ย้อนรอย อยุธยา ชมโบสถ์พุทธกลิ่นอายฝรั่ง ณ วัดนิเวศธรรมประวัติ

วัดนิเวศธรรมประวัติ
วัดนิเวศธรรมประวัติ

ย้อนรอย อยุธยา ชมโบสถ์พุทธกลิ่นอายฝรั่ง ณ วัดนิเวศธรรมประวัติ

วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดเก่าแก่และสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นับเป็นอีกหนึ่งวัดที่ชาว Secret ควรมาเยือนสักครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นวัดที่สงบร่มเย็นแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงามไม่เหมือนใครอีกด้วย

เที่ยวเกาะที่เมืองเก่า

การเดินทางมาวัดนิเวศธรรมประวัติเป็นไปอย่างสะดวกสบายเพียงขับรถมุ่งหน้ามายังพระราชวังบางประอิน แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกไม่ถึงสิบเมตร ก่อนถึงทางเข้าชมพระราชวัง (ทางเดียวกับลานจอดรถ) จากจุดนี้เมื่อมองตรงไปยังฝั่งตรงข้าม จะเห็นเกาะกลางน้ำเล็กๆ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาอันกว้างใหญ่…เกาะแห่งที่สองของอยุธยาซึ่งเป็นปลายทางของเราในวันนี้

ว่าแต่เราจะข้ามไปฝั่งโน้นได้อย่างไร จะพายเรือหรือจะนั่งแพ คำตอบคือไม่ใช่ทั้งสองอย่าง เพราะทุกคนจะได้ย้อนรำลึกถึงความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับว่าได้กลับไปนั่งเคเบิ้ลคาร์หรือกระเช้าลอยฟ้าอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เป็น การนั่งกระเช้าเหล็กข้ามแม่น้ำ ระยะทางไม่เกิน 50 เมตร …และเพียงไม่กี่อึดใจ เมื่อกระเช้าลอยเข้ามาเทียบท่า ผู้โดยสารทุกคนเข้าประจำที่นั่งเรียบร้อย (นั่งไม่เกินครั้งละ 6 คน) คุณลุงที่ประจำการอยู่ฝั่งกระโน้นก็จะทำการ “ชักรอก”กระเช้ากลับมายังเกาะทันที ด้วยความรวดเร็วแต่นุ่มนวลและไม่เสียค่าบริการแต่อย่างใด (สามารถบริจาคสนับสนุนค่าไฟได้ตามศรัทธา)

เมื่อโลกตะวันตกถูกยกมาไว้ที่นี่

ลงจากกระเช้า เดินลัดเลาะเลียบริมกำแพงวัดมาเรื่อยๆ ก็จะถึงทางเข้าวัด เพียงแค่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไป ผู้มาเยือนทุกคนมักจะมีความรู้สึกคล้ายๆ กันว่า “ที่นี่เหมือนโลกอีกใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสงบร่มเย็น”

ที่น่าตื่นตาตื่นใจไปกว่านั้นคือ อาคารเกือบสิบหลังที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าล้วนมีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกคล้ายที่เห็นในเทพนิยายอาคารบางหลังดูราวกับบ้านของสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด แถมสีสันก็สดใสสวยงาม มีทั้งสีเหลือง ชมพู เขียว ฯลฯ ดึงดูดให้ทุกสายตาอดจับจ้องด้วยความทึ่งระคนสงสัยในใจไม่ได้ว่า “อาคารเหล่านี้คืออะไรกันแน่”

ยิ่งพอได้รู้ว่าอาคารเหล่านี้คือ กุฏิสงฆ์ ทั้งสิ้น ความสงสัยในใจก็ทวีมากยิ่งขึ้น เมื่อเดินลัดเลาะต่อไปอีกนิด

ก็จะถึงอาคารสีเหลืองอ่อนหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศเหนือของวัดอาคารหลังนี้คือไฮไลต์สำคัญของวัดนิเวศธรรมประวัติ…ซึ่งไม่ว่าจะมองอย่างไร มุมไหนก็ดูราวกับโบสถ์คริสต์ชัดๆ

 

โบสถ์พุทธกลิ่นอายฝรั่ง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดฯให้สร้างวัดนิเวศธรรมประวัติขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419 เพื่อเป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศลขณะเสด็จประทับที่พระราชวังบางประอิน ครั้งนั้นทรงโปรดฯให้ นายโยอาคิม แกรซี (Joachim Grassi) สถาปนิกชาวอิตาเลียนเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างทั้งหมด โดยมีแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตก แนวพระราชดำริดังกล่าวมีบันทึกไว้อย่างชัดเจนในจารึกประวัติการก่อสร้าง (อยู่บริเวณผนังพระอุโบสถด้านในข้างประตูทางเข้าทั้งสองด้าน) มีใจความโดยสังเขปดังนี้

“…ซึ่งทรงพระราชดำริให้สร้างโดยแบบอย่างเป็นของชาวต่างประเทศดังนี้ ใช่จะมีพระราชหฤทัยเลื่อมใสนับถือศาสนาอื่นนอกจากพระพุทธศาสนานั้นหามิได้ พระราชดำริให้ในพระประสงค์จะทรงบูชาพระพุทธศาสนาด้วยของแปลกประหลาด และเพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงชมเล่นเป็นของประหลาด ไม่เคยมีในพระอารามอื่นแลเป็นของมั่นคงถาวร”

อ่านหน้าถัดไป

ด้วยเหตุนี้พระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติจึงมีหลังคาทรงแหลม มีซุ้มประตู หน้าต่าง และช่องแสงโค้งแหลมตามแบบศิลปะกอทิก…และมีรายละเอียดอื่นๆที่น่าสนใจ ดังนี้

เหนือซุ้มประตูทางเข้า ปกติถ้าเป็นโบสถ์คริสต์จะประดับด้วยสัญลักษณ์ทางศาสนา แต่สำหรับที่นี่มีการประดิษฐาน ตราพระราชลัญจกรประจำแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 5 แทน ส่วนซุ้มเล็กๆ ด้านข้างทั้งสองฝั่งตั้งรูปปั้นเทวดาเป่าสังข์กับรูปเทวดาดีดพิณฝั่งละหนึ่งรูปเสมือนการอวยชัยให้พรผู้มาเยือน

การออกแบบและตกแต่งภายในพระอุโบสถแทบไม่แตกต่างจากโบสถ์ฝรั่งทั่วไป นับตั้งแต่แท่นประดิษฐาน พระพุทธนฤมลธรรโมภาส พระประธาน ที่ออกแบบให้เป็น “แท่นสูง” โดยมีความสูงจากพื้นประมาณ 1.50 เมตรเหนือขึ้นไปมีซุ้ม 3 ซุ้ม ได้แก่ ซุ้มกึ่งกลางซึ่งประดิษฐานพระประธาน ส่วนอีกสองซุ้มประดิษฐานรูปพระสาวก นอกจากนี้ผนังด้านแป (ด้านยาว)ทั้งสองด้านยังมีการประดิษฐานรูปพระอรหันตสาวกประจำทิศทั้งแปด เช่น พระอัญญาโกณฑัญญะ ประจำทิศบูรพา พระมหากัสสปะประจำทิศอาคเนย์ ฯลฯ

การประดับตกแต่งช่องแสง ช่องหน้าต่าง และประตูของพระอุโบสถใช้กระจกสีทั้งหมด ได้แก่ เหลือง แดง น้ำเงิน ม่วง เรียงสลับสีกัน บ้างก็ทำเป็นลายดอกไม้ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ งานกระจกสีบริเวณช่องแสงเหนือซุ้มประตูทางเข้า ซึ่งทำเป็นพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 สวมพระมหาพิชัยมงกุฎ สง่างามยิ่งนัก

ส่วนงานประดับเพดานทั้งหมดเป็นงานจำหลักไม้ (แกะสลัก)ลวดลายเลียนแบบตะวันตก เช่น ลายดอกไม้และเรขาคณิตเดินเส้นลายหลัก – ด้วยสีทอง มีสีชมพูและสีเขียวเป็นสีพื้นทั้งหมด

ถ้าจะให้ดีควรเริ่มด้วยการเยี่ยมชมพระราชวังบางปะอินช่วงเช้า แล้วนั่งกระเช้าข้ามฝั่งมาวัดนิเวศธรรมประวัติในยามบ่าย ปิดท้ายด้วยการชมพระอาทิตย์ตกที่ประภาคารบริเวณหัวเกาะ แล้วจึงเดินทางกลับ…แค่นี้ก็คุ้มเกินคุ้ม

เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ / ภาพ วรวุฒิ วิชาธร

 

บทความที่น่าสนใจ

ศึกษาธรรมชาติ เที่ยวตามรอยพ่อหลวง ร.9 ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี

ตามรอยพระบาทยาตรา “องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า” ที่ วัดพระพุทธบาท สระบุรี

3 สิ่งห้ามพลาดชมใน วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

Secret คือแรงบันดาลใจ
สั่งซื้อนิตยสารหรือสมัครสมาชิก Secret ได้ที่ 0-2423-9889
ทาง Naiin.com : https://www.naiin.com/magazines/title/SC/

keyboard_arrow_up