ทางวิทยาศาสตร์เผย การสวดมนต์ เบาๆ มีประโยชน์มาก

การสวดมนต์
การสวดมนต์

การสวดมนต์ เบาๆ มีประโยชน์มาก อธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์

เอาใจคนที่ชอบ การสวดมนต์ เพราะมีผลวิจัยเช่นนี้

การสวดมนต์เบาๆ มีประโยชน์มาก อธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์ จาก คุณหมอ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในรายการพบหมอรามา

การสวดมนต์บำบัด Vibrational Therapy

เป็นการสวดมนต์ ด้วยเสียงเบาๆ แผ่วๆ ช้าๆ กระตุ้นการทำงาน ในร่างกาย ให้ผลิตสารสื่อประสาท ปรับสมดุล ซึ่งสามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายๆได้ว่า

เสียงสวดมนต์กับสมองนั้นมีความหมายสัมพันธ์กันดังนี้

1. การสวดเร็วและดัง คือ

การที่เสียงสวดเข้าสู่สมองซีกซ้าย มีสารแห่งความอิ่มใจ ปีติหลั่งออกมา ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังไม่เข้าสู่ ระดับการเยียวยา

2. การสวดเสียงเบาๆ แผ่วๆช้าๆ แบบฟังคนเดียว ในลำคอ :

คลื่นเสียง จะเกิดการสั่นสะเทือน เสียงจะเข้า สู่หูส่วนกลาง แก้ลมในหู ช่วยการทรงตัวได้ดีส่วนการสวดมนต์ที่เป็น วิทยาศาสตร์ อย่างเสียงสวดทุ้มๆ แผ่วๆ ช้าๆ จะส่งสัญญาณ สู่ระบบสมอง ส่วนที่กรองสัญญาณ ต่อม Thalamus กันชัก กันสับสน ได้สารสงบ สารเยียวยา บาดเเผลในร่างกาย สารที่ Thalamus นี้ จะหลั่งออกมา เป็นพรวน ความสั่นสะเทือนของเสียง ที่ต่ำกว่า 25Hz มีผลต่อThalamus ช่วยสกัดโกรธ ลดกังวลเยียวยาจิตใจ

จาก Thalamus สู่ Pituitary สู่ Hypothalamus และ Pineal ย้อนมาที่สมองส่วนหน้าอันมีผลต่อนาฬิกาชีวิตของคนเรา

3. การสวดหลับตา จะได้สารต้านอนุมูลอิสระ

*** การเยียวยา บำบัดที่ดีมาจากการกดสั่นสะเทือน แตะนิดๆ  ส่วนการฟังเสียงคนอื่นสวด ได้แค่ผ่อนคลาย ที่สมองเท่านั้น

ฉะนั้นการสวดเองจะได้รับ ความสั่นสะเทือนภายในเสียงสวดมนต์เป็นคลื่นเสียงส่วนตัวซึ่งทำแทนกันไม่ได้

ผลงานวิจัย : สวดมนต์ 12-15 นาที เสียงเบาแผ่ว 25Hz ช้า ใช้บทสั้นๆ หลับตาสวดจะดีต่อร่างกาย ช่วยเยียวยาโรคร้ายได้

รศ.ดร.สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี อดีตหัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลความรู้และเชิญชวนทุกท่านให้ลองทำดู

ขอบคุณข้อมูลจาก รายการพบหมอรามา


บทความน่าสนใจ

 

สวดมนต์ ทำไม และสวดอย่างไรไม่เป็น “มนต์คาถา” ท่านว.วชิรเมธี มีคำตอบ

Dhamma Daily : ถ้าเชื่อว่าตัวเองคิดดี ทำดี แต่ ไม่อยากเข้าวัด สวดมนต์ บาปไหม

ชอบนั่งสมาธิ แต่ไม่ชอบสวดมนต์ จะทำให้ได้บุญน้อยกว่าทำทั้งสองอย่างหรือไม่?

keyboard_arrow_up