คำสั่งเสียจากแม่เป็นพลังให้สู้ต่อไป เรื่องเล่าจากเด็กกิจกรรม

คำสั่งเสียจากแม่
คำสั่งเสียจากแม่

คำสั่งเสียจากแม่ เป็นพลังให้สู้ต่อไป เรื่องเล่าจากเด็กกิจกรรม

คำสั่งเสียจากแม่ เป็นพลังให้สู้ต่อไป >>>

“เรื่องเล่า 9 ขวบ” ที่หลายคนเคยได้อ่านกันในโลกโซเชียลเรื่องของ คุณอานนท์ บัวภา ที่สูญเสียครอบครัวตั้งแต่เด็ก ซึ่งทางครอบครัวของคุณอานนท์มีทั้งหมด 6 คน การสูญเสียครั้งแรกคือพี่สาวสองคนที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต่อมาคือพ่อและพี่ชายเสียชีวิตในเหตุการณ์เรืองเกิดเพลิงไหม้แล้วระเบิด

หลังจากเหตุการณ์การสูญเสียคุณอานนท์ใช้ชีวิตอย่างไรครับ

ผมก็ใช้ชีวิตอยู่กับแม่สองคน พออายุได้ 9 ขวบ แม่ก็เริ่มป่วยและไม่มีท่าทีว่าอาการจะดีขึ้น ซึ่งที่เขาเล่ากันว่าผมจะมีอายุได้ไม่เกิน 9 ขวบ แต่คราวนี้กลับต้องเป็นแม่ที่ต้องจากผมไปตอนผม 9 ขวบเสียเอง ผู้คนเลยพากันลือว่าแม่มารับเคราะห์ตายแทนผม

มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่แม่นอนป่วยอยู่ ท่านพูดกับผมว่า “เห็นไหมแมลงวันมาตอมแล้ว เดี๋ยวแม่ก็ตายแล้ว” ผมก็เลยถามแม่ไปว่าแล้วผมจะอยู่อย่างไร ก่อนที่แม่จะเสียชีวิต แม่พูดกับผมว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้สู้ชีวิตต่อไปนะลูก” คำ ๆ นี้เป็นคำที่ฝังใจผมตั้งแต่นั้นมา

พอแม่เสียชีวิต ยายก็เอาผมมาเลี้ยงดู ฐานะทางบ้านของยายก็ไม่ได้ดีนัก มีแค่พอที่จะเลี้ยงผมได้ ผมจึงมาขายของอยู่พักหนึ่ง คือขายลูกชิ้นทอดอยู่หน้าโรงงานอุตสาหกรรม แต่เหมือนครูที่โรงเรียนจะเห็นอะไรบางอย่างในตัวผม เลยให้ผมไปเรียนร้องเพลง ฝึกเป็นพิธีกร หลังจากนั้นก็เริ่มรับงานร้องเพลง ได้เงินมาก็เอามาจ่ายค่ากินประจำวัน แล้วก็ให้ยายบ้างครับ

บางครั้งผมก็รู้สึกเหนื่อยนะครับ เพราะเพื่อนในวัยเดียวกันเลิกเรียนก็พากันไปเล่นตามประสาเด็ก แต่พอเลิกเรียนผมก็ต้องไปทำงาน ไปเรียนร้องเพลงกับครู มันก็รู้สึกเหนื่อย แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ

คุณอานนท์มีความฝันที่อยากทำไหมครับ

ผมอยากทดแทนสิ่งที่ขาดไป เมื่อผมขาดครอบครัว ผมก็อยากสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ผมอยากจะสร้างคน แต่การจะสร้างคนได้ต้องสร้างตัวเองและผมอยากเป็นอาจารย์ ผมเรียนจบนิเทศศาสตร์มา ก็อยากใช้ความรู้ความสามารถสื่อสารถ่ายทอดให้กับคนอื่น อยากสร้างคนให้มีฐานอาชีพที่ชอบและทำงานให้มีประสิทธิภาพ

คุณอานนท์เคยท้อไหมครับ แล้วจัดการกับความรู้สึกอย่างไร

ทุกคนมีช่วงที่ท้อ ผมแนะนำว่า เวลาท้ออย่าจมอยู่กับตัวเอง ให้ออกไปหาใครที่สามารถไประบายให้เขาฟังได้ และเชื่อว่าเขาจะรับฟัง และให้กำลังใจเราได้ เมื่อเรามีกำลังใจก็พร้อมที่จะทำสิ่งอื่นต่อไปครับ

แล้วหลักการใช้ชีวิตหรือคติประจำใจของคุณอานนท์คืออะไรครับ

ตอนที่ผมไปเข้าค่ายพุทธบุตร พระอาจารย์เขียนไว้ในหนังสือว่า “อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง อนาคตคือสิ่งไม่แน่นอน” สามอย่างนี้คือ อดีตที่มันผ่านไปแล้ว ให้คิดเป็นความฝันไป คิดว่าเป็นฝันดีแล้วจำไว้ ถ้าเรื่องไหนเป็นฝันร้ายก็ทิ้งไปไม่ต้องไปจำ พยายามทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อนาคตข้างหน้าเป็นอย่างไรยังไม่รู้ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับปัจจุบัน

ทุกอย่างมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป เป็นเรื่องธรรมดา อย่าจมอยู่กับการสูญเสีย คนที่จากไปเขาไปสบายแล้ว แต่คนที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานแห่งความดี และไม่ประมาทในการกระทำ

 

 

เรียบเรียงโดย: จักรินทร์ คำราช

ขอบคุณรูปภาพ: FB:อานนท์ บัวภา


คุณอานนท์ บัวภา (น้องนนท์) ผู้เป็นแบบอย่างของเยาชนยุคใหม่ จบการศึกษาจากม.ธุรกิจบัณฑิตย์ คณะนิเทศศาสตร์ , นอกจากนี้ยังเป็นนักศึกษารางวัลพระราชทาน และได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่น ประเภทกิจกรรมดีเด่น สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก อานนท์ บัวภา และ https://instagram.com/p/BfcuaxdjHQG/

 

หมายเหตุ : เรื่องและภาพได้มีการขออนุญาตคุณอานนท์ บัวภา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


บทความน่าสนใจ

อานนท์ บัวภา เยาวชนคนแกร่ง แบบอย่างของเยาวชนยุคใหม่

Dhamma Daily : คนที่ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี ถ้าอยากกลับตัวเป็นคนดีต้องทำอย่างไร

สังคมต้องส่งเสริมให้พระเป็นคนดี นั่งสนทนาธรรมกับ พระไพศาล วิสาโล

 

keyboard_arrow_up