Dhamma Daily : หากจิตใจวอกแวกขณะสวดมนต์ จะยังได้อานิสงส์จาก การสวดมนต์ อยู่ไหม

การสวดมนต์
การสวดมนต์

Dhamma Daily : หากจิตใจวอกแวกขณะสวดมนต์ จะยังได้อานิสงส์จาก การสวดมนต์ อยู่ไหม

ถาม : เวลาที่เราสวดมนต์ ถ้าใจเราคิดนู่นคิดนี่ เราจะได้อานิสงส์จาก การสวดมนต์ ไหมคะ พยายามไม่คิด แต่ใจมันก็เผลอไปเรื่อยเพราะกำลังทุกข์มาก ยิ่งนั่งสมาธิ ยิ่งฟุ้งซ่านค่ะ พยายามอ่านวิธีการเจริญภาวนา ทำตามแต่ก็ไม่สำเร็จ จนรู้สึกท้อแล้ว

พระมหา ดร.ธนาธิป มหาธมฺมรกฺขิโต ตอบปัญหานี้ไว้ว่า

ตอบ : การที่ท่าน สวดมนต์ แบบไม่มีสมาธิ มีจิตซัดส่าย ท่านจะได้อานิสงส์น้อย และได้ผลทางอ้อม กล่าวคือ ท่านแค่ได้สวดเพื่อคล่องปากเท่านั้น แต่ไม่ได้อานิสงส์โดยตรงคือการที่จิตเป็นสมาธินั่นเอง เนื่องจากท่านกำลังทุกข์ จิตย่อมไม่เป็นสมาธิ ถ้าต้องการ สวดมนต์เพื่อช่วยให้ผ่อนคลายความทุกข์ ท่านต้องไม่ปล่อยให้จิตเผลอ มิเช่นนั้นจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยถ้าท่านทุกข์ ท่านก็ควรพิจารณาให้เห็นความทุกข์ของตัวเองเสียก่อน โดยการตั้งสมมติฐานว่า ความทุกข์ของเรานั้นมีสาเหตุมาจากอะไร ทำไมต้องทุกข์ หาสาเหตุให้เจอแล้วไปแก้ที่ต้นเหตุนั้น ๆ จะดีกว่า

ทั้งนี้ควรทราบว่า จุดประสงค์หลัก ๆ ของการ สวดมนต์ นั้นมี 3 ประการด้วยกัน คือ

  1. สวดมนต์ เพื่อต้องการให้จิตเป็นสมาธิ หมายถึงเมื่อเราเปล่งวาจาสาธยายบทสวดมนต์แต่ละครั้ง สิ่งหนึ่งที่เราจะได้รับประโยชน์โดยตรงคือการมีสติ มีใจจดจ่อ ย่อมส่งผลให้จิตเกิดสมาธิ จิตมีความแน่วแน่ มีความนิ่ง สงบและเป็นสุข จิตจะอิ่มเอิบ เรียกว่า สติได้ทำหน้าที่ สมาธิได้ทำงาน ปัญญาได้ความรู้แจ้ง ทั้ง 3 ส่วนได้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จึงได้ชื่อว่าได้อานิสงส์จากการสวดมนต์โดยตรง
  2. สวดมนต์ เพื่อต้องการจดจำพระพุทธพจน์ เป็นประโยชน์แก่การเข้าใจ จดจำง่าย และสามารถนำไปแนะนำหรือสั่งสอนผู้อื่นให้รู้ตามได้ การสวดมนต์ได้ชื่อว่าเป็นหัวใจหลักของการทำให้คำสอนในพระพุทธศาสนาไม่เสื่อมไม่คลาดเคลื่อน หรือถูกทำให้เลอะเลือนได้ง่าย เพราะยังมีคนสามารถรู้ เข้าใจ และขยายผลได้ต่อเนื่องด้วยนั่นเองถือเป็นองค์ความรู้ชนิดหนึ่งได้เช่นกัน ดังนั้น การมีความรู้จำต้องเกิดประโยชน์แก่คนทั้ง 2 ฝ่าย คือ เกิดประโยชน์แก่ผู้รู้ และแก่ผู้อื่น ความรู้นั้นจึงจะมีค่า มีราคา และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้
  3. สวดมนต์ เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา การสวดมนต์นั้นช่วยขยายคำสอนของพระพุทธเจ้าจากรุ่นสู่รุ่นโดยไม่ขาดสาย เมื่อคำสอนถ่ายทอดผ่านการจดจำจากผู้คนมากมายจะเกิดประโยชน์ด้วยการนำเอาคำสอนเหล่านั้นมาปฏิบัติตามด้วย ย่อมเป็นอานิสงส์และผลดีแก่ชีวิตของผู้ปฏิบัติโดยตรง ผู้ปฏิบัติจึงได้ชื่อว่าต่ออายุพระพุทธศาสนา

อีกประการหนึ่ง ท่านผู้ถามประสบปัญหาว่า ยิ่งนั่งสมาธิ ยิ่งฟุ้งซ่าน นั่นก็เพราะว่าท่านกำลังจัดการบริหารในการปฏิบัติจิตภาวนาไม่ถูกต้อง ถ้าปฏิบัติถูกต้องจิตจะไม่ฟุ้งซ่าน จึงขอแนะนำท่านให้ไปเริ่มต้นเรียนจากครูสอนกรรมฐาน หรือพระวิปัสสนาจารย์โดยตรงก่อน ความฟุ้งซ่านจะถูกแก้ไขให้ผ่อนคลายลงได้

Photo by diGital Sennin on Unsplash


บทความที่น่าสนใจ

Dhamma Daily: หากทำงาน แล้วรู้สึกว่ากำลังหายใจเข้า หายใจออก เรียกว่า มีสติ อยู่ไหมคะ

Dhamma Daily : ทำอย่างไรไม่ให้รู้สึกแย่กับ คำวิพากษ์วิจารณ์

Dhamma Daily: เคยพลาด ทำแท้ง มาครั้งหนึ่ง จะลดกรรมนี้ได้อย่างไรคะ

Dhamma Daily: พี่น้องไม่รักกัน อยู่ใกล้กันไม่ได้ เกิดจากกรรมอะไรคะ

Dhamma Daily : ทำอย่างไรดีเมื่อต้องทำงานกับ คนที่เห็นแก่ตัว

Dhamma Daily: ผม โดนโกงเงิน แต่เห็นคนโกงยังอยู่ดีมีสุข เขาจะได้รับกรรมอย่างไร

keyboard_arrow_up