สิ่งที่ พระนางพิมพา ทำเพื่อพระพุทธเจ้า…แง่มุมที่ชาวพุทธไม่ค่อยรู้

ครั้นเมื่อสามีภรรยาที่คู่กันมาแต่ปางบรรพ์ได้เกิดมาร่วมภพกันเป็นครั้งสุดท้าย พระนางพิมพา ก็ยังคงบทบาทของภรรยาผู้มีความอดทนและเสียสละ

Dhamma Daily : ลูกต้องแต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ

Dhamma Daily : ลูกต้อง แต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ เป็นอีกคำถามที่น่าสนใจจากพุทธศาสนิกชน “ลูกต้อง แต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ” เราลองมาอ่านคำตอบจากพระอาจารย์มานพ อุปสโมกันว่าท่านจะให้ตอบคำถามนี้แล้ว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตและการมองสิ่งรอบตัว  ถาม: ที่บอกให้ดำรงวงศ์สกุลหมายความว่าลูกต้องแต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์งั้นหรอคะ ตอบ: ข้อนี้มีความหมายว่าเราต้องเป็นคนดี ไม่ทำให้วงศ์สกุลเสื่อมเสียสกุลหรือนามสกุลบ่งบอกว่าเราเป็นทายาทของตระกูลไหน คนที่ทำตัวไม่ดีใช่ว่าเขาจะสร้างความเสื่อมเสียให้เฉพาะตัวเองเท่านั้น แต่มันเสียทั้งวงศ์ตระกูล เพราะฉะนั้นเราต้องระวังไม่ทำให้วงศ์สกุลเสียชื่อ ส่วนจะได้แต่งหรือไม่ได้แต่งไม่ใช่เรื่องของพ่อ (หรือแม่) แต่เป็นเรื่องของลูก… เป็นกรรมของเขาต่างหาก   ธรรมะจากพระอาจารย์มานพ อุปสโม : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ dhammadaily2015@gmail.com บทความน่าสนใจ Dhamma Daily : คิดถึงแฟนเก่าที่แต่งงานไปแล้ว ผิดศีลไหมคะ ปัญหาธรรม : ความรักจืดจาง ไม่หวานแหวว เพราะแต่งงานมาแล้วหลายปี ต้องทำยังไง? ปัญหาธรรมประจำวันนี้: คบซ้อน […]

Dhamma Daily : เราจะ อุทิศบุญ ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่

ถาม : หากอยาก อุทิศบุญ ให้คนที่มีชีวิตอยู่สามารถทำได้หรือไม่ หากได้ต้องทำอย่างไร

ค้นพบความสุขทางใจ ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ สวนประไพธรรม

ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ สวนประไพธรรม ตั้งอยู่ที่ตำบลนากระตาม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพรโดย คุณประไพ ไพฑูรย์ บริจาคที่ดินกว่า 25 ไร่ให้ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อ พ.ศ. 2545เพื่อสร้างเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา

Dhamma Daily : เราสามารถสวดมนต์ ขอพรให้ครอบครัว ได้จริง ๆ หรือ?

ถ้าเราสวดมนต์ ขอพรให้ครอบครัว และตัวเราร่างกายแข็งแรง เดินทางปลอดภัย มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต เราสามารถ ได้จริงหรือ? พระดร.นิตินัย อุดมกัน ตอบปัญหาข้อนี้ว่า

Dhamma Daily : คิดถึงแฟนเก่าที่แต่งงานไปแล้ว ผิดศีลไหมคะ

คิดถึงแฟนเก่า แต่ก็ไม่คิดจะแย่ง หรือพยายามติดต่อ ถือว่าผิดศีลไหมคะ แล้วควรทำใจอย่างไร จึงจะตัด คนรักเก่า ออกจากใจได้ พระมหาธรรศฌ์ปกรณ์ กิตฺติปญโญ วัดเทพธิดารามวรวิหาร ตอบปัญหานี้ไว้ว่า

ภพชาติและการพลัดพราก | เรื่องมหัศจรรย์และสิ่งลี้ลับ

ภพชาติและการพลัดพราก | เรื่องมหัศจรรย์และสิ่งลี้ลับ มันเป็นเรื่องของ ภพชาติ สมัยหนุ่มๆ ผมเคยคิดว่า  ผู้ชายที่สูงวัยแต่ยังไม่แต่งงานไม่มีครอบครัว  น่าจะเป็นผู้ชายที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศหรือพูดภาษาชาวบ้านคือเป็นเกย์  เป็นตุ๊ด อะไรทำนองนี้แต่แล้วปัญหาก็กลับเกิดกับตัวผมเอง  ทั้งๆ ที่ผมเป็นชายแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถามว่า  ผมเคยผ่านการมีครอบครัวมาหรือไม่  ถ้าหากยึดองค์ประกอบของความเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์  ผมไม่น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้  เพราะมันเป็นเพียงแค่การคบหากันในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วก็แยกกันไปทางใครทางมัน  ครั้งสุดท้ายที่ได้คบหากันก็เป็นเวลา 22 ปีมาแล้ว  คิดดูว่านานแค่ไหน สำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่ “ไม่มีใคร” จนเมื่อความเหงาเข้ามาครอบงำมากขึ้นทำให้ผมคิดหาทางว่า ทำอย่างไรชีวิตถึงจะมี “ใครสักคน”  ผมพยายามค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีการหาคู่  ซึ่งผมทำหลายวิถีทาง  ทั้งไปบนบานศาลกล่าวไว้หลายต่อหลายแห่ง  จนตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าบนไว้ที่ไหนบ้าง  ถ้าหากมีใครสักคนขึ้นมาจริง ๆ  ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจะแก้บนที่ไหนยังไงบ้าง กระทั่งวันหนึ่งผมไปปรึกษาเพื่อนสนิทเพื่อนได้แนะนำให้ผมท่องคาถาที่มันบอกว่าได้ผลมาหลายรายแล้ว  ทีแรกผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  แต่ความที่ผมลองมาหลายทางแล้ว  ลองดูอีกสักทีก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร วันนั้นหลังจากปฏิบัติภารกิจประจำวันเสร็จแล้ว  ตกค่ำผมก็นำคาถานี้มาท่องตามที่เพื่อนบอก สัพพัง  อะปะราธัง ขะมะถะเม………………..หากข้าพเจ้าจงใจหรือประมาท พลาดพลั้ง  ล่วงเกินบิดา  มารดา  ครูอาจารย์…ข้าพเจ้าขอถอนคำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต  ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน… ผมค่อย ๆ บริกรรมคาถาด้วยความละเอียด  รอบคอบ  และทำด้วยความตั้งใจจริงอย่างที่สุด  จากนั้นก็เข้านอนด้วยความหวังว่าอะไร ๆ ในชีวิตจะดีขึ้น  ผมอาจได้เจอใครสักคน  ถึงแม้มันอาจจะนานไปหน่อย  แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใครเลย คืนแรกผ่านไปอย่างเงียบสงบ  ผมใช้ชีวิตในวันรุ่งขึ้นด้วยความคาดหวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในชีวิต  ได้พบเจอใครสักคนจริง ๆ  และไม่ว่าใครเข้ามาพูดคุยหรือผมได้รู้จักคนใหม่ ๆ  ผมก็คาดว่า  นั่นคือคนที่ใช่สำหรับผม  แต่นั่นก็เป็นเพียงวิมานในอากาศ  ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  จนกระทั่งอีก 2 – 3 วันต่อมา  คืนหนึ่งผมฝันแปลกมาก  ซึ่งไม่น่าเชื่อว่านี่คือตัวเองในวันนี้ ในความฝัน  ผมได้พบกับผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง  ผมถามเขาว่า  “คุณรู้มั้ย…ทำอย่างไรผมจึงจะมีคู่เหมือนกับคนอื่น ๆ เขา”  ชายคนนั้นจ้องผมตาเขม็ง  แล้วบอกว่า… “ท่านรู้มั้ย  ทำไมฉันจึงได้มาเกิดเป็นคนในชาตินี้  ฉันจะบอกให้ หลายสิบปีก่อนฉันเกิดเป็นกบ  ฉันมีครอบครัว  มีลูก  มีเมีย  และเป็นครอบครัวใหญ่  เราไปไหนมาไหนด้วยกัน  ออกหากินกันตามสัญชาต-ญาณของความเป็นกบ  อยู่มาวันหนึ่งฝนตกหนัก  พวกเราก็ออกไปเล่นน้ำฝนออกไปหาสัตว์เล็ก ๆ กินตามธรรมชาติพวกเรามีความสุขมาก… “…แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน  ฉันก็รู้สึกว่ามีมือของมนุษย์มาจับที่ตัวฉันอย่างแรง  ฉันพยายามดิ้นให้หลุด  แต่ก็ทำไม่ได้มือนั้นยิ่งบีบแรงขึ้น  ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด  ขาของฉันถูกฉีกออกทีละข้าง  ฉันเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัสมนุษย์คนนั้นฉีกขาฉันทีละข้าง  แล้วโยนฉันลงพื้น  มันยิ่งเจ็บปวดทุรนทุราย  แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ฉันเห็นภาพแห่งความทรมาน  เมียฉัน  ลูก ๆ ของฉัน  รวมทั้งพี่น้องกบของฉันอีกหลายตัวต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน  พวกเขาร้องด้วยความเจ็บปวด  โดยที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย “นี่เป็นโศกนาฏกรรมแห่งชีวิตของพวกเรา  ความเจ็บปวด  ความทุกข์ทรมานที่พวกเราไม่เคยลืม  ฉันคิดว่า  พวกเราทั้งหมดคงจะตายเพราะความเจ็บปวดทรมานท่ามกลางสายฝนนั่น  แต่กว่าจะตาย  พวกเราต้องทนทรมานอยู่นาน  แต่ด้วยอานิสงส์ของความดีที่ฉันทำมาในอดีตชาติ  ทำให้ชาตินี้ฉันได้มาเกิดเป็นมนุษย์  ฉันไม่ได้คิดจะแก้แค้นใครในสิ่งที่ฉันกับพี่น้องและครอบครัวได้รับ “เพียงแต่สิ่งที่ฉันจะบอกกับท่านก็คือเหตุที่ท่านไม่มีคู่เป็นเพราะท่านได้ก่อกรรมกับพวกเราไว้ในอดีตชาติของพวกเรา  แต่เป็นภพชาติปัจจุบันของท่าน  ทำให้ท่านต้องรับกรรม  กรรมที่ท่านพรากลูก  พรากเมียพรากพี่น้องของพวกเรา  ทำให้ท่านต้องพลัดพรากจากคู่ในชาตินี้  แม้ฟ้าจะลิขิตให้ท่านมีคู่ครอง  แต่กรรมที่ท่านก่อไว้ทำให้คู่ครองของท่านไม่มีโอกาสโคจรมาพบกันได้ในชาตินี้  ท่านจะต้องอยู่คนเดียวไปจนสิ้นอายุขัย  และยังตอบไม่ได้ว่า  หากชาติหน้าท่านได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก  ท่านจะมีโอกาสได้มีคู่ครองหรือไม่  เพราะเคราะห์กรรมที่ท่านทำไว้กับพวกเรานั้นมันหนักหนาสาหัสจริง ๆ”  หลังจบประโยคนี้  ภาพของชายสูงอายุก็ค่อย ๆ เลือนหายไป เมื่อตื่นขึ้นมาผมเฝ้าทบทวนเหตุการณ์ในความฝัน  ซึ่งทำให้ผมนึกไปถึงเมื่อสมัยผมเป็นเด็ก  อายุประมาณ 5 - 6 ขวบ  ตอนนั้นด้วยความซุกซน  ทุกครั้งที่ฝนตกผมจะออกไปเล่นน้ำฝน  และด้วยความคะนองผมจะจับกบที่ออกมาเล่นน้ำฝน แล้วจับขาพวกมันฉีกด้วยความสนุกสนาน เป็นอย่างนี้หลายครั้งและทุกครั้งก็จะถูกพ่อตีด้วยสายยาง  จำได้ว่ามันเจ็บมาก  แต่ก็ไม่เคยเข็ด  เป็นอย่างนี้เป็นเวลานานมาก… นี่หรือคือผลกรรมที่ผมพรากลูกพรากเมียพวกเขา  ทำให้ผมต้องถูกพรากจากคู่ครองในชาตินี้ หลังจากนั้นหากมีโอกาสผมจะซื้อกบจากตลาดสดไปปล่อยครั้งละ 5 - 10 ตัว  เพราะกบพวกนี้รอคอยความตาย  ผมปล่อยกบไปจำนวนมาก  จำไม่ได้ว่าเท่าไร  แต่รู้ว่ามากทีเดียว  ถึงกระนั้นผมคิดว่าจำนวนชีวิตที่ผมปล่อยคงไม่เท่ากับชีวิตที่ผมทำลายไป  จึงทำให้อานิสงส์นั้นยังไม่ส่งให้ผมได้พบกับคู่ครองในชาตินี้  ซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่า จะอีกกี่ชาติถึงจะได้พบ นี่เป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่ผมทำลายชีวิตหลายชีวิต  ก่อกรรมทำเข็ญกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ  แต่กลับส่งผลเป็นความทุกข์อันยิ่งใหญ่ที่ผมต้องได้รับในชาตินี้  ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า  แต่ผมก็จะขอทำทาน ด้วยการซื้อกบมาปล่อยให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เผื่อว่าจะได้ไถ่บาปกรรมที่ผมทำเอาไว้ในภพนี้  ไม่ต้องตามไปถึงภพหน้า เรื่อง จิระ  ณ ราษฎร์บูรณะ   ภาพ รุจิกร  ธงชัยขาวสอาด หมายเหตุ : ขอเชิญร่วมแบ่งปันเรื่องลี้ลับมหัศจรรย์และเรื่องผลของกรรมเช่นนี้ได้ โดยส่งมาที่ therranuch_pa@amarin.co.th บทความน่าสนใจ ภพชาติมีจริง บทความจากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)  Dhamma Daily : กฏแรงดึงดูด ในทางพระพุทธศาสนาทำงานอย่างไร บุพเพสันนิวาสเป็นอะไรที่มากกว่า…เรื่องของคู่ครอง พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต กล่าวถึงบุพเพสันนิวาสในทางพระพุทธศาสนา ตั้งโปรแกรมจิต เลือกภพก่อนตาย ทำได้จริงหรือไม่?      

ปฏิบัติธรรมเข้มข้น ณ วัดคลองตาลอง จ.นครราชสีมา

สำหรับพุทธศาสนิกชนที่อยากไปปฏิบัติธรรมเข้มข้นจริงจังสักครั้ง วัดคลองตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

“ขอเวลาปลดกรรม” เรื่องเล่ากฎแห่งกรรมระหว่างแม่-ลูก จากผู้อ่าน

คุณเคยไหม… ได้ยิน เรื่องราวกฎแห่งกรรม ครั้งใดต้องตีสีหน้าและพูดทำนองว่า พิสูจน์ไม่ได้และ…ไร้เหตุผล ฉันเองก็ไม่ต่างจากคนอื่น

อนาถบิณฑิกเศรษฐี บุรุษผู้มีแต่ให้

“อนาถบิณฑิกเศรษฐี”เมื่อแรกที่ได้ยินชื่อของอุบาสกท่านนี้ หลายคนคงสงสัยอยู่ครามครันว่า ชื่อแปลกๆ ที่ว่านี้มีความหมายว่าอย่างไร จนเมื่อศึกษาประวัติชีวิตจนเห็นความเป็นเลิศด้านการทำทานของท่าน จึงได้ประจักษ์ว่า “อนาถบิณฑิก”ที่แปลว่า“ผู้มีก้อนข้าวสำหรับคนอนาถา”เป็นชื่อที่เหมาะสมกับเศรษฐีใจบุญท่านนี้เป็นอย่างยิ่ง

” กิเลสแมเนจเมนต์ ” จัดการราคะ โทสะ โมหะ อย่างชาญฉลาด

มาติดตั้งโปรแกรมใหม่ดีกว่า เรียกว่า “กิเลสแมเนจเมนต์“ มีราคะ จะบริหารจัดการราคะอย่างไร จึงจะไม่ตกเป็นทาส  อยู่ในอำนาจของราคะ มีโทสะ จะบริหารจัดการโทสะอย่างไร

วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร การศึกษาคือหัวใจสําคัญของการเผยแผ่

วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร การศึกษาคือหัวใจสําคัญของการเผยแผ่ 0 หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร มาบ้าง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าวัดแห่งนี้ เคยเป็นสถานที่ศึกษาอักษรสมัยเบื้องต้นของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าฟ้าอีกหลายพระองค์  0 ประวัติวัดโมลีโลกยาราม  0 วัดโมลีโลกยารามสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมชื่อว่า “วัดท้ายตลาด” ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงรวมวัดท้ายตลาดเข้าเป็นเขตพระราชฐาน วัดแห่งนี้จึงไม่มีพระสงฆ์จําพรรษาตลอดรัชกาล  0 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงย้ายเมืองหลวงมาตั้งทางทิศตะวันออกของแม่น้ําเจ้าพระยา พระองค์มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร(พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัด และถือเป็นพระอารามหลวงมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1  0 มาในสมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงขนานนามวัดนี้เสียใหม่ว่า “วัดพุทไธสวรรย์” หรือ “วัดพุทไธสวรรยาวาศวรวิหาร” ทั้งยังเจริญพระราชศรัทธาในอดีตเจ้าอาวาส คือสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ขุน) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระราชโอรสคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงพระราชโอรสอีกหลายพระองค์มาทรงพระอักษรกับเจ้าประคุณสมเด็จฯ  0 เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ขึ้นครองราชย์ ทรงมีพระราชศรัทธาปฏิสังขรณ์วัดให้บริบูรณ์งดงามยิ่งขึ้น จากนั้นทรงขนานนามชื่อวัดใหม่ว่า “วัดโมลีโลกสุธารามอาวาศวรวิหารพระอารามหลวง” […]

Dhamma Daily: กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล จะถึงผู้รับได้จริง ๆ ไหม

Dhamma Daily: กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล จะถึงผู้รับได้จริง ๆ ไหม พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ตอบปัญหานี้ไว้ว่า กรวดน้ำ ไม่ถึงผู้รับหรอก กรวดน้ำบริเวณไหน น้ำก็ซึมอยู่แค่บริเวณนั้น เพราะสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่น้ำ แต่อยู่ที่บุญที่ทำ เมื่อทำบุญแล้ว ได้บุญแล้ว

ชวนเที่ยว 5 วัด ลดเครียด-ใจสงบวันหยุด

หลังจากทำงานมาอย่างเต็มที่ ถึงเวลาชาร์จพลังใจในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อสลัดความเครียดและความเหน็ดเหนื่อยแล้ว

หนทางพระพุทธเจ้า หนทางของมหาบุรุษ

หนทาง พระพุทธเจ้า หนทางของ มหาบุรุษ ขึ้นชื่อว่า“ชีวิต”การเดินทางสู่จุดหมายปลายทางย่อมไม่มีวันราบเรียบเป็นเส้นตรง และยิ่งเป็นการเดินทางสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ด้วยแล้ว หนทางของ มหาบุรุษ นามว่า“เจ้าชายสิทธัตถะ”ก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่พระองค์จะทรงสั่งสมพระบารมีจนตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า นามว่า“สมณโคดม”นั้น หนทางของพระองค์ต้องปูลาดด้วยความพากเพียรพยายามอย่างถึงที่สุด ในอดีตชาติก่อนหน้าพระพุทธเจ้าของเรานั้นมีพระพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้นแล้วหลายพระองค์ หนึ่งในนั้นมีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งนามว่า“พระทีปังกร”  หลังจากที่พระทีปังกรครองผ้าไตรบำเพ็ญเพียรจนบรรลุสัมโพธิญาณแล้ว พระองค์ทรงเทศนาสั่งสอนธรรมแก่ชาวโลก ด้วยความเมตตาโลกมนุษย์ที่เคยวิบัติอัตคัดกลับคืนเป็นปกติสุขได้ ก็ด้วยพระบารมีของพระองค์ ก้าวย่างที่สำคัญก้าวหนึ่งของ“พระสมณโคดม”หรือพระพุทธเจ้าของเราเกิดขึ้นในพุทธสมัยของพระทีปังกรนี้เอง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าของเราเสวยพระชาติเป็นสุเมธดาบสดาบส ผู้นี้ได้มีโอกาสแสดงศรัทธาอันยิ่งใหญ่ต่อพระทีปังกรพุทธเจ้า “ขออาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย ทรงพระดำเนินเหยียบไปบนกายข้าพระองค์ ที่จักทอดเป็นสะพานนี้อย่าได้ทรงย่างพระบาทหลีกหนีลงลุยเลนเหลวนี้เลย” นี่คือคำอธิษฐานของสุเมธดาบสเพื่อให้พระทีปังกร พุทธเจ้าทรงพระดำเนินเหยียบย่างบนร่างของท่าน เมื่อเห็นว่าหนทางเสด็จพระดำเนินของพระทีปังกรนั้นถูกคั่นขวางด้วยเลนตม สุเมธดาบสทอดกายเป็นสะพานอย่างมั่นคงเพื่อให้พระทีปังกรและพระสาวกเหยียบย่างข้ามไป โดยมิให้พระบาทของพระพุทธองค์ต้องแปดเปื้อนโคลนตม เหตุการณ์ครั้งนั้นพระทีปังกรได้มีพุทธทำนายไว้ว่าในอนาคตสุเมธดาบสจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า“สมเด็จพระศรีศากยมุนีโคดมบรมครู”ซึ่งก็คือพระพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้นั่นเอง พระพุทธเจ้าของเราต้องเดินทางไกลหลายอสงไขย กว่าจะถึงซึ่งจุดหมายแห่งชีวิต?คือการตรัสรู้สู่นิพพาน หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด แม้พระองค์จะยุติการเดินทางไปสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้ว แต่หลักธรรมคำสอนที่พระองค์ทรงค้นพบยังคงดำรงอยู่ เป็นหมุดหมายให้แก่ศาสนิกชนชาวพุทธที่ยังคงต้องเดินเวียนวนไปบนเส้นทางของชีวิตอย่างไม่เสื่อมคลาย  เรื่อง อิสระพร บวรเกิด บทความน่าสนใจ เรื่องเล่าวันพระพุทธเจ้าลอยถาดลงในแม่น้ำก่อนตรัสรู้ บทความเตือนสติ จากท่าน ว.วชิรเมธี พระพุทธเจ้าผู้ทลาย ชนชั้นวรรณะ 3 บุคคลที่หันหลังให้พระพุทธเจ้า - คนที่ถูกพระพุทธเจ้าทิ้ง บทความธรรมะจากท่าน ว. การพัฒนาจิต 2 […]

พร 8 ข้อที่ พระอานนท์ ทูลขอพระพุทธเจ้า

ความเสียสละในรูปของการกล้าปิดทองหลังองค์พระปฏิมา มิไยว่าผู้คนจะรับรู้หรือไม่ คือความเสียสละในแบบฉบับที่ พระอานนท์ เคยปฏิบัติเมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีที่แล้ว

เรื่องเล่าวันพระพุทธเจ้าลอยถาดลงในแม่น้ำก่อนตรัสรู้ บทความเตือนสติ จากท่าน ว.วชิรเมธี

บทความเตือนสติ จากหนังสือพุทธประวัติสำหรับเด็ก เล่าเหตุการณ์ไว้ตอนหนึ่งว่า ก่อนที่พระโพธิสัตว์สิทธัตถะจะได้ตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงกลับมาเสวยพระกระยาหาร

“ยิ่งมืด ยิ่งต้องลืมตา” บทความธรรมะสำหรับ วันที่ มืด มน โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ชีวิตคนเราย่อมต้องมีอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่พบกับ วันมืดมน เหมือนเดินเข้าห้องมืดที่ไม่สามารถมองเห็นอะไร ๆ ได้ซ้ำร้ายยังมีความกลัวแฝงตัวอยู่ด้วย

keyboard_arrow_up