เจลลี่พระราชทาน อาหารพระราชทาน จากน้ำพระทัยของในหลวง ร.9

เจลลี่พระราชทาน

เนื่องด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ต่อการสาธารณสุขไทย “ เจลลี่พระราชทาน ”

ระหว่างรอรถตู้ของโรงพยาบาลมารับกลับหลังเสร็จจากการประชุมคุณพยาบาลที่เดินทางมาด้วยกันก็หันมาบอกผมว่า

“หมอรอสักหน่อยนะ พอดีพี่ให้รถตู้แวะไปรับเจลลี่พระราชทานกลับโรงพยาบาลด้วย”

ผมได้ยินผ่าน ๆ ไม่ได้สนใจอะไรมากนักคิดในใจว่าคงเป็นขนมเจลลี่ที่พวกเราเคยรับประทานกันทั่ว ๆ ไป แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสิ่งนี้ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้โรงพยาบาลด้วยหรือ

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นผมไปช่วยรักษาผู้ป่วยมะเร็งช่องปากรายหนึ่ง เธออายุได้ประมาณสี่สิบปี รูปร่างผอม ซีดและเหลือง เธอผ่าตัดและฉายแสงหลายครั้งจนทำให้โครงหน้าและช่องปากบิดเบี้ยว เธอมีอาการสำลักอาหารบ่อย ๆ จนล่าสุดปอดอักเสบติดเชื้อจากอาการสำลัก และต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้ยาปฏิชีวนะผมเห็นใจเธอมาก เนื่องจากเธอมีปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหาร การได้รับอาหารไม่เพียงพอทำให้ร่างกายของเธอผ่ายผอมและอ่อนแอ รวมถึงจิตใจก็ซึมเศร้าตามมาถึงอย่างนั้นด้วยความใจสู้ เธอจึงพยายามกลืนอาหารด้วยตัวเอง แต่กลับทำให้เธอสำลักอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเป็นอันตรายมาก

ผมคุยกับเธอตามตรงถึงอาการและการดำเนินโรค และแนะนำให้ผ่าตัดบริเวณหน้าท้องแล้วใส่สายยางไว้เพื่อให้อาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรงซึ่งช่วยป้องกันการสำลักอาหารและทำให้สามารถเพิ่มปริมาณอาหารได้มากขึ้นตามต้องการอีกด้วย เธอน่าจะแข็งแรงขึ้นแต่เธอปฏิเสธเพราะไม่อยากทรมานจากการมีสายยางอยู่ทางหน้าท้องอีก เธอบอกว่าแค่นี้ก็ทรมานมากแล้ว ขอพยายามรับประทานเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกัน เราตกลงกันอย่างนั้น ผมไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็จนปัญญาในการคิดหาทางออกอื่น ๆ

สามสัปดาห์ต่อมาเธอมาพบผมอีกครั้งที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกตามนัดติดตามอาการผมพบว่าเธอดูแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้นน้ำหนักของเธอเพิ่มขึ้นจนผมอดแปลกใจไม่ได้แล้วผมก็ได้คำตอบว่า ก่อนกลับบ้านคุณพยาบาลที่ผมเคยไปประชุมร่วมกันนั้นได้มอบเจลลี่พระราชทานให้เธอนำกลับไปรับประทานจำนวนหนึ่ง เธอชอบมากและรับประทานได้ดีไม่มีอาการสำลักจนทรมานอีกเธอบอกผมว่า “ในหลวงทรงช่วยฉันให้มีชีวิตต่อไป”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล-อดุลยเดชมีพระเมตตาต่อประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง รวมถึงคนที่กำลังเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย ยกตัวอย่างเช่นผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปากหรือโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหารที่มักมีแผลจากโรคหรือภายหลังจากการผ่าตัดรักษา ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ จนเกิดปัญหาการขาดสารอาหารโปรตีนและพลังงานซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีอายุสั้นลง

พระองค์ทรงช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้ผ่านทางมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรม-ราชูปถัมภ์ ซึ่งร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆพัฒนาอาหารพระราชทานจนกลายเป็นเจลลี่โภชนาภายใต้โครงการ “นวัตกรรมอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการและพัฒนาคุณภาพชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งและโรคอื่น ๆ ในช่องปากที่มีปัญหาเคี้ยวและกลืนลำบากให้สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวมักประสบปัญหาการรับประทานอาหารเพราะสูญเสียอวัยวะบดเคี้ยวหรืออาการเจ็บช่องปาก ทำให้รับประทานอาหารได้น้อย หรือไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้จึงจำเป็นต้องได้รับอาหารทางสายยาง ปัจจัยต่าง ๆดังกล่าวส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เกิดปัญหาภาวะทุพโภชนาการและขาดคุณภาพชีวิตที่ดีในที่สุด

หลังจากผมได้ค้นหาและอ่านเรื่องราวที่มาของ “เจลลี่พระราชทาน” แล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเปลี่ยนสิ่งเล็ก ๆที่คนทั่วไปมองข้ามให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณ-ประโยชน์ต่อชีวิตของใครอีกหลายคนอย่างน่าอัศจรรย์

ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ต่อการสาธารณสุขไทยและคนไทยทั้งปวง

ขอขอบคุณ ข้อมูลและภาพจากโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก มูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ เจลลี่พระราชทาน

เรื่อง นายแพทย์ชวโรจน์ เกียรติกำพล


บทความน่าสนใจ

ไข่พระอาทิตย์ ผักและคีนัว เมนูของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

บันทึกเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่9 กับต้นกาแฟพลิกฟื้นผืนดินไทย

keyboard_arrow_up