ทำลายความกดดันภายในใจ ด้วยธรรมะ จากพระอาจารย์ ชาญชัย อธิปญฺโญ

ความกดดัน
ความกดดัน

ทำลาย ความกดดัน ภายในใจ ด้วยธรรมะ จากพระอาจารย์ ชาญชัย อธิปญฺโญ

ความกดดัน มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ แม้ในชีวิตของคนเรา ทุกๆ คนไม่ชอบความกดดัน เพราะความกดดันเป็นความทุกข์ แต่ทุกคนก็ต้องอยู่กับความกดดัน จึงอยู่กับความทุกข์

ที่กล่าวมานี้มิใช่มองโลกในแง่ร้าย แต่มองในแง่ของความเป็นจริง พระพุทธเจ้าทรงสอนแต่สิ่งที่เป็นความจริงเสมอ เช่น ทรงสอนว่า ชีวิตตั้งอยู่บนพื้นฐานของความทุกข์ ไม่เพียงแต่ทรงสอนให้เห็นว่าชีวิตเป็นทุกข์เท่านั้น ยังทรงสอนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ (สมุทัย ได้แก่ตัณหาและอุปาทาน) ทรงสอนการดับทุกข์ให้หมดไปโดยสิ้นเชิง (นิโรธได้แก่ การดับตัณหา) และทรงสอนวิธีการปฏิบัติเพื่อเข้าถึงนิโรธ (มรรคได้แก่ ทางสายกลาง มีองค์ 8)

คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงสมบูรณ์ครบถ้วนทั้งเหตุและผล

ความกดดันซึ่งเป็นความทุกข์อย่างหนึ่งของชีวิต มีอยู่ทั่วไปในทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะในอากาศ ในน้ำ ในพื้นดิน ในร่างกายคน สัตว์ ซึ่งมีแรงกดดันอยู่เป็นปกติ

ตามหลักของกลศาสตร์นั้น ของที่วางอยู่ข้างบนมีน้ำหนักจะส่งแรงกดลงมา ของที่รองรับอยู่ข้างล่างจะส่งแรงดันขึ้นไป ถ้าแรงดันมีมากกว่าแรงกดก็สามารถรับน้ำหนักได้ แต่ถ้าแรงกดมีมากกว่าแรงดันก็ไม่สามารถรับน้ำหนักได้

ของที่ลอยอยู่ในน้ำแสดงว่าแรงดันของน้ำมีมากกว่าน้ำหนักของสิ่งนั้น ส่วนของที่จมน้ำ แสดงว่ามวลสารของสิ่งนั้นมีน้ำหนักมากกว่าแรงดันของน้ำ

แรงกดดันของสิ่งต่างๆ บางอย่างก็ส่งปฏิกิริยากันเป็นทอดๆ ไปเป็นลูกโซ่ เช่น อาคารบ้านเรือน สิ่งที่อยู่บนสุดคือหลังคา ซึ่งมีน้ำหนักจึงส่งแรงกดลงมาที่แป ทำให้แปต้องส่งแรงดันขึ้นไปรับ แปเองก็มีน้ำหนักจึงส่งแรงกดลงมาที่คาน ทำให้คานต้องส่งแรงดันขึ้นไปรับ คานก็มีน้ำหนักจึงส่งแรงกดลงมาที่เสา ทำให้เสาต้องส่งแรงดันขึ้นไปรับ เสาก็มีน้ำหนักจึงส่งแรงกดลงมาที่พื้นดิน ทำให้พื้นดินต้องส่งแรงดันขึ้นไปรับ

ในทำนองเดียวกัน ถ้าครูอารมณ์เสียมาจากบ้าน อาจจะส่งแรงกดดันไปยังเด็กนักเรียนที่ตนสอน พลอยทำให้เด็กเครียดไปด้วยความเครียดของเด็กอาจจะทำให้เขาแสดงพฤติกรรมไปกดดันผู้อื่นหรือสิ่งอื่นต่อไป

ชีวิตของเรามีสิ่งกดดันเราอยู่รอบด้าน เป็นต้นว่า เวลากดดันร่างกายไปสู่ความชรา ความเสื่อมของสังขารนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บที่สุดกาลเวลาก็ล่าต้อนชีวิตไปสู่ความตาย

เวลาที่เร่งรีบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน กดดันเราอย่างมาก เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเวลา หรือการทำงานที่จะต้องให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา เมื่อเวลาเหลือน้อยก็จะกดดันมาก ทำให้เราเครียด

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

อาชีพการงานก็เป็นตัวกดดันเรามากเช่นกัน การแข่งขันทุกชนิดล้วนกดดันผู้ลงแข่งขัน การตั้งเป้าหมายไว้สูงย่อมกดดันผู้ปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าหมาย

การอยากได้สิ่งหนึ่งสิ่งใด ยิ่งเป็นสิ่งที่เราชอบ ขณะที่ยังไม่ได้ก็สร้างแรงกดดันให้ใจครุ่นคิดหาทางที่จะได้สิ่งนั้นมา ครั้นได้มาสมอยากแล้วก็ใช่ว่าความกดดันนั้นจะหมดไป ต้องคอยดูแลรักษา ยิ่งเป็นของที่รักมาก ก็ยิ่งหวงห่วงใยเป็นพิเศษ สิ่งเหล่านี้สร้างแรงกดดันให้เราเช่นกัน

การมีสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ไม่ว่าจะเป็นน้องหมา น้องแมว หรือน้องนกก็ตาม ความรักความเอื้ออาทรห่วงใยต่อสัตว์เหล่านั้นเป็นแรงกดดันผู้เป็นเจ้าของ

คนเราเมื่ออยู่ร่วมกัน ย่อมกดดันซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่รักกันหรือชังกันก็ตาม

หากเป็นคนที่รักกัน ก็อยากจะเอาใจเขา ทำให้เขาถูกใจ เพียงคิดว่าจะเอาใจเขาหรือคิดจะทำให้เขาถูกใจ ก็กดดันผู้คิด ครั้นเมื่อทำไปแล้ว หากเขาเฉยเมย ไม่แสดงความยินดีพอใจ ก็กดดันตัวเองยิ่งขึ้นไปอีก

การอยู่กับคนที่เราไม่รักไม่ชอบยิ่งกดดันเรามาก พฤติกรรมที่เขาแสดงออกมักไม่ถูกใจเรา ทั้งนี้เพราะเรามีอคติต่อเขา ความไม่ชอบเขาพานให้คอยจับผิดเขาอยู่เนืองๆ จึงอยู่กันด้วยความทุกข์มีความกดดันกันเป็นพื้นฐาน

ในเมื่อสิ่งต่างๆ มีแต่ความกดดันเช่นนี้ เราจะพ้นจากความกดดันไปได้อย่างไร

ไปอยู่คนเดียวตามลำพัง จะได้ไม่มีใครมากดดันเรา ดีไหม

ลองไปอยู่เงียบๆ คนเดียวดูก็ได้ อยู่ไปแล้วร้องเพลง อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ของเบิร์ด – ธงไชย แมคอินไตย์ ไปด้วยก็ได้ เลือกสถานที่เหมาะ ๆ ตามที่ตนชอบ โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน รับรองว่าอยู่ได้ไม่เกินสามวันก็จะถูกกดดันอย่างแน่นอน

แม้ไม่มีใครมากดดันเรา แต่ความต้องการหรือความคิดของเราจะกดดันตัวเราเอง

คนที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์จะถูกตัณหาที่มีอยู่ในใจกดดันตนเอง

ตัณหามีอยู่ 3 อย่าง คือ

  1. กามตัณหา อยากได้ อยากเสพ ในรูป เสียง กลิ่น รสสัมผัส และอารมณ์ ที่ตนชื่นชอบ
  1. ภวตัณหา อยากได้ อยากมี อยากเป็น ในสถานะหรือสภาวะที่ตนยินดี พอใจ
  1. วิภวตัณหา ไม่ยินดี ไม่พอใจ ในสถานะที่ตนได้ มี เป็นหรือสิ่งที่ตนสัมผัสสัมพันธ์

ตัณหาทั้งสามนี้เป็นหัวโจกของกิเลสที่นำเรามาเกิด มันฝังอยู่ในจิตของทุกๆ คน เป็นนายใหญ่ของเราที่บงการให้เรารับใช้มันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันโดยไม่รู้ตัว และเป็นตัวกดดันเราให้มีทุกข์

บางคนเปลี่ยนงานบ่อย ๆ เพราะที่ทำงานมีความกดดันมาก ทนไม่ได้

ไม่ว่าจะย้ายไปที่ไหนก็หนีความกดดันไปไม่ได้ เพราะความกดดันมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทั้งนอกตัวเราและในตัวเรา

หากทำลายความกดดันภายในใจของเราให้หมดไปได้เมื่อใด เมื่อนั้นความกดดันภายนอกตัวเราก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้


เรื่องจาก : นิตยสาร Secret


บทความที่น่าสนใจ

“โชคดี” สร้างได้ ไม่ต้องรอโชคชะตา

ชีวิตนี้เพื่องาน งานนี้เพื่อโลก เรื่องราวดีๆ จาก ท่านว.วชิรเมธี

10 ข้อคิดสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ โดย แจ็ค หม่า

9 เคล็ดลับสร้างความสุขง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง

keyboard_arrow_up