สิ่งที่สำคัญกว่า “ พรสวรรค์ ” ที่เราต้องค้นหาคืออะไร

พรสวรรค์
พรสวรรค์

สิ่งที่สำคัญกว่า “ พรสวรรค์ ” ที่เราต้องค้นหาคืออะไร

หากผมได้เงิน 10 บาททุกครั้งที่มีคนมาถามเรื่องการ “ค้นหา พรสวรรค์ ” ป่านนี้ผมคงเก็บเงินได้หลายพันแล้วครับ!

แน่นอนว่าพรสวรรค์เป็นสิ่งที่สำคัญต่อความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่จากการที่ผมได้ใช้เวลามากมายศึกษาชีวิตของเหล่าผู้ประสบความสำเร็จระดับสูงของโลก จึงค้นพบว่าสิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันทุกคนนั้นไม่ใช่ “ พรสวรรค์ ” แต่เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า

สิ่งนั้นคือ “ภาพสวรรค์” ครับ!

ถามว่า “ภาพสวรรค์” คืออะไร ภาพสวรรค์คือภาพของชีวิตที่เราสร้างขึ้นมาอย่างละเอียดและชัดเจนในใจว่าเราต้องการจะเห็นอนาคตของตัวเองในแบบไหน เราจะทำอะไร เป็นอะไร สร้างอะไร ช่วยเหลือใครและเปลี่ยนแปลงสิ่งใดให้สังคมหรือโลกใบนี้ยิ่งภาพสวรรค์ของเราชัดเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะทำให้มันเป็นจริงก็ยิ่งมีมากเท่านั้น นอกจากนั้นโอกาสที่เราจะค้นพบ “พรสวรรค์”ในระหว่างทาง เพื่อเอามาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง “ภาพสวรรค์” ของเราให้เป็นจริงก็ยิ่งมีมากขึ้น

หากลองสังเกตดูให้ดีจะพบว่ามีคนที่ประสบความสำเร็จเพียงส่วนน้อยเท่านั้น (ประมาณ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์) ที่เกิดมาแล้วรู้เลยว่าตัวเองเก่งอะไร ถนัดอะไร ชอบอะไรแต่คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ (ประมาณ 90 – 95 เปอร์เซ็นต์) ไม่ใช่คนที่รู้ว่าตัวเอง “รักจะทำ” อะไรมาตั้งแต่เกิด ทว่าเมื่อโตขึ้นพวกเขาทุกคนรู้ว่าตัวเอง “รักจะสร้าง” อะไรฝากไว้ให้โลกนี้ และพยายามทุกอย่างเพื่อทำความปรารถนานั้นให้สำเร็จ!

ยกตัวอย่างเช่น ประธานาธิบดีลิงคอล์นหนึ่งในประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงโด่งดังและประชาชนรักมากที่สุดก็ไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์พิเศษอะไร เขาเคยล้มเหลวในการทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตถึง 35 ครั้งและมีเพียง 3 ครั้งเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จแต่เมื่อเขาได้เห็นการค้าทาสเป็นครั้งแรกที่รัฐนิวออร์ลีนส์ เขาก็ปฏิญาณกับตนเองทันทีว่า “วันหนึ่งผมจะทำลายระบบทาสนี้ให้หมดสิ้นและผมจะทำอย่างดีที่สุด!” 

และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าเขาจะเผชิญอุปสรรคขวากหนามมากมายมหาศาลเพียงใด กำลังใจของเขาก็
ไม่เคยลดลง แม้ในขณะที่เขาเป็นโรคซึมเศร้าอย่างหนักจนเพื่อนสนิทเกรงว่าเขาจะฆ่าตัวตายแต่เขากลับบอกเพื่อนว่า “ผมไม่มีวันฆ่าตัวตายเด็ดขาด ตราบใดที่ผมยังไม่ได้ฝากสิ่งที่โลกต้องจดจำเอาไว้!” แล้วในที่สุดลิงคอล์นก็ได้เห็น “ภาพสวรรค์” ของเขาเป็นจริงตามที่ตั้งใจก่อนลาจากโลกนี้ไป

แจ๊ค หม่า นักธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศจีนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่มีพรสวรรค์โดดเด่นใด ๆ มาก่อน เขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ชีวิตเคยล้มเหลวไม่เป็นท่า ถึงขนาดที่ว่าเคยยื่นใบสมัครงานกับองค์กรต่าง ๆ ถึง30 องค์กรและถูกปฏิเสธทั้งหมด!

อย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเขาได้มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก (ซึ่งตอนนั้นอายุก็ปาเข้าไป 31 แล้ว) นับจากวันนั้นเขาก็ปฏิญาณกับตัวเองว่า คนจีนทุกคนจะต้องมีอินเทอร์เน็ตใช้และมีโอกาสซื้อขายออนไลน์ผ่านช่องทางที่สะดวกที่สุดเหมือนคนในโลกตะวันตก ซึ่งต่อมาแจ๊ค หม่า ก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อสร้าง “ภาพสวรรค์”ของเขาให้เป็นจริงขึ้นมา จนทุกวันนี้แจ๊คหม่า กลายเป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้ง Alibaba เว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่แม้ในวันที่เขาประสบความสำเร็จร่ำรวยมหาศาลจากการทำธุรกิจผ่านนวัตกรรมอันทันสมัยนี้แล้ว เขาก็ยังให้สัมภาษณ์ว่าเขาแทบไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลยรู้แค่วิธีส่งอีเมลเท่านั้น!

ในอดีตออง ซาน ซูจี ก็ต้องการเห็นภาพคนพม่ามีสิทธิ เสรีภาพ พ้นจากการถูกกดขี่ในระบอบเผด็จการ มหาตมา คานธีต้องการเห็นภาพคนอินเดียมีอิสรภาพ ไม่ถูกเอาเปรียบและดูถูกเหยียดหยามจากคนอังกฤษ  สตีฟ จ็อบส์ ต้องการเห็นภาพคนทั้งโลกนั่งใช้คอมพิวเตอร์ เขาจึงประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้ง ๆ ที่เขาไม่รู้เรื่องการประดิษฐ์อุปกรณ์ชนิดนี้เลย ต่างจากเพื่อนของเขา คือ สตีฟ วอซเนียก ซึ่งมี “พรสวรรค์” ด้านการประดิษฐ์คอมพิวเตอร์อันดับต้น ๆ ของโลก แต่เนื่องจากเขาไม่มี “ภาพสวรรค์” ที่ชัดเจนหรือยิ่งใหญ่เหมือนสตีฟ จ็อบส์ เขาจึงไม่ได้ร่ำรวยหรือมีชื่อเสียงเท่า

แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ท่านก็ทรงต้องการจะเห็น “ภาพสวรรค์” ของเหล่าบรรดาสัตว์โลกและมนุษย์ทุกคนที่พ้นทุกข์ ท่านจึงทรงพยายามทุกวิถีทางเพื่อตรัสรู้และนำสิ่งที่ได้ทรงค้นพบไปเผยแผ่ แม้ต้องเหน็ดเหนื่อยและเผชิญอุปสรรคมากแค่ไหนก็ยอม จนสุดท้ายท่านก็กลายเป็นบุคคลที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก

อันที่จริงมีคนที่เก่งกาจกว่าลิงคอล์นอีกนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังมี “พรสวรรค์” มากกว่าคานธี ขยันกว่าออง ซาน ซูจี และมีดีกรีสูงกว่าแจ๊ค หม่า แต่เหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เพราะไร้ความสามารถ แต่เพราะขาด “ภาพสวรรค์” ที่ชัดเจนพวกเขาขาดสิ่งที่นึกถึงแล้วทำให้หัวใจเต้นแรงทุกวันด้วยความปรารถนาที่จะทำภาพนั้นให้เป็นจริง

และที่สำคัญคือ ความปรารถนาชนิดนี้ไม่ใช่ “ตัณหา” แต่เป็น “ฉันทะ” หรือ“ความปรารถนาในทางสูง” ซึ่งนับเป็นพลังสีขาวที่ทรงอานุภาพอย่างยิ่ง

นอกจากนั้นหลายคนอาจไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ววิธีค้นหา “พรสวรรค์” ที่ดีที่สุดก็คือการสร้าง “ภาพสวรรค์” ที่ละเอียดและชัดเจนมากพอขึ้นมาก่อนนั่นเอง เพราะภาพสวรรค์ที่ทรงพลังจะทำให้เราเกิดความตั้งใจ มุ่งมั่น
และหมั่นลงมือสร้างภาพนั้นให้เป็นจริงอยู่เสมอจนในที่สุดก็อาจทำให้เราค้นหาพรสวรรค์ที่แอบแฝงอยู่ในตัวเองเจอ เพราะอย่าลืมว่าทุกคนมีความสามารถพิเศษบางอย่างติดตัวมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว แต่ถ้าเราไม่มีภาพสวรรค์ที่ทรงพลังมากพอ เราจะไม่กล้าเสี่ยง กล้าลอง กล้าล้ม และกล้าเจ็บจนหามันเจอ

ฉะนั้นนับแต่วันนี้เป็นต้นไปขอให้เลิกมองหา “พรสวรรค์” แต่จงหมั่นมองเห็น “ภาพสวรรค์” ในจินตนาการทุก ๆ วัน เลิกรอให้ตัวเองเจอสิ่งที่รักหรือสิ่งที่ใช่ก่อนแล้วค่อยเริ่มต้นสร้างชีวิตอย่างที่ใฝ่ฝัน แต่ให้สร้างภาพสวรรค์ที่ต้องการในสมองให้ชัดเจนที่สุด ทำตอนตื่นเช้าและก่อนเข้านอนทุกวันจนเป็นนิสัย

ผมรับรองว่า “แรงบันดาลใจ” อันมหาศาลที่คุณได้รับจากภาพ ๆ นั้นจะสามารถพาคุณไปพบ “สิ่งที่ใฝ่ฝัน” ได้อย่างแน่นอน

Secret BOX
ความปรารถนาอันแรงกล้า มีอานุภาพมากกว่าพรสวรรค์เสมอ – ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร


เรื่องโดย: เรื่อง ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร  www.facebook.com/KhunkhaoWriter

ที่มา: นิตยสาร Secret


บทความน่าสนใจ
ดับไฟในใจลูก ด้วยเส้นประสาทกระจกเงา โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร 

ใครอยากได้กำลังใจในการทำงาน ฟังทางนี้ (มีคลิป) โดยขุนเขา สินธุเสน และ ฌอน บูรณะหิรัญ

วิธีลดความอคติ ปรับตัวให้เข้ากับเจ้านายที่ทำงานไม่เก่ง โดยขุนเขา สินธุเสน (ชมคลิป)

30 ข้อคิดด้านความมั่งคั่ง ความสำเร็จ และความสุข จากขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

ฝึกสมาธิ สำหรับคนนิ่งยาก โดย ขุนเขา

อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ วรรณกรรมเยาวชนเล่มแรกของ ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

อยู่กับคำวิจารณ์อย่างไร ให้ใจเป็นสุข โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร (ชมคลิป)

พรสวรรค์ ธรรมะจากพระราชญาณกวี

พรสวรรค์ ของเด็กๆ ค้นพบแล้วจะส่งเสริมยังไงดี

Dhamma Daily: อายุเกือบจะ 40 แล้วยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ทำอย่างไรดีคะ

Dhamma Daily : ทำอย่างไรไม่ให้เป็นคน คิดลบ

Dhamma Daily : ตกงาน มานาน ทุกข์ใจมาก ทำอย่างไรดี

keyboard_arrow_up