ลบ ดึงดูด ลบ บทความสำหรับ คนชอบคิดลบ โดยพระไพศาล วิสาโล

คนชอบคิดลบ
คนชอบคิดลบ

ลบ ดึงดูด ลบ บทความสำหรับ คนชอบคิดลบ โดยพระไพศาล วิสาโล

“ลบดึงดูดลบ” เป็นความเชื่อที่แพร่หลายในหมู่คนจำนวนไม่น้อย เช่นเดียวกับ “บวกดึงดูดบวก” ความเชื่อดังกล่าวมีมูลความจริงไม่น้อย หากว่า “ลบ” คำแรกนั้นหมายถึงความรู้สึกลบ เช่น ความโกรธ เกลียด หวาดระแวง

มีงานวิจัยมากมายที่ชี้ว่า ความรู้สึกลบนั้นทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น เช่น เมื่อปีที่แล้วมีการศึกษาพบว่า ความโกรธอย่างรุนแรงทำให้มีโอกาสที่จะเกิดหัวใจวายภายในสองชั่วโมงเพิ่มเป็น 8.5 เท่า

ที่น่าสนใจคือ งานวิจัยของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ข้อสรุปว่า คนวัย 40 ที่มีความคิดลบต่อวัยชรา (เช่น เห็นว่าคนแก่เป็นพวกใจลอย เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ยาก) เมื่อเวลาผ่านไป 25 ปี คนเหล่านี้จะสูญเสียเนื้อสมองบางส่วน (ฮิปโปแคมปัส) มากกว่า รวมทั้งมีลิ่มเลือดมากกว่า ซึ่งล้วนเป็นตัวบ่งชี้ของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ สอดคล้องกับการวิจัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า คนที่มีอคติต่อวัยชราจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากขึ้นใน 40 ปีให้หลัง

ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า “ลบดึงดูดลบ” นั้นบางครั้งก็ส่งผลเกือบจะทันที คือแค่ไม่กี่ชั่วโมง บางครั้งก็ใช้เวลานาน แต่จะช้าหรือเร็วก็ล้วนมีเหตุผลที่อธิบายได้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมาลอย ๆ

ในชีวิตประจำวันเราจะพบว่าความคิดลบนั้นย่อมนำพาสิ่งที่เป็นลบมาหาเราอยู่เสมอแต่อาจไม่ได้มาในแบบที่คนเป็นอันมากวาดภาพเอาไว้ คือเกิดขึ้นมาโดยไม่มีที่มาที่ไปหรือเพราะพลังอำนาจบางอย่างที่เข้าใจได้ยากแต่เกิดจากเหตุปัจจัยอันมีที่มาจากความคิดลบนั้นเอง

“พร” เกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่มีปากเสียงกันเป็นประจำ เธอมักเห็นพ่อด่าว่าแม่ บางทีก็ใช้กำลังกับแม่ จึงมีอคติต่อพ่อรวมทั้งเกลียดชังผู้ชายที่ชอบใช้กำลังกับภรรยาครั้นเธอเป็นสาว หลงรักชายหนุ่มคนหนึ่ง จึงได้แต่งงานกัน แต่บ่อยครั้งภาพฝังใจในวัยเด็กทำให้เธออดระแวงไม่ได้ว่าสามีของเธอจะเป็นเหมือนพ่อ ความหวาดระแวงนั้นเองทำให้เธอรู้สึกไวเป็นพิเศษกับคำพูดและอารมณ์ของสามี

 

แม้สามีเธอจะเป็นคนอ่อนหวาน รักครอบครัว แต่บางครั้งก็หงุดหงิดเวลาอยู่กับเธอพูดเสียงเข้มกับเธอ แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยน้อยกว่าความอ่อนโยนที่เขามีต่อเธอ แต่เธอมักเลือกเห็นและเลือกจำแต่อารมณ์และคำพูดที่เป็นลบของสามี เมื่อผสมกับความทรงจำอันเลวร้ายที่มีต่อพ่อ อคติของเธอที่มีต่อเขาก็ถูกตอกย้ำหนักแน่นขึ้น ผลก็คือ เธอรู้สึกลบต่อสามีมากขึ้นเป็นลำดับ ความรักเริ่มจืดจางความโกรธและหวาดระแวงเริ่มมาแทนที่

อคติและความรู้สึกลบทำให้เธอมีพฤติกรรมลบต่อสามีถี่ขึ้น เช่น ต่อว่าสามีระบายอารมณ์ใส่เขา กล่าวหาว่าเขาไม่รักเธอจากนั้นก็ขุดเอานิสัยต่าง ๆ ของเขามาตำหนิ เช่น ขี้เกียจ ไม่สนใจลูก เธอมีเรื่องต่อว่ากล่าวโทษเขาเป็นประจำ เมื่อเจอแบบนี้วันแล้ววันเล่า ในที่สุดสามีของเธอก็คุมอารมณ์ไม่อยู่ตวาดใส่เธอ และเกือบใช้กำลังกับเธอ

กรณีอย่างนี้มองเผิน ๆ ก็อาจสรุปได้ง่าย ๆ ว่า เป็นเพราะความรู้สึกลบที่มีต่อพ่อเธอจึงได้สามีที่มีนิสัยอย่างพ่อ (หรือดึงดูดให้คนที่มีนิสัยอย่างพ่อมาเป็นสามีของเธอ)แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่า การที่สามีมีพฤติกรรมดังกล่าว มิใช่เพราะนิสัยดั้งเดิมของเขาเป็นอย่างนั้น หากแต่เป็นผลจากการกระทำของตัวเธอเองเป็นสำคัญ เริ่มจากการคิดลบ(ว่าสามีคงไม่ต่างจากพ่อ) ทำให้เธอเห็นลบ(เลือกเห็นแต่สิ่งไม่ดีของสามี) ทำให้เกิดความรู้สึกลบ (โกรธและระแวงสามี) ตามมาด้วยพฤติกรรมลบ (ต่อว่า กล่าวโทษเขา) ในที่สุดก็ทำให้สามีตอบโต้เธอด้วยอารมณ์และพฤติกรรมลบ พูดอีกอย่างหนึ่ง ความคิดลบของเธอกระตุ้นปลุกปั่นให้เขามีพฤติกรรมลบต่อเธอ

“ลบดึงดูดลบ” จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากกฎแห่งกรรม เราทำอย่างไร ก็ได้ผลอย่างนั้นดังมีสำนวนว่า “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว” แต่สิ่งที่เราทำนั้นจะเป็นบวกหรือลบก็ขึ้นอยู่กับว่าเราคิดเห็นหรือรู้สึกอย่างไร ถ้าคิดลบเห็นลบ รู้สึกลบ ก็ย่อมทำลบ ซึ่งเท่ากับกระตุ้นให้คนอื่นเกิดปฏิกิริยาที่เป็นลบและส่งผลลบแก่เรา

ในทางตรงข้าม ถ้าปรารถนาบวกก็ต้องเริ่มต้นจากการคิดบวก บางอย่างแค่คิดบวกก็เกิดผลบวกแล้ว (เช่น มีสุขภาพดี ไกลจากโรคหัวใจและอัลไซเมอร์) แต่มีอีกหลายอย่างที่คิดบวกไม่พอ ต้องทำบวกด้วยจึงจะเกิดผลบวกแก่เรา

บวกย่อมดึงดูดบวก หากว่าบวกตัวแรกนั้นหมายถึงการคิดดีและทำดี แล้วสิ่งดี ๆ ก็จะตามมา เช่น ความรัก ความเกื้อกูลจากผู้อื่นและความสุขใจ แต่ถ้าคิดถึงแต่เงินทองและความสำเร็จ แล้วหยุดแค่นั้น ก็ยากที่เงินทองและความสำเร็จจะตามมา

ที่มาจากคอลัมน์ Joyful life & Peaceful Death ในนิตยสาร Secret เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล

Secret คือแรงบันดาลใจ
สั่งซื้อนิตยสารหรือสมัครสมาชิก Secret ได้ที่ 0-2423-9889
ทาง Naiin.com : https://www.naiin.com/magazines/title/SC/

keyboard_arrow_up