ข้อคิดเกี่ยวกับกรรมดี กรรมชั่ว และการให้ผลของกรรม‬

ข้อคิดเกี่ยวกับกรรมดี
ข้อคิดเกี่ยวกับกรรมดี

 ข้อคิดเกี่ยวกับกรรมดี กรรมชั่ว และการให้ ผลของกรรม

1. ผลจากกรรมดีมีจริง

ผลจากกรรมชั่วก็มีจริง จงเชื่อว่า ทุกสิ่งที่คุณทำไม่มีวันสูญ และจะตามสนองคุณไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ภพใดก็ภพหนึ่ง ไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง

2. เพียงแค่คิดดี

นั่นก็เป็นกุศลแล้ว เพียงแค่คิดชั่ว นั่นก็เป็นอกุศลแล้ว จงหมั่นดูแลความคิดของตนอยู่เสมอ เพราะจุดเริ่มต้นของการกระทำมาจากความคิด ทันทีที่คิด กรรมเกิดขึ้นแล้ว ทันทีที่พูดและกระทำไปตามความคิด กรรมย่อมส่งผลโดยสมบูรณ์

3. โกงเขามาหนึ่งบาท

ต้องชดใช้หนึ่งล้านบาท ให้เขาไปหนึ่งบาท ได้กลับคืนหนึ่งล้านบาท ไม่ว่ากรรมดีกรรมชั่ว ย่อมส่งผลรุนแรงเป็นร้อยเท่าพันทวี เชื่อเถอะว่า ไม่มีผลประโยชน์ใดที่คุ้มค่าพอจะให้เราลงมือทำความชั่วเลย

4. เมื่อทำดี จงอย่าหวังสิ่งตอบแทน

แม้แต่อานิสงค์จากผลบุญ อย่าทำดีเพื่อหวังรวย อย่าทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ สรรเสริญ ขอให้คิดว่า เรากำลังทำดีเพื่อละความตระหนี่ ละความโลภ ความโกรธ ความหลง และอัตตาตัวตน

5. กรรมดีและกรรมชั่วนำมาหักลบกลบหนี้กันไม่ได้

กรรมดีส่วนกรรมดี กรรมชั่วส่วนกรรมชั่ว แต่ถ้าเราทำความดีบ่อยๆ ผลจากกรรมดีย่อมหนุนนำ จากร้ายกลายเป็นดีได้ จากชีวิตที่ไม่ดี ก็ค่อยๆ กลับมาเจริญรุ่งเรืองได้ เปรียบเหมือนน้ำผสมเกลือ ความเค็มคือกรรมชั่ว ส่วนน้ำคือกรรมดี แม้เดิมทีน้ำจะมีรสเค็มจากเกลือ แต่ถ้าเราหมั่นเติมน้ำบ่อยๆ เกลืออาจไม่ได้หายไปไหน แต่สุดท้ายความเค็มจะค่อยๆ เจือจางไปได้ด้วยน้ำเปล่าที่เปรียบได้กับการทำดี

6. การกระทำบางอย่าง

เป็นการสร้างทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ย่อมส่งผลทั้งร้ายดี เช่นเมื่อจับปลามาฆ่า เพื่อทำกับข้าวให้แม่กิน ผลกรรมจากการฆ่าปลาย่อมเกิดขึ้น ผลกรรมจากการให้ข้าวให้น้ำแม่ย่อมเกิดขึ้นเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ จงกระทำแต่กรรมที่มีเพียงผลบุญ อย่าทำกรรมที่ส่งทั้งผลบุญและบาปในคราเดียว

7. ชีวิตเป็นเช่นไร

เกิดจากผลกรรมทั้งสามวาระ หนึ่งกรรมอดีตชาติ เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์ สองกรรมหรือการกระทำที่ผ่านมาในชาตินี้ เปรียบเหมือนการดูแลรดน้ำพรวนดิน สามกรรมในขณะจิตนั้นๆ เปรียบเหมือนการเก็บพืชผลของต้นไม้ ถ้าได้เมล็ดมาไม่ดี แต่การดูแลดี และใส่ใจในการเก็บเกี่ยว ก็ย่อมได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ แต่ถ้าได้เมล็ดพันธุ์ที่ดีมาแล้ว กลับไม่ใส่ใจดูแล ซ้ำยังเก็บผลผลิตแบบทิ้งๆ ขว้างๆ แม้เริ่มต้นดี แต่ท้ายที่สุดอาจไม่ได้อะไรเลย ชีวิตคนๆ หนึ่ง จะร้ายจะดี ไม่ได้เป็นผลของกรรมวาระใดวาระหนึ่ง แต่เกิดจากผลกรรม และเหตุปัจจัยหลายๆ วาระมารวมกัน

8. กรรมอดีตแก้ไม่ได้

แต่เราสามารถใช้เวลาในปัจจุบันในการสร้างกรรมดีใหม่ๆ ได้ ใครที่ชีวิตไม่ดีอย่าเพิ่งท้อ หมั่นสร้างกรรมดีต่อไป ไม่ช้ากรรมดีจะให้ผลแน่นอน

9. บางคนทำชั่วแต่ดูว่าได้ดี

เพราะกรรมดีที่เคยทำไว้ในอดีตยังหนุนนำ หมดอานิสงค์จากกรมดีเมื่อไหร่ กรรมชั่วที่ทำไว้ย่อมให้ผลเป็นวิบากอันตราย บางคนทำดีแทบตายแต่ดูว่าไม่ดี นั่นก็เป็นเพราะเขาเคยสร้างกรรมชั่วมาก่อน หมั่นสร้างกรรมดีต่อไป ไม่นานชีวิตย่อมดีขึ้นเป็นลำดับ

10. ยามชีวิตกำลังขึ้น อย่าลำพอง

เพราะเรายังมีผลจากกรรมชั่วไล่ล่าอยู่ ขอให้สร้างความดี ขอให้ใช้บุญต่อบุญไปเรื่อยๆ ยามชีวิตกำลังย่ำแย่อย่าได้ท้อแท้ เพราะคนเราย่อมมีกรรมทุกชนิดรอให้ผลอยู่ ยึดมั่นในความดีแล้วทำต่อไป วันหนึ่งกรรมดีที่เคยสร้างไว้ ย่อมให้ผลเป็นสิ่งดีๆ ตอบแทน

11. จงทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

เพราะเราไม่รู้หรอกว่า ผลกรรมที่กำลังจะมาถึงตัวเราเร็วๆ นี้ เป็นผลกรรมชนิดไหน ถ้าเรารับผิดชอบหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ประกอบกับกรรมดีหนุนนำ ชีวิตย่อมพุ่งทะยานแบบก้าวกระโดด แต่ถ้าเรารับผิดชอบหน้าที่ดีแล้ว แต่มีกรรมชั่วมาเบียดบัง อย่างน้อยที่สุด ชีวิตก็ยังไม่ย่ำแย่จนเกินไปเพราะความไม่งอมืองอเท้าของเราเอง

12. สัตว์โลกทุกตัวตน

อยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกรรม ต่างตนต่างมีกรรม และวาระที่ต้องชดใช้กรรมเป็นของตนเอง กรรมเป็นสิ่งมองไม่เห็น และบางครั้งหลายอย่างในชีวิตอาจดูไม่ยุติธรรม แต่เชื่อเถอะว่า ระบบกรรมเป็นระบบที่ยุติธรรมยิ่งกว่าระบบใดๆ ในจักรวาล ชีวิตของเราที่เห็น เป็นชีวิตที่ยุติธรรมและเหมาะสมกับเราที่สุดแล้ว ทุกคนจะได้ในสิ่งที่ควรได้ จะพบในสิ่งที่ควรพบ

ไม่ว่าชีวิตของเรากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ จะความทุกข์ หรือความสุข จะความเสื่อมโทรม หรือความเจริญรุ่งเรือง จงเผชิญหน้ากับทุกสิ่งอย่างเบิกบาน บางครั้งกรรมอาจส่งผลกับชีวิต ให้ต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติ ผู้คน หรือแม้แต่เกิดทุกข์ภัยกับร่างกาย แต่กรรมไม่อาจส่งผลต่อใจที่อยู่เหนือสถานการณ์ได้ หนทางพ้นไปจากกรรมมีอยู่หนทางเดียว

นั่นคือฝึกใจของเราให้อยู่เหนือสถานการณ์ใดๆ ร้ายไม่หวั่นไหว ดีไม่ลำพอง ยกใจขึ้นเป็นผู้เห็นมิใช่ผู้เล่น เพ่งเข้าไปในความจริงว่า กายใจนี้ไม่ใช่เรา และไม่ใช่สิ่งที่เราควรสำคัญมั่นหมายว่าเป็นตัวเราของเรา เมื่อประจักษ์ความจริงข้อนี้แก่ตนเมื่อไหร่ จิตย่อมสลัดทิ้งอัตตาตัวตน แม้กรรมมีอยู่ แต่ผู้รับกรรมย่อมไม่มีอีกต่อไป!


เรื่องจาก : พศิน อินทรวงค์


บทความที่น่าสนใจ

ไขข้อข้องใจเรื่องของ การทำร้ายสัตว์ พร้อมผลกรรมจากการผิดศีลข้อ1

Secret จัดกิจกรรมช่วยคลายทุกข์ในใจ บรรยายธรรมและสนทนาถามตอบ โดย ท่านว.วชิรเมธี

กรรมไม่เคยละเว้นใคร ไม่ว่ากรรมนั้นจะเป็น “ บุญหรือบาป ”

สูตรแก้ ปัญหา ครอบจักรวาล!

7 ขั้นตอน เจริญภาวนา ด้วยการซ้อมตาย

keyboard_arrow_up