เวลาเหลือน้อย อย่ารีรอ อย่าผัดผ่อน – พระไพศาล วิสาโล

เวลาเหลือน้อย
เวลาเหลือน้อย

เวลาเหลือน้อย อย่ารีรอ อย่าผัดผ่อน – พระไพศาล วิสาโล

“ไม่มีเวลา” เป็นคำบ่นที่เรามักได้ยินเป็นประจำบ่อยครั้งก็ออกจากปากของเราเองด้วยซ้ำ น่าสังเกตว่าสังคมยิ่งเจริญ เศรษฐกิจยิ่งพัฒนา ผู้คนก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่มีเวลา ทั้ง ๆ ที่มีอุปกรณ์ทุ่นแรงและทุ่นเวลามากมายที่น่าจะช่วยให้มีเวลามากขึ้น ตรงกันข้ามกับคนชนบทซึ่งไม่ค่อยเป็นทุกข์เพราะเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่ทำอะไรแต่ละอย่างก็ใช้เวลามากกว่าคนในเมืองทั้งสิ้น เนื่องจากขาดแคลนอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เวลาเหลือน้อย

“ใครก็ตามที่ตระหนักว่าพ่อแม่มีเวลาเหลือน้อยลงทุกที เขาจะไม่มัวทำมาหาเงินหรือเที่ยวเตร่สนุกสนานจนลืมพ่อแม่”

หากเจาะลึกลงไปก็จะพบอีกว่า คนยิ่งรวย รายได้ยิ่งสูง ก็ยิ่งไม่มีเวลา อาจเป็นเพราะมีเงินเท่าไรก็ยังไม่พอ จึงหาเงินไม่หยุดหย่อน ที่สำคัญคือ สำหรับคนกลุ่มนี้ “เวลาเป็นเงินเป็นทอง” ถ้าอยู่เฉย ๆ ไม่ทำงานก็เหมือนกับปล่อยให้เงินก้อนใหญ่หลุดมือไป มีการสำรวจในหลายประเทศพบว่า คนยิ่งมีรายได้สูงมากเท่าไร ยิ่งทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น แม้เกษียณแล้วก็ยังไม่หยุดทำงาน

จริงอยู่มีคนรวยจำนวนไม่น้อยที่อยู่สบายโดยไม่ต้องทำมาหากินอยู่บ้านก็มีบริวารทำงานให้ทุกอย่าง แต่เขาก็ยังบ่นว่าไม่มีเวลาอยู่นั่นเอง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะยิ่งรวยก็ยิ่งมีทางเลือกมากมายที่อยากทำ เช่น ช็อปปิ้ง ดูคอนเสิร์ต สังสรรค์กับเพื่อนฝูง เที่ยวเมืองนอก หาซื้อที่สร้างบ้านหลังที่ 4 หรือ 5 ฯลฯ แต่เนื่องจากวันหนึ่งมีแค่ 24 ชั่วโมง ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามใจหวัง จึงรู้สึกเป็นทุกข์ที่ไม่มีเวลาพอ

ในบรรดาผู้คนที่พากันบ่นว่าไม่มีเวลานั้น น่าสงสัยว่าจะมีสักกี่คนที่ตระหนักว่าเวลาของตนกำลังเหลือน้อยลงทุกที เช่นเดียวกับเวลาที่คนรักทั้งหลายจะอยู่กับตน ที่พูดเช่นนี้ก็เพราะหากผู้คนเฉลียวใจในความจริงดังกล่าว การใช้ชีวิตและเวลาของเขาจะเปลี่ยนไป ไม่มัวแต่ทำมาหาเงินหรือทำอะไรต่ออะไรมากมาย รวมทั้งวางแผนจะทำอีกสารพัดอย่าง ราวกับว่าจะไม่มีวันตาย

ใครก็ตามที่ตระหนักว่าพ่อแม่มีเวลาเหลือน้อยลงทุกที เขาจะไม่มัวทำมาหาเงินหรือเที่ยวเตร่สนุกสนานจนลืมพ่อแม่ ใครก็ตามที่ตระหนักว่าเวลาที่ลูกจะอยู่กับเขานั้นเหลือน้อยลงทุกที อีกไม่นานลูก ๆ ก็จะแยกไปมีชีวิตของตน เขาก็จะไม่มัววุ่นวายกับเรื่องนอกบ้านจนทิ้งลูกไว้กับโทรทัศน์หรือเกมออนไลน์

ถ้าเขาตระหนักว่าเวลาที่ตา หู แขน ขา มือ และเท้าของเขาจะทำงานได้เป็นปกติเหลือน้อยลงทุกที เขาก็จะไม่เอาแต่ใช้มันอย่างสมบุกสมบันหรือใช้ในเรื่องไร้สาระ ตรงกันข้ามเขาจะทะนุถนอมดูแลและใช้มันให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ถ้าเขาตระหนักว่าเวลาของเขาในโลกนี้เหลือน้อยลงทุกที เขาจะไม่ปล่อยเวลาให้หมดไปกับการทำงานหาเงินหรือแม้แต่การเสพสุขสนุกสนาน จนละเลยสิ่งสำคัญในชีวิตที่ควรทำให้แล้วเสร็จก่อนจะไม่มีโอกาส

เวลาของเราเหลือน้อยลงทุกที แต่ละนาทีจึงมีค่ามาก จึงควรใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มที่ กล่าวคือ แทนที่จะเอาแต่ทำงานหาเงินอย่างเดียว ควรใช้เวลาในการสร้างอริยทรัพย์ คือทำความดี สร้างบุญกุศล ปลูกธรรมให้เจริญงอกงามในใจ ขณะเดียวกันก็เร่งทำหน้าที่ที่สำคัญให้แล้วเสร็จ ไม่ให้คั่งค้าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ต่อคนรัก พ่อแม่ ลูกหลาน สามีภรรยา และหน้าที่ต่อส่วนรวม เช่นต่อพระศาสนา

การเกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ควรถือเป็นโชคอันประเสริฐ ดังนั้นเมื่อได้ครองความเป็นมนุษย์แล้ว จึงควรได้รับประโยชน์สูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ นั่นคืออิสรภาพและความสงบเย็นอันเป็นสุขอย่างยิ่ง ทั้งนี้ด้วยการทำภาวนาให้จิตและปัญญาเจริญงอกงาม เพื่อให้ศักยภาพภายใน อันได้แก่ “อริยโลกุตตรธรรม” ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นทรัพย์ประจำตัวของทุกคนเบ่งบานฉายฉานเต็มที่ หากไม่รู้จักหรือไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย

จากทรัพย์ดังกล่าวก็นับว่า “เสียของ” อย่างยิ่ง

เมื่อตระหนักว่าเวลาเหลือน้อย เราจะเห็นความจำเป็นของการลำดับความสำคัญของกิจต่าง ๆ อะไรที่สำคัญต่อชีวิตก็รีบทำก่อน ส่วนอะไรไม่สำคัญก็ทำทีหลังหรืองดไปเลย หลายคนพบว่าเมื่อทำเช่นนี้แล้วชีวิตวุ่นวายน้อยลง มีเวลาว่างมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่มีเหตุให้ต้องรู้สึกผิดหรือเสียใจภายหลัง อย่างที่หลายคนต้องประสบ เพราะมัวผัดผ่อน รีรอ หรือละเลยสิ่งที่ควรทำกับคนรักในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่

อย่างไรก็ตาม เมื่อรู้ว่าเวลาเหลือน้อยและต้องรีบทำสิ่งสำคัญ ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องทำแต่สิ่งสำคัญ และละเลยสิ่งไม่สำคัญหรือทำทุกอย่างด้วยความร้อนรน ไม่ว่าเวลาจะเหลือน้อยเพียงใด เมื่อทำอะไร ใจก็พึงอยู่กับสิ่งนั้น ไม่พึงกังวลหรือคิดถึงงานอื่นที่อยู่ข้างหน้า แม้จะเป็นงานสำคัญ เช่น การภาวนา เพราะไม่ว่าทำอะไรก็ตาม จะเป็นการล้างจาน ซักผ้า กวาดบ้าน หากทำอย่างมีสติใจอยู่กับปัจจุบัน หรือตามดูรู้ทันใจของตน นั่นก็เป็นการภาวนาแล้ว

คนที่ตระหนักว่าเวลาเหลือน้อยลงและหันมาปรับเปลี่ยนชีวิต เริ่มต้นด้วยการจัดลำดับความสำคัญของกิจต่าง ๆ เสียใหม่ รวมทั้งน้อมใจอยู่กับปัจจุบันสม่ำเสมอ ในที่สุดจะพบว่าการ “ไม่มีเวลา”มิใช่ปัญหาอีกต่อไป

 เวลามีน้อย อย่ารีรอ อย่าผัดผ่อน แต่ก็อย่ารีบร้อนหรือร้อนรน ควรใส่ใจกับปัจจุบันขณะและทำปัจจุบันขณะให้ดีที่สุด 

keyboard_arrow_up