พิศพระธรรม 1,200 วินาที ณ พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา วัดเทพศิรินทราวาส

พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา
พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา

พิศพระธรรม 1,200 วินาที ณ พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา วัดเทพศิรินทราวาส

“ท่านผู้รู้แจ้งโลก มีปัญญาดีถึงที่สุดแห่งโลก อยู่จบพรหมจรรย์เป็นผู้สงบ รู้ที่สุดแห่งโลก ย่อมไม่ปรารถนาโลกนี้และโลกอื่น” สาระธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะนำเราเข้าสู่การระลึกถึงพระองค์ใน พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา วัดเทพศิรินทราวาสสถานที่ที่รวบรวมสังเวชนียสถาน 4 แห่งไว้ในที่เดียวกัน

พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ภายในวัดเทพศิรินทราวาส  แต่เดิมเป็นอาคารที่สร้างเพื่อเป็นโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมและเคยเป็นกุฏิของอดีตเจ้าอาวาส 2 รูป คือสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์และสมเด็จพระวันรัต  ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการแบบ 4 มิติ  นำสื่อสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานทั้งคอมพิวเตอร์กราฟิก  วิดีโอแอนิเมชั่น  และพรีเซ็นเทชั่น  นิทรรศการแบ่งออกเป็น 2 ชั้นชั้นล่างจัดแสดงประวัติความเป็นมาของวัดชั้นบนจัดแสดงเรื่องราวของพระพุทธเจ้า(สังเวชนียสถานทั้ง 4)  ได้แก่

ห้องปฐมบท

เริ่มต้นชมพิพิธภัณฑ์ด้วยห้องปฐมบทเล่าเรื่องราวของเจ้าชายสิทธัตถะตั้งแต่ประสูติ ณ ลุมพินีวัน  ไปจนถึงการตัดสินใจออกค้นหาความจริงและทางหลุดพ้น ณ ริมแม่น้ำเนรัญชรา  โดยทรงตั้งจิตอธิษฐานว่าหากได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ  ขอให้ถาดลอยทวนกระแสน้ำ  ในช่วงสุดท้ายของการนำเสนอในห้องแรก  สื่อมัลติมีเดีย 4 มิติจะนำพาเราไปสู่ห้องถัดไป

ห้องตรัสรู้

หลังจากทรงลอยถาดทวนกระแสน้ำเนรัญชรา  ห้องนี้จะนำเราไปยังพุทธคยา  ซึ่งจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนผู้ชมได้เข้าไปอยู่ในรั้วพระศรีมหาโพธิ์  มีฉากหลังเป็นเจดีย์พุทธคยา  หลังจากนั้นย้อนเวลาไปเมื่อ 2,600 ปีก่อน  ด้วยสื่อมัลติมีเดีย 4 มิติที่นำเสนอแบบ 360 องศา  แสดงให้เห็นการบำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรมและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  โดยเล่าแต่ละช่วงยามที่พระองค์ตรัสรู้เรื่องต่าง ๆ  ความน่าตื่นเต้นของห้องนี้อยู่ที่ช่วงพญามารทั้ง 4 อันได้แก่ รัก โลภ โกรธ หลง  ต่างสำแดงอิทธิฤทธิ์เพื่อขัดขวางไม่ให้พระโพธิสัตว์ตรัสรู้  ผู้เข้าชมจะรู้สึกถึงแผ่นดินไหว  ความหนาวจากไอเย็นที่พ่นออกมาและน้ำฝนที่ตกมาต้องกายซึ่งเป็นน้ำมนต์ของทางวัด

ห้องปฐมเทศนา

เมื่อเดินเข้ามาในห้องนี้จะได้เห็น 2 เมือง  คือ  เชตวันและพาราณสี  โดยจำลองธรรมเมกขสถูป  สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน  ภาพมัลติมีเดียแสดงให้เห็นพระพุทธองค์ทรงดำเนินเผยแผ่พระ-พุทธศาสนาพร้อมธรรมจักรที่ไม่มีใครสามารถต้านทานให้หมุนกลับได้  ในอนาคตทางพิพิธภัณฑ์จะปรับให้มีฉายภาพออนไลน์จากสถานที่จริงส่งตรงมายังห้องนี้

ห้องปรินิพพาน

ห้องสุดท้ายจำลองพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่ขุดพบในเมืองกุสินารา  ประเทศอินเดีย  การที่พระพุทธเจ้าทรงเลือกสถานที่ปรินิพพาน ณ เมืองกุสินาราซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ เนื่องจากทรงเกรงว่าหากเลือกเมืองใหญ่ก็จะมีการแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ  ก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมา  เมื่อพระองค์กล่าวปัจฉิมโอวาทจบลง  ดอกมณฑารพหรือดอกไม้ทิพย์สวรรค์จะร่วงลงมา  แสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วหากสังเกตดี ๆ จะเห็นครูบาอาจารย์ที่ละสังขารไปแล้วร่วมเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ด้วย

ตั้งแต่ห้องแรกถึงห้องสุดท้าย  เราได้เรียนรู้เรื่องราวของพระพุทธเจ้าโดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น  เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการซึมซับความรู้และทำให้การเรียนพุทธศาสนาเป็นเรื่องไม่น่าเบื่อ

นับเป็นช่วงเวลาสั้น ที่ผู้ชมจะได้รับทั้งความรู้  สติ  และความสงบไปพร้อมกัน

คุณวิชัย จรรยาทิพย์สกุล ประธานพิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา

“แนวคิดของพิพิธภัณฑ์นำเสนอธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าที่มากกว่าการอ่านหรือการฟัง  แต่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสคำสอนของพระพุทธองค์โดยมุ่งเน้นไปที่สังเวชนียสถานทั้ง 4 อันเป็นสถานที่ที่ทำให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าแต่ละห้องใช้เวลาประมาณ 3 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่คุณจะได้พิจารณาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์อย่างถ่องแท้”


พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา วัดเทพศิรินทราวาส

เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย  กรุงเทพมหานคร  10100


เปิดให้เข้าชมฟรี  20 ท่านต่อรอบ

ผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์สามารถสำรองวันและเวลาเข้าชมล่วงหน้าได้

ตามหมายเลขโทรศัพท์ดังนี้  0-2224-7726 - 30, 0-2224-7619 - 22, 08-3718-4111, 08-6741-3196


เรียบเรียง อรอุมา  ศิลป์วัฒนานุกูล ภาพ สรยุทธ  พุ่มภักดี


บทความที่น่าสนใจ

ย้อนรอยธรรมตามพระราชา วัดบวรนิเวศวิหาร

วัดอัมพวัน สร้างเกราะให้จิตใจด้วยการเจริญสติและปฏิบัติกรรมฐาน

9 วัดน่าไป ตามแนวรถไฟฟ้า ของชาวกรุง

มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปีพ.ศ. 2561

 

keyboard_arrow_up