“ทิ้งทั้งหมด…ได้ทั้งหมด” เคล็ดลับสำหรับคู่รัก ที่แม่ชีศันสนีย์แนะนำ

เคล็ดลับสำหรับคู่รัก
เคล็ดลับสำหรับคู่รัก

“ทิ้งทั้งหมด…ได้ทั้งหมด” เคล็ดลับสำหรับคู่รัก ที่แม่ชีศันสนีย์แนะนำ

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต กล่าวถึง เคล็ดลับสำหรับคู่รัก ไว้ว่า

การยกความรักให้อยู่เหนือเงื่อนไขแห่งความเห็นแก่ตัว แม้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดของแม่ในวันที่ผ่านมา ติดตรึงอยู่ในใจของข้าพเจ้าโดยไม่รู้ตัว จนวันหนึ่งเมื่อมีความรักเกิดขึ้น แล้วความรักเดินทางมาถึงจุดที่ต้อง ตัดสินใจ ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักรู้ว่า…การ ตัดสิน ที่ ใจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรากฐานมาจากการบ่มเพาะที่ถูกต้อง

บางครั้งคนเราต้องตัดสินใจ แต่เพราะกลัว ความกลัวจึงเป็นเหตุให้เราผละหนี แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากความกลัวมาเป็นความกล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริง หันหน้ามายอมรับความจริง การตัดสินใจที่เกิด…จะไม่กำเนิดมาจากความกลัว และการหนีก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีความกลัวก็ไม่มีเสียดาย

ทิ้ง อาจจะเป็น ปัญญา แต่ถ้ามีความกลัว ก็แน่นอนว่าจะต้องเสียดายจึงจำใจต้องทิ้ง

ทิ้ง อาจจะหมายถึง หนี แต่ ถ้าเราต้องทิ้งคนที่รักเพื่อให้ความรักยังอยู่ เราต้องกล้าตัดสินใจ ไม่มีเรื่องถูก ไม่มีเรื่องผิด มีแต่ต้องถูกต้องโดยธรรม

หากการทิ้งเป็นไปเพื่อการได้มาในสิ่งที่ไม่ประมาทในเหตุปัจจัยแห่งความผิดพลาดอีก ความเห็นแก่ตัวก็จะไม่เกิด และจะนำมาซึ่งการเดินทางอีกหนึ่งฤดูกาลในอ้อมอกของพระธรรมที่จะทำให้เราลด ละ และเลิก ในพฤติกรรมที่เราก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าสิ่งนั้นถูกต้องหรือไม่ การตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางธรรมของข้าพเจ้าจึงเกิดขึ้น

พลี ทุกอย่าง เพื่อ หวังจะได้ พบ บางอย่าง พลี…เพื่อ…พบ…การเปลี่ยนแปลงที่แสนท้าทาย แต่ในใจกลับไม่มีความลังเล

ในสายตาของสังคม ตอนเริ่มต้นอาจจะดูเหมือนการหนี ทว่าการได้ใช้เวลาอีกหลายฤดูกาลต่อมากับการฝังตัวอยู่กับสิ่งหนึ่งทำให้ข้าพเจ้าแน่ใจในสิ่งที่เลือก และสิ่งนั้นก็คือ ธรรมะ ธรรมะคือสิ่งที่เราพึ่งได้ และถ้าหัวใจของเรามีธรรมะ ธรรมะในใจก็จะช่วยให้เราตระหนักรู้ถึงจังหวะของการดำเนินชีวิตอีกครั้ง

จากก้าวแรกที่ข้าพเจ้าตัดสินใจที่จะทิ้งอย่างไม่เสียดาย จึงเป็นการเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้อีกครั้งหนึ่งที่ต้องกรุณาต่อตัวเอง และให้อภัยต่อความผิดพลาดของตัวเอง รวมทั้งการยอมรับความผิดพลาดที่ผ่านมา และนี่เองที่เป็นการเริ่มต้นที่ดี

เมื่อใดก็ตามที่เรายอมรับความผิดพลาดเป็น ชีวิตก็จะเปลี่ยนแปลง…และงอกงามได้ เพราะถ้าเราไม่ยอมรับความจริง เราก็จะไม่เปลี่ยนแปลง ฉะนั้น การเรียนรู้กับการผิดพลาดอย่างไม่ลงโทษตัวเอง และพร้อมที่จะกรุณาต่อชีวิตอีกครั้งหนึ่งด้วยการหยุด จึงทำให้ การทิ้ง เป็น การได้ ความรักที่มีปัจจัยภายในคือสติปัญญาคอยประคับประคองให้ชีวิตนั้นอยู่ต่อไป แม้สิ่งที่รักจะไม่อยู่ แต่สติปัญญาที่ได้รักยังอยู่ จึงทำให้เราไม่ได้สูญเสียอะไร

ทิ้งทั้งหมด จึงเป็นการ ได้ทั้งหมด

การมีตัวตนกับคนที่รักจะนำมาซึ่งความอึดอัดคับข้อง และไม่อาจหาญที่ได้รัก ทว่าการทิ้งตัวตนอันเกิดจากการครอบครองคนที่รักจะได้ความรัก ทั้งได้ถนอมคนที่เรารักและถนอมใจของเรา เพื่อที่จะเดินทางอยู่บนหนทางของความถูกต้องโดยธรรม

ความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวนำมาซึ่งการตัดสินที่จะเลือกใช้ชีวิตอย่างมีธรรม…ไม่ใช่อย่างมีคนที่รัก แต่มีความรัก และความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวจะทำให้เกิดความงอกงามของสติปัญญาอันจะทำให้เรารู้ว่า…การตัดสินใจนั้นถูกต้องและอาจหาญอยู่ด้วยธรรม

ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์กว่าพระธรรม

ถ้าเรารู้ธรรมะ มีธรรมะ และใช้ธรรมะเป็น พระธรรมจะคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมเสมอ แต่ถ้าเรารู้ธรรมะ แต่ไม่มีธรรมะ สิ่งที่รู้ก็จะยังไม่ใช่ของจริง และไม่อาจนำไปสู่ความรอด

การเจริญสติปัญญาคือการถอดถอนความเพลินในกามความพยาบาท และความมุ่งร้าย จึงทำให้ข้าพเจ้าปลอดภัย

การให้อภัยต่อทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการทิ้งทำให้ข้าพเจ้ายอมรับความจริงว่า

เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี…ถ้าสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จะมีได้อย่างไร

ถ้าอวิชชามี ทุกข์ก็มี…ถ้าอวิชชาไม่มี ทุกข์จะมีได้อย่างไร

ความรักที่ขาดความเคารพในสิ่งที่รัก ความอึดอัดคับข้องของคลื่นแห่งความหึงหวงและห่วงหาอาทรจะมากระทบเป็นระลอก

แต่ถ้าความรักนั้นมีความเคารพในสิ่งที่รัก เป็นความรักที่สงบเย็น ปราศจากคลื่นของความหึงหวงและห่วงหาอาทรจะทำให้เกิดความไว้วางใจในความรัก และไว้วางใจในคุณธรรมของคนที่รัก

และเส้นทางธรรมเส้นนี้…ก็คือหนทางอันประเสริฐที่ทำให้ชีวิตของข้าพเจ้ายังเป็นอิสระอยู่

keyboard_arrow_up