พระมหากัสสปะ ผู้เลือกเดินบนหนทางสมถะ

พระมหากัสสปะ
พระมหากัสสปะ

พระมหากัสสปะ ผู้เลือกเดินบนหนทางสมถะ

เมื่อพบว่าทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ สมุนบริวาร แม้กระทั่งคู่ครองที่งดงาม มิใช่ปัจจัยที่จะเกื้อหนุนให้ชีวิตเดินทางถึง ‘ฝั่ง’ ได้ จึงไม่มีเหตุผลใดที่เขา – พระมหากัสสปะ จะผูกมัดตนเองไว้กับส่วนเกินของชีวิตเหล่านั้น

คนที่มีโอกาสเกิดมาบนกองทอง พรั่งพร้อมด้วยข้าทาสบริวาร ให้รางวัลชีวิตด้วยวัตถุแพรพรรณ อาจจะ “เสพติดความสุข” เสียจนหาหนทางคืนสู่สามัญไม่ถูก แต่สำหรับมนุษย์ผู้เชื่อมั่นว่า หนึ่งชีวิตในหนึ่งชาติของตนมีคุณค่าและความหมายเหนือกว่านั้นเขาย่อมไม่ ปล่อยให้ชีวิตลอยคว้างห่างจาก “ฟากฝั่ง” อันเป็นจุดหมายที่แท้จริง

ความสนุกสบายที่มากมายจนล้นเกินได้ทำให้ชายผู้มีอันจะกินคนหนึ่งเห็นแง่มุมของ ชีวิตต่างไปจากเดิม เมื่อเขาพบว่า ทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ สมุนบริวาร แม้กระทั่งคู่ครองที่งดงาม มิใช่ปัจจัยที่จะเกื้อหนุนให้ชีวิตเดินทางถึงฝั่งได้ จึงไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะผูกมัดตนเองไว้กับส่วนเกินของชีวิตเหล่านั้น

เมื่อสิ้นบุญบุพการี “ปิปผลิมาณพ” และคู่ชีวิตพร้อมใจกันปลดปล่อยตนเองจากชีวิตทางโลก หันเข้าหาหนทางแห่งธรรม ผู้คนจึงเรียกขานปิปผลิมาณพว่า “พระมหากัสสปะ” ตามชื่อสกุลของท่าน

พระมหากัสสปะเป็นอัครสาวกที่โดดเด่นด้านการธุดงค์ ท่านใช้ชีวิตปลีกเร้นจากผู้คน รอนแรมบำเพ็ญภาวนาอยู่ตามป่าเขา เพื่อให้ชีวิตได้พบความสุขอันแท้จริง นั่นคือความสงบทั้งกายและใจ ท่านบวชได้เพียง 7 วันก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

หากกล่าวถึงวัตรปฏิบัติ เห็นจะไม่มีพระสาวกรูปใดที่เคร่งครัดในการปฏิบัติเท่าพระมหากัสสปะ ท่านยึดมั่นในการใช้ผ้าบังสุกุลจีวร การเที่ยวบิณฑบาตโดยมิได้เลือกว่าผู้ทำบุญจะอยู่ในชนชั้นใด นอกจากนี้ท่านยังปฏิบัติอยู่ในป่ามิได้ขาด แม้ท่ามกลางป่าดงรกชัฏจะทำให้เกิดอุปสรรคในการบำเพ็ญเพียร แต่ท่านก็มิได้ย่อท้อหรือหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

ครั้งหนึ่งพระมหากัสสปะสละผ้าสังฆาฏิอันอ่อนนุ่มของท่านปูลาดเป็นอาสนะถวายพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งอธิษฐานจิตห่มผ้าบังสุกุลซึ่งเกลือกกลั้วด้วยฝุ่นเป็นประจำ พระพุทธองค์จึงทรงเห็นว่า สมควรที่พระองค์จะทรงเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิกับพระมหากัสสปะเพื่อเป็นการตอบแทน ทั้งที่พระองค์ไม่เคยปฏิบัติเช่นนี้กับพระสาวกรูปใดเลย

พระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าครั้งนั้นมิได้ทำให้พระมหากัสสปะเกิดลำพองตน หากกลับทำให้ท่านเกิดมานะที่จะกระทำความดียิ่งขึ้น เพื่อให้สมกับที่พระพุทธองค์ทรงพระกรุณา

พระศาสดาจึงสรรเสริญว่า พระมหากัสสปะเป็นผู้รักสันโดษและสงบเสงี่ยมเจียมตนอยู่เสมอ

ความที่เป็นพระนักปฏิบัติ ชาวพุทธทั่วไปจึงรู้จักพระมหากัสสปะด้วยข้อมูลที่จำกัด แต่คุณูปการที่ท่านมีต่อพระศาสนานั้น นับว่าช่วยธำรงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่จนถึงปัจจุบัน

หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระมหากัสสปะเป็นผู้ริเริ่มให้มีการรวบรวมและบันทึกพระธรรมคำสอนของพระศาสดา ไว้เป็นหมวดหมู่ เป็นผลให้แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาไม่สูญหายไปกับกาลเวลา

พุทธศาสนิกชนในปัจจุบันจึงมีโอกาสได้รับรู้สาระสำคัญที่พระพุทธเจ้าเคยสั่งสอนอย่างครบถ้วน ซึ่งนับเป็นคุณูปการของพระมหากัสสปะโดยแท้

หากพระมหากัสสปะไม่เด็ดเดี่ยวพอที่จะละทิ้งความสุขนอกกาย แล้วเรียนรู้ความจริงอันสูงสุดด้วยการใช้ชีวิตมักน้อยสมถะโดยไม่ยึดติดกับ วัตถุใดๆ แล้ว ศาสนิกชนชาวพุทธก็อาจไม่มีแบบอย่างที่ดีของการใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ รวมทั้งอาจจะไม่มีผู้ส่งต่อคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าให้ดำรงอยู่เช่นในวันนี้ ก็เป็นได้

เรื่อง อิสระพร บวรเกิด 

keyboard_arrow_up