เลิกกับแฟน และทำงานที่เดียวกัน จะต้องคิดอย่างไรต่อไปดี

เลิกกับแฟน
เลิกกับแฟน

เลิกกับแฟน และทำงานที่เดียวกัน จะต้องคิดอย่างไรต่อไปดี

เลิกกับแฟน >>>

ถาม : หนูทำงานที่เดียวกับแฟน พอเลิกกันแล้วต้องมาเจอกันก็รู้สึกเสียใจและทำใจไม่ได้ มีธรรมะใดที่จะช่วยข่มจิตใจได้บ้าง

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ตอบปัญหานี้ไว้ว่า

ตอบ : เลิกกัน แต่ทำงานที่เดียวกัน เจอกันรู้สึกใจหายใจแว้บ เหมือนเพลง “ตัดใจไม่ลง” ของ เพ็ญ พิสุทธิ์ ที่ร้องว่า “โอ้เอยหัวใจ ทำไฉนถึงจะลืมเขา เขาไม่รักเราจะมัวเศร้าอยู่ทำไม เขาเคยบอกรักเรา แต่เขายังเปลี่ยนใจ เขาไปมีคนรักใหม่ ทิ้งให้อยู่คนเดียว…”

วิธีง่ายที่สุดคือ “เก็บชีวิตที่เหลือ ๆ ทำให้ดีจะได้ไหม แล้วไม่นานจิตใจจะเต็มเหมือนเดิม…” เหมือนกับเพลง “ครึ่งหนึ่งของชีวิต” ของ แอม - เสาวลักษณ์ ลีละบุตร คือขอให้เรากลับมารักตัวเอง รักในที่นี้ไม่ใช่รักที่เห็นแก่ตัว แต่เป็นรัก เมตตา และปรารถนาดีต่อตัวเอง

ขอให้โยมใช้จิตดวงเดียวกับที่มอบให้ชายคนนั้น ใช้ความรู้สึกนั้นกลับมารักตัวเองแล้วชีวิตจะมีคุณค่า ตัวเรามีเพียง 2 ส่วน คือ กายและใจ แค่โยมหันกลับมาดูแลเอาใจใส่ตัวเอง ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สดชื่นเราก็จะรู้สึกสดใส สิ่งไหนดีงามต่อจิตใจก็ดูแลกันไป

ความรักก็ยังอยู่เหมือนเดิม เมื่อก่อนเคยมอบให้คนอื่น แต่ตอนนี้มอบให้ตัวเราเอง เพียงแต่เปลี่ยนฐาน ย้ายตำแหน่งเท่านั้นเอง เท่านี้โยมก็จะมีความสุข มีความเบิกบานใจ สดชื่น แจ่มใสเหมือนเดิม

 

เลิกกับแฟน ที่คบมานานเพราะ ‘คบซ้อน’ ทำใจอย่างไรดี

เลิกกับแฟน ทั้งที่ดิฉันคบกันมา 7 ปีแล้ว แต่สุดท้ายฝ่ายชายกลับขอเลิก  ทั้งยังสารภาพว่า คบซ้อน กับผู้หญิงคนใหม่มานานแล้ว  ดิฉันจะทําใจอย่างไรดี

พระครูธรรมธร ดร.สาคร สุวฑฺฒโน  ไขปัญหานี้ว่า

ในทางพระพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า  บุพเพสันนิวาสคือ การเคยอยู่ร่วมกันมาก่อน  หมายความว่า  การเคยเป็นสามีภรรยากันในชาติก่อน  ดังที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า  คนที่มีบุพเพสันนิวาสกัน  เมื่อพบกันในชาตินี้ย่อมจะรักกันและอาจได้เป็นภรรยาสามีกันอีก  ดังนั้นการคบกันมา 7 ปีคือการได้ทําบุญร่วมชาติ  ตักบาตรร่วมขันกันมา  แต่เมื่อสิ้นบุญต่อกัน  ต่างฝ่ายก็ย่อมต้องเดินไปตามทางของตน  เพราะโยมทําบุญมาด้วยกันแค่นี้  โยมจึงควรทําใจและปล่อยให้เรื่องราวต่าง ๆ จบลงด้วยดี

อาตมาอยากแนะนําให้โยมปฏิบัติธรรมมากกว่าจะเอา เวลาไปขบคิดเรื่องที่ผ่านไปแล้ว  คิดอย่างไรก็ไร้ผล  เพราะบุญสร้างมาเท่านั้น  ควรเอาเวลาไปสร้างบุญใหม่และสร้าง อนาคตใหม่ที่ดีกว่าเก่า  อะไรผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป  ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันดีที่สุด  อย่ามัวยึดติดให้ใจเราเป็นทุกข์

ดิฉันคบกับผู้ชายคนหนึ่งได้ไม่กี่เดือน แฟนเก่าของเขาก็โทรศัพท์มาและบอกว่าดิฉันแย่งแฟนเขา เพราะผู้ชายคนนั้นแอบคบกับดิฉันก่อนจะ เลิกกับแฟน เก่า ดิฉันไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน จะถือว่าผิดศีลข้อ 3 ไหมคะ

พระอาจารย์พรพล ปสันโน  ไขปัญหานี้ว่า

คนที่ผิดศีลคือฝ่ายชายมากกว่า เพราะเขาผิดทั้งศีลข้อ 3 คือประพฤติผิดในกาม คิดนอกใจคู่ของตน และข้อ 4คือโกหกหลอกลวงหญิงอื่นว่าไม่มีคนรัก

ทางที่ดีก่อนเราจะตกลงปลงใจหรือตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับใคร ก็ควรตรวจสอบว่าเขาเป็นคนดี มีศีลธรรมครบถ้วนทั้ง 5 ข้อหรือไม่ เพราะศีล 5 จะเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตคู่ของเราได้อย่างดีที่สุด เป็นหลักประกันความรักของเราให้อยู่ได้อย่างปลอดภัย

แล้วการนอกใจคนรัก จะได้รับกรรมอย่างไร

พระพรพล ปสันโน ตอบว่านอกใจคู่ของตนเองได้ แสดงว่ารักตนเองมากกว่า และไม่ได้รักอีกฝ่าย จริง ๆ จึงสนองความต้องการของตัวเอง โดยไม่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น
หากคุณนอกใจคู่ครอง ทำให้คนรักเป็นทุกข์ ผลกรรมที่จะได้รับคือทำให้ไม่ได้เจอ รักแท้ แม้จะเจอคนที่อยากแต่งงานด้วย อยากอยู่ด้วย ก็มีอันต้องผิดหวัง อาจเจอคนรักนอกใจ จนไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
หากเกิดในภพ ภูมิต่อไป คนพวกนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจไม่มั่นคง ไม่มั่นใจในเรื่องเพศของตน  ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเพศไหน ซึ่งเกิดจากผลกรรมที่เขาได้สั่งสมไว้ ทำให้เขา ไม่ไว้ใจใคร แม้กระทั่งตัวเอง
นอกจากนั้นยังทำให้ไม่มีคู่รักที่ดี ไม่มีรัก แท้ เรียกว่าไม่คุ้มจริง ๆ กับสิ่งที่ทำลงไป ดังนั้นฝากไว้สำหรับคนที่อยาก สมหวังในความรักขอให้มีความรักที่บริสุทธิ์ อย่าไปสร้างกรรมเช่นนี้

หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่

นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ dhammadaily2015@gmail.com


บทความที่น่าสนใจ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ฟุ้งซ่าน อยู่คนเดียวไม่ได้ ทำอย่างไรดี

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: ทำงานส่งเงินให้พ่อแม่ แต่ท่านเอาให้พี่น้องคนอื่นหมด ทำอย่างไรดี

keyboard_arrow_up