็จสรรพ แม้แต่การเรียน  คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นหมอ  ถ้าลูกไม่เลือกตามต้องการ ก็จะตัดแม่ตัดลูกกัน หรือพอถึงวัยแต่งงาน คุณแม่ชอบผู้ชายคนนี้มาก ก็บังคับให้เราไปแต่งงานกับเขา…ลูกก็งง ตกลงแม่จะแต่งหรือหนูจะแต่งกันแน่

พูดตามหลักธรรมคือ พ่อแม่ต้องคิดว่าเราไม่ใช่เจ้าชีวิตของลูก เราต้องขอบคุณลูกที่เขามาเกิดกับเรา ทำให้เราได้เป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์

แล้วกับพ่อแม่ที่พูดยาก  ในฐานะลูก  เราควรทำอย่างไรดีคะ

ก็ไม่ต้องพูด บางครั้งการไม่พูดอาจจะดีกว่าการพูดด้วยซ้ำไป บางครั้งเราพูดกันมากเกินไปจึงไม่ค่อยเข้าใจกันบางครอบครัวพูดกันน้อยมาก แต่กลับเข้าใจกันเยอะ บางครอบครัวพูดกันเยอะ แต่ไม่เข้าใจกันเลย เพราะไม่เข้าไปที่ใจ…ไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา ตัวเราก็ไม่ดูใจตัวเราเอง เลยต้องพูดกันเยอะ ไม่จบไม่สิ้น ดังนั้น ถ้าอยากให้บรรยากาศในครอบครัวสงบ พูดกันน้อยๆ เข้า (ไปที่) ใจกันมากๆ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เคารพในสิทธิหน้าที่ของเขา สงครามในครอบครัวก็จะไม่เกิด

เรื่อง พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ  

เรียบเรียงโดย ผั่นพั้น 


บทความน่าสนใจ

Dhamma Daily : เราจะสามารถ แผ่เมตตาให้คนในครอบครัว ได้อย่างไร

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: คุณแม่ป่วยเป็นมะเร็ง ครอบครัวจึงช่วยกันทำบุญและอธิษฐานจิตให้ท่านไม่ทรมาน จะช่วยได้หรือไม่

 

 

keyboard_arrow_up