Dhamma Daily: หัวหน้า ไม่ให้โบนัส กลุ้มใจ ทำอย่างไรดี

หัวหน้า
หัวหน้า

หัวหน้า ไม่ให้โบนัส กลุ้มใจ ทำอย่างไรดี

ถาม: ดิฉันทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งค่ะ ทุกปีจะมีการประเมินผลเพื่อปรับขึ้นเงินเดือนและพิจารณาโบนัส ดิฉันเคยถามหัวหน้าถึงข้อบกพร่องของตนเอง ที่ไม่ได้รับโบนัสและไม่ได้ปรับเงินเดือนมาตลอด หัวหน้า แจ้งว่า ไม่ควรอยากได้เงินของคนอื่น มันบาป ท่านมีความคิดอย่างไรในเรื่องนี้คะ

ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ตอบคำถามเรื่องนี้ไว้ว่า

คำตอบของหัวหน้าคุณฟังดูไร้สาระมากๆ ถ้าคุณยังเชื่อว่านั่นคือเหตุผลที่แท้จริง คุณก็คงไร้สาระตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง (ขออภัยที่ใช้คำแรงไปหน่อย แต่อยากให้คิดให้ถี่ถ้วน) เพราะในทางปฏิบัติแล้ว การที่เราทำงานก็มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะได้รับผลแห่งการทำงานนั้นอยู่แล้ว ถ้าใช้เหตุผลอย่างที่หัวหน้าของคุณบอกว่าการอยากได้ค่าตอบแทนเท่ากับเป็นการอยากได้เงินของคนอื่น ถ้าคุณยินดีเชื่อตามตรรกะนี้ ทุกคนในบริษัทก็ล้วนแต่กำลังอยากได้เงินของคนอื่นกันอยู่ทั้งนั้น ในทางที่ถูกแล้ว คุณไม่ควรจะเชื่อหากหัวหน้าโยนคำตอบตื้นๆ เช่นนี้มาให้ แต่คุณควรถามต่อไปว่า คุณกับหัวหน้ามีปัญหาส่วนตัวอะไรกันอยู่หรือเปล่า ทำไมเขาจึงไม่พิจารณาปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนให้คุณ

การที่ใครคนหนึ่งทำงานให้บริษัท ก็ย่อมมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะได้รับเงินเดือนหรือการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามความรู้ความสามารถและความรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวกับบาปหรือไม่บาป นี่เป็นข้อตกลงทางกฎหมาย ไม่ใช่ข้อตกลงทางจริยธรรม

ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เหตุผลที่หัวหน้าให้คุณนั้นเป็นเพียงเหตุผลแบบเด็กๆ เท่านั้น คุณควรถามหาเหตุผลที่จริงจังมากกว่านี้จากหัวหน้า มิเช่นนั้นแล้วก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมากไปกว่าที่เป็นอยู่

แล้วจะทำอย่างไรดี? หากที่ทำงานมีเรื่องการเมืองเยอะมาก 

อีกคำถามหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ทำงานและเจ้านาย คือ

ถาม: ในที่ทำงานของผม มีการเมืองเยอะมาก เก้าอี้ไม่มั่นคง มีคนเลื่อยขาอยู่ตลอด แถมมีแต่คนรับชอบ ไม่มีใครยอมรับผิด นอกจากนี้ เจ้านายก็ยังไม่มีธรรมาภิบาล ไม่มีความยุติธรรม รวมถึงไม่มีความสามารถในการบริหารงานด้วย เราควรทำตัวอย่างไรครับ

ท่าน ว.วชิรเมธี ตอบปัญหาในเรื่องนี้ว่า

ขอถามกลับว่า คุณเงินเดือนเยอะหรือเปล่า ถ้าได้เงินเดือนไม่เยอะ คุณก็ไม่ควรเสียเวลาอยู่ในบริษัทนี้อีกต่อไป ในคัมภีร์โบราณของอินเดียท่านสอนว่า  “ที่ใดไม่มีคนที่เห็นคุณค่า, ไม่มีปัญญาชน, ไม่มีแพทย์, ไม่มีอาหารอันอุดม สถานที่เช่นนั้นไม่ควรพำนักเกิน 3 วัน”

เจ้านายไม่มีธรรมาภิบาล ตรงกับข้อที่ว่า ที่ใดไม่มีคนที่เห็นคุณค่า  มีคนเลื่อยขาอยู่ตลอด มีแต่คนรับชอบ ไม่มีคนรับผิด มีการเมืองเยอะมาก ตรงกับข้อที่ว่า ที่ใดไม่มีปัญญาชน

ที่ทำงานของคุณนั้นไม่เหมาะที่คนมีความรู้มีความสามารถจะทนอยู่กันนานๆ เว้นเสียแต่ว่า เมื่ออยู่ไปนานๆ แล้วจะกลายเป็น “พวกเดียวกัน” ไปในที่สุด แต่ถ้าคุณไม่ยอมที่จะอยู่เป็นพวกเดียวกันคุณก็ควรไปหาที่ทำงานที่เหมาะกับคุณจะดีกว่า ในมงคล 38 ประการนั้นมีอยู่ข้อหนึ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า  “การอยู่ในสถานที่ที่เกื้อกูลแก่ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต” นับเป็น “อุดมมงคล” ชนิดหนึ่ง หากคุณหวังความเจริญก้าวหน้า ก็ควรแสวงหาที่ทำงานที่เหมาะกับคุณจะดีกว่า

เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้กันคนละไม่กี่ปี ควรเลือกอยู่ในที่ที่มีคนเห็นคุณค่า เสวนากับปัญญาชน ทำแต่สิ่งที่มีแก่นสารต่อชีวิต อย่าเอาเวลาของชีวิตที่มีอยู่น้อยนิดไปเล่นการเมืองที่มีแต่ความกะล่อนเล่ห์เพทุบายอย่ามัวรับใช้คนที่จ้องจะหาประโยชน์จากคุณ แต่ไม่เคยรู้จักคุณค่าที่แท้จริงของคุณ เพราะนั่นมีแต่จะทำให้คุณเหนื่อยเปล่า ย้ำไว้ตรงบรรทัดนี้ว่า เวลาที่เสียไปอย่างมีคุณค่า กับเวลาที่เสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ล้วนแล้วแต่ไม่อาจเรียกคืนเสมอกัน

ดังนั้นควรอยู่ในที่ที่คุณจะได้คิด พูด ทำ อย่างมีคุณค่า มีชีวิตอย่างมีความหมาย และคบแต่คนที่มีความจริงใจให้คุณ

 พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี: พระอาจารย์ผู้ตอบปัญหา

ที่มา: นิตยสาร Secret

               

keyboard_arrow_up