ความรัก ไม่ใช่เรื่องสนุก! เรื่องจริงจากผลกรรมของอดีตมือที่สาม

ความรัก ไม่ใช่เรื่องสนุก! ผลกรรมของอดีตมือที่สาม
ความรัก ไม่ใช่เรื่องสนุก! ผลกรรมของอดีตมือที่สาม

ครั้งหนึ่งฉันเคยมองว่า ความรัก เป็นเรื่องสนุก

ไม่เคยคิดเรื่องศีลธรรม

แต่พอวันที่รู้สึกเหมือนเวรกรรมไล่ล่า

ฉันก็ไม่เคยสนุกกับความรักอีกเลย

 

ฉันเป็นคนไม่อยู่ในกรอบ ชีวิตมักมีเรื่องผู้ชายเข้ามาวนเวียนเสมอ แต่ก็มีกฎเหล็กกับตัวเองว่าจะไม่มีอะไรกับใครจนกว่าจะแต่งงานแล้วเท่านั้น

ฉันสนุกกับ ความรัก เคยมีแฟนที่แสนดีมาก ๆ แต่พอไปเจอคนที่ถูกใจกว่าก็เลิกกับแฟนไปจีบคนใหม่ แม้ไม่สมหวัง แต่ก็ไม่เห็นเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย บางครั้งมีผู้ชายมาชอบ ฉันไม่ได้ชอบเขา แต่ถ้าอยากใช้เขาเป็นเครื่องมือประชดคนที่ฉันชอบ ฉันก็จะให้ความหวัง พูดจาดีกับเขา ทำตัวน่ารัก พอคนที่ชอบกลับมาดีกับฉัน ก็เขี่ยคนที่มาชอบฉันทิ้งอย่างไม่ไยดี เขาเสียใจมากไปร้องไห้กับเพื่อนฉัน ถามว่าฉันสนใจไหม คำตอบคือไม่

พอเข้ามหาวิทยาลัยได้เจอเพื่อนใหม่สังคมใหม่ ๆ ชีวิตยิ่งมีสีสันมากขึ้นไปอีกระหว่างนี้ฉันเริ่มมีความรักมาทักทายเป็นระยะแต่ก็เป็นความรักในรูปแบบของการรัก ๆ เลิก ๆ บางคนมาจีบฉันก่อน แต่พอคุยกันไปคุยกันมา

เขาสารภาพว่าเขาคบผู้หญิงอีก 7 คน ซึ่งหากรวมฉันด้วยก็เป็น 8 คน ฉันก็เลิกกับเขา เพราะคิดว่าชีวิตนี้ฉันไม่ต้องการเป็นตัวเลือกของใคร

แม้จะผ่านความรักมามากมาย แต่ก็ไม่มีใครสั่นคลอนกฎเหล็กของฉันได้ จนกระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยปี 4 ตอนนั้นเพิ่งอกหักจากหนุ่มรุ่นน้องมาใหม่ ๆ และได้เจอชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อเต้ เป็นพี่ของน้องที่ฉันรู้จัก เราอายุเท่ากัน แม้รูปลักษณ์ของเขาต้องตาต้องใจฉันมาก แต่ก็ไม่อยากคิดอะไรเกินเพื่อน เพราะเขามีแฟนแล้ว และแฟนเขาอยู่ต่างประเทศ

ระหว่างที่เราคุยเอ็มเอสเอ็นกัน เต้เห็นชื่อฉันเหมือนคนอกหักจึงถามว่าเป็นอะไรฉันจึงระบายเรื่องราวความรักให้เขารู้ จากนั้นเต้ก็ชวนฉันไปไหว้พระ โดยชวนเพื่อนสนิทฉันและพี่ที่เราสองคนรู้จักไปด้วย

เรานัดกันไปไหว้พระตอนค่ำ ฉันกับเป้เพื่อนสาวคนสนิทไปเจอเต้ที่วัดแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง พอไหว้พระเสร็จ พี่พัฒน์พี่ชายอีกคนที่ฉันและเต้นับถือก็ตามมาสมทบ เรา 4 คนอยากไปดื่มกันต่อเป็นการส่วนตัว จึงตัดสินใจไปเปิดห้องดื่มกันในโรงแรม พอดื่มจนเหล้าหมด เป้และพี่พัฒน์แยกกันไปนอนเตียงอีกฝั่งของห้อง เต้เข้านอนแล้ว ฉัน

จัดการธุระส่วนตัวเสร็จจึงเดินไปทิ้งตัวลงยังเตียงที่เต้นอน มองเสี้ยวหน้าอันหล่อเหลาได้รูปของเขาอยู่นาน พอเต้ลืมตาขึ้นมาเห็นฉันมองอยู่ เราสบตากันแน่นิ่งและเนิ่นนานด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมกับความอยากรู้อยากลอง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เตือนว่าฉันกำลังจะตกอยู่ในสถานะชู้ก็ไม่อาจยับยั้งฉันได้ ฉันเริ่มสัมผัสตัวเขา แล้วเริ่มเปิดเกมรุกหนักขึ้น จนเต้เอ่ยออกมาว่า

“รินคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะทำอย่างนี้ เราดูแลรินได้ แต่อาจได้ไม่เต็มที่ รินเข้าใจใช่ไหม”

จากนั้นเราสองคนก็มีอะไรกัน เท่ากับว่าฉันละเมิดกฎเหล็กของตัวเอง หลังจากวันนั้นฉันรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาโดยอัตโนมัติส่วนเขาจะมาหาฉันก็ต่อเมื่อนัดดื่มเหล้า หรือมีความต้องการเรื่องอย่างนั้น นาน ๆ ทีถึงจะ

พาไปวัดหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่คนทั่วไปพึงกระทำ ช่วงหลังเขาเริ่มให้ฉันออกเงินค่ารถกลับบ้านให้เขา รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แต่ก็ไม่ใช่เงินจำนวนมากเท่าไรนัก ส่วนนี้ฉันยังทนได้ แต่เวลาที่อยู่ด้วยกันแล้วมีผู้หญิง

คนอื่น ๆ โทร.มาหาเขา ฉันกลับทนไม่ไหวฉันเคยบอกเขาว่าฉันมีเขาเพียงคนเดียว แต่เขาบอกเพียงว่าฉันไม่มีคนอื่นเอง ช่วยไม่ได้ผู้ชายเจ้าชู้ทุกคน ฉันได้ยินแบบนั้นแล้วไม่พอใจและเสียใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ช่วงเวลาที่มีเขาอยู่ในชีวิต ฉันทุกข์มากอยากเลิกก็เลิกไม่ได้ ใจหนึ่งก็รักมาก ใจหนึ่งก็เริ่มรู้สึกผิดกับแฟนเต้ ผู้หญิงคนนั้นไม่รู้เรื่องด้วย เธอไม่มีความผิด ฉันไม่รู้จะจัดการกับสิ่งที่เกิดอย่างไร ฉันเครียดมากถึงกับไปขออาจารย์ที่ปรึกษาดร็อปเรียนในเทอมสุดท้ายที่กำลังจะเรียนจบ ตอนนั้นฉันทำโปรเจ็กต์จบได้ครึ่งทางแล้ว แต่ไม่มีกะจิตกะใจจะ

ทำต่อ พออาจารย์พูดว่าเดี๋ยวอาจารย์ไปเก็บข้อมูลภาคสนามให้ ขออย่างเดียวอย่าดร็อปได้ไหม เดี๋ยวก็จบแล้ว ฉันจึงอดทนทำโปรเจ็กต์จนจบเพราะไม่อยากให้อาจารย์เดือดร้อนไปด้วย

แม้จะทำใจสู้ทำโปรเจ็กต์ต่อ แต่ช่วงที่ฉันต้องสัมภาษณ์แหล่งข้อมูลทางโทรศัพท์หัวสมองของฉันก็ยังคิดถึงเรื่องราวของฉันกับเต้ สุดท้ายก็ทนสภาพที่เป็นอยู่แบบนี้ไม่ไหวจึงนัดเต้ออกมาเจอเพื่อขอจบความสัมพันธ์ทั้ง ๆ ที่ใจยังรักเขามาก พอเราออกมาเจอกันฉันขอยุติความสัมพันธ์ทั้งหมด เขาเอ่ยเพียงว่า

“ก็ได้ แล้วแต่รินเลย”

ฉันน้ำตาไหลอย่างกลั้นไม่อยู่ เพราะลึก ๆ แอบหวังว่าเขาอาจจะรั้งฉันบ้าง แต่ไม่เลย ฉันเสียใจมากที่ผู้ชายที่เป็นคนแรกของฉันไม่เห็นค่าของฉันแม้แต่นิด

ในที่สุดเราก็เลิกรากันอย่างเป็นทางการแต่ฉันไม่เคยลืมเขาได้เลยสักวัน ทุกคืนที่นอนหลับก็ยังฝันเห็นเต้และสะดุ้งตื่นกลางดึกทุกครั้ง แต่ช่วงกลางวันฉันพยายามใช้ชีวิตปกติ และทำโปรเจ็กต์จนจบ ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีที่โปรเจ็กต์จบของฉันได้เอทำให้ฉันพอมีเรื่องให้รู้สึกดีได้บ้าง

ฉันเรียนจบได้สักพักก็ได้งานทำในสายงานการตลาดของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งหัวหน้าของฉันเป็นชายหนุ่มที่เก่งมาก ด้วยวัยที่ห่างกันเพียง 2 ปี และคุยกันถูกคอทำให้เราสนิทกันเร็ว เขาชื่อว่าพี่เอก จากแค่ทำงานด้วยกันก็เริ่มไปกินข้าวกันหลังเลิกงานเขาเป็นคนช่างสังเกต เอาใจใส่ฉันเป็นอย่างดีและยังช่วยเหลือฉันหลาย ๆ เรื่อง ฉันเริ่ม

รู้สึกดีกับเขาทีละนิด ๆ และสุดท้ายฉันก็หลงรักเขา ถือเป็นการเปิดใจรักใครคนใหม่ได้เต็มหัวใจอีกครั้งหลังจากจบความสัมพันธ์กับเต้มานาน

พอเราสนิทกันมาก ๆ วันหนึ่งพี่เอกยอมรับกับฉันว่าเขาเป็นเกย์และมีแฟนทำงานอยู่ต่างจังหวัด แฟนเขาจะมาหาที่กรุงเทพฯสัปดาห์ละครั้ง หลายครั้งที่เขาเหงาก็ต้องคุยกับผู้ชายคนอื่น ๆ บ้าง เป็นการแก้เหงาชั่วคราว แต่ถ้าแฟนเขามาหา พี่เอกก็จะให้เวลาแฟนเต็มที่ ไม่คุยกับใครทั้งนั้นพอฟังเรื่องราวของพี่เอกจบ เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบหัวและรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ พลางคิดในใจว่าฉันหลงรักคนมีเจ้าของอีกแล้วหรือ

หลังจากที่พี่เอกเปิดใจ ฉันพยายามควบคุมความรู้สึกตัวเองไม่ให้คิดอะไรเลยเถิดมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ก็ไม่เป็นใจนักวันหนึ่งพี่เอกบอกว่า เขาจะทำธุรกิจส่วนตัวและชวนฉันไปทำด้วยกัน เพราะเขาไว้ใจฉันได้ยินแค่นั้นฉันตกลงทันทีโดยไม่สนใจฟังรายละเอียดของธุรกิจด้วยซ้ำ เพราะขอแค่ให้อยู่ใกล้ ๆ พี่เอกก็พอ

ฉันและพี่เอกลาออกมาทำธุรกิจด้วยกันเป็นธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงาม ที่ทำงานเป็นโฮมออฟฟิศเล็ก ๆ ที่มีห้องพักเหมือนคอนโดที่มี 2 ห้องนอน ฉันกับเขาอยู่กันคนละห้อง เท่ากับว่าฉันอยู่กับพี่เอกนั่นเองพอเราอยู่ด้วยกันนานวันเข้า พี่เอกเริ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ ตอนกลางวันเรานั่งทำงานด้วยกัน บางคืนเราไปเที่ยวบาร์เกย์ด้วยกัน

บางครั้งมีเกย์มาขอชนแก้ว พี่เอกก็จะเข้ามาขวาง ยิ่งช่วงที่ฉันไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนแล้วมีผู้ชายมาจีบ ฉันก็ให้เบอร์ไปแบบไม่คิดอะไรมาก นึกสนุกก็แค่นั้น แต่พอกลับมาถึงที่พักมีผู้ชายโทร.มาหา พี่เอกไม่พอใจ เขาตะโกนให้ปลายสายได้ยินเพื่อให้รู้ว่าฉันอยู่กับผู้ชาย ปลายสายก็เข้าใจผิดคิดว่าฉันมีแฟนแล้ว แต่พอแฟนพี่เอกกลับมา พฤติกรรม

แปลก ๆ เหล่านี้จะหายไปทันที เขาจะอยู่กับแฟนแค่ 2 คน นาน ๆ ทีจะพาฉันออกไปพร้อมกับแฟนเขา แต่ทุกครั้งที่ออกไปกินข้าวกัน 3 คน ทั้งพี่เอกและแฟนเขาจะดูแลฉันเป็นอย่างดี บางครั้งพี่เอกไม่อยู่ แต่แฟนเขามาหา เขาก็มักมีของฝากมาให้ฉันตลอดเขาดีกับฉันมาก และก่อนกลับแฟนพี่เอกก็จะฝากให้ฉันดูแลพี่เอกทุกครั้ง หลายครั้งที่ฉันรู้สึกผิด แต่ก็ยังตัดใจเดินออกไปจากชีวิตเขาไม่ได้

วันหนึ่งหลังจากฉันกับพี่เอกคุยงานกันเสร็จ อยู่ ๆ เขาพูดขึ้นมาว่า

“รินรู้ไว้นะ นอกจากพ่อแม่ของรินที่รักรินมาก ก็มีผมนะที่รักรินมากเหมือนกัน”

ฉันได้แต่อึ้งไม่ตอบอะไร เพราะไม่แน่ใจว่ารักที่เขาบอกคือรักแบบไหน หลายวันต่อมาฉันได้ยินเพลงที่ทำให้คิดถึงเต้ ฉันดำดิ่งสู่โลกแห่งอดีตอีกครั้ง ทำให้ฉันไม่พูดไม่จากับพี่เอกตอนทำงานด้วยกัน พอพี่เอกรู้ว่าฉันเป็นอะไร เขาโกรธมาก หยิบแจกันแก้วปาลงที่พื้น ด่าทอฉันด้วยถ้อยคำหยาบคายและตบท้ายว่าผู้ชายคนนั้นมีดีอะไรหนักหนา ฉันได้แต่นั่งปาดน้ำตาโดยไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น

ฉันกับพี่เอกไม่คุยกันหลายวัน จนในที่สุดจุดแตกหักก็มาถึง แฟนพี่เอกมาหาเขาตามปกติ ทั้งสองคนทะเลาะกันตอนตี 2 เป็นการทะเลาะกันที่รุนแรงมาก มีการใช้กำลังกันเสียงดังสนั่นสะเทือนมาถึงห้องฉันฉันได้ยินอย่างนั้นอยู่ ๆ น้ำตาก็ไหล ไม่แน่ใจว่าเพราะตกใจหรือเสียใจมากกว่ากัน ตอนที่น้ำตาไหลคำถามที่เกิดขึ้นในหัวของฉันคือ

“ฉันมาทำอะไรอยู่ที่นี่”

จากนั้นฉันออกจากห้องทันที โบกแท็กซี่กลางดึก โทร.หาพี่ที่สนิทที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อขอไปนอนกับเขา รุ่งเช้าพี่เอกโทร.หาฉันถามว่าฉันไปนอนที่ไหน และขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับสัญญาว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกแต่ไม่นานพี่เอกก็ทะเลาะกับแฟนจนฉันอยู่ไม่ได้อีกครั้ง ฉันทนฟังทั้งสองคนทะเลาะกันสักพักก็ตัดสินใจเปิดประตูห้องจะหนีออกไป

อีกเช่นเคย แต่ในขณะที่ฉันจะเดินออกไปข้างนอก พี่เอกเดินมาดัก พร้อมกับบอกว่า

“ผมขอโทษ ขอเวลาผมเคลียร์กับเขาสักสองสามวันนะ เป็นกำลังใจให้ผมด้วย” ฉันสะกดกลั้นน้ำตาไว้ พยายามฝืนยิ้ม และแตะมือเขาเป็นเชิงให้กำลังใจ จากนั้นจึงขึ้นแท็กซี่ไปพักกับเพื่อนชั่วคราว ระหว่างที่อยู่กับ

เพื่อน ฉันคิดทบทวนถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้และบอกตัวเองว่า ถึงเวลายุติทุกอย่างได้แล้วเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ฉันจึงส่งข้อความบอกพี่เอกว่าจะขอย้ายออก และหยุดการทำธุรกิจกับเขา พี่เอกคงโกรธฉันพอสมควร เขาเงียบไป วันที่ฉันขนของย้ายออกก็มีแต่แฟนของเขาที่มาช่วย

เวลาผ่านไปหลายปี ฉันต้องทำงานเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ครั้งหนึ่งมีเหตุต้องขอความเห็นจากเพื่อนชาวต่างชาติที่รู้จักกันเมื่อหลายปีก่อน เขาชื่อจอห์น เรามีเฟซบุ๊กกัน แต่เราไม่เคยคุยอะไรกันเลย การได้คุยกันเรื่องงานทำให้คุยกันเรื่องอื่น ๆ ตามมาและกลายเป็นว่าเราสองคนคุยกันถูกคอไม่ทันถึงเดือนก็นัดเจอกัน ยิ่งได้เจอยิ่งรู้สึก

ว่าเรามีอะไรเหมือน ๆ กัน ยิ่งทำให้ถูกใจกันมากขึ้น

วันหนึ่งเขาไลน์มาหาฉันพร้อมถามว่าขอจีบได้ไหม แต่บอกเงื่อนไขว่า เขาไม่ต้องการมีแฟนเพราะเดี๋ยวอีกปีเขาต้องกลับประเทศแล้ว ฉันยังงงในสิ่งที่เขาพูด ไม่อยากมีแฟนแต่อยากจีบ ซึ่งไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไร แต่เวลานั้นรู้สึกถูกชะตากับเขามากจึงไม่คิดอะไรมากไปกว่าก็ดี คบกันเป็นเพื่อนคุยสนุก ๆ ได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย จึงไม่ว่า

อะไรที่เขาเอ่ยปากว่าจะจีบ กลับรู้สึกยินดีเสียด้วยซ้ำ

เรื่องระหว่างฉันกับจอห์นดูเหมือนจะไปได้สวย ฉันเริ่มรู้สึกว่าจอห์นคือคนที่ลงตัวและพอดีกับฉันที่สุด เขาจดจำทุกอย่างที่ฉันชอบได้ เขาคอยบอกตลอดว่าอยู่ไหนทำอะไรอยู่ นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการจากคนที่ฉันคบมาตลอดชีวิต แต่แล้วก็มีปัญหาขึ้นจนได้ เมื่อเรานัดกินไอศกรีมกัน ฉันเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขา ฉันถามว่าเขาเป็นอะไร ตอนแรกเขาไม่คิดจะบอก เขาดูสับสนแต่สุดท้ายเขาก็ยอมบอกฉันว่า จริง ๆ แล้วเขาคบผู้หญิงอีก 2 คน ซึ่งตอนนี้ทั้ง 2 คนนั้นต้องการเป็นแฟนกับเขาขึ้นมาจริง ๆ ฉันอึ้งในสิ่งที่ได้ยิน เสียงในหัวลอยมาทันทีว่า “อีกแล้วหรือ”

ฉันปล่อยให้เขาเล่าทุกอย่างโดยไม่ขัดและไม่ต่อว่าอะไรทั้งสิ้น เพราะฉันกำลังช็อกกับเรื่องที่เพิ่งรู้ และเริ่มมีคำถามขึ้นมาว่าทำไมฉันไม่เคยเจอความรักราบรื่นเลยสักครั้งพอฉันแยกกับเขาและกลับมาถึงบ้าน จอห์นไลน์มาขอโทษ เขารู้ว่าทำให้ฉันรู้สึกแย่มากแต่เขาขอบคุณฉันที่ไม่ต่อว่าเขาตลอดเวลาที่เล่าเรื่องราวผู้หญิง 2 คนนั้นให้ฉันฟัง ฉันเจอ

แต่รักที่มีเจ้าของบ่อย ๆ จนรู้สึกว่าถ้าครั้งนี้ฉันต้องไปเป็นคนที่ 3 ของเขาอีก ฉันคงทนตัวเองไม่ไหวแน่ ๆ และเขาเองก็สารภาพว่าเขาเครียดมากกับเรื่องผู้หญิงทั้งสองคนกลายเป็นว่าเราสองคนกลายเป็นเพื่อนกันทั้ง ๆ ที่ฉันชอบเขาเข้าให้แล้วอย่างจัง ฉันเสียใจที่ความรักของฉันเดินต่อไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยอมรับความจริง

ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวความรักที่มักเจอแต่คนมีเจ้าของเกิดจากเวรกรรมหรือเพราะอะไร แต่ก็อยากให้เรื่องราวของฉันเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความรักไม่ใช่เรื่องสนุกหรือเรื่องล้อเล่น หากขาดความยับยั้งชั่งใจก็จะกลายเป็นทุกข์มหาศาลได้เช่นกัน


ข้อคิดจาก

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

กรรมหมายถึงการกระทำที่มีทั้งดีและชั่ว ธรรมดาของมนุษย์เมื่อเกิดมาลืมตาดูโลกแล้วจะรู้สึกเหงาและเคว้งคว้างจึงแสวงหาที่พึ่งทางกายและใจมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว และหวังว่าจะได้รับความสุขจากสิ่งที่ได้มา แต่อารมณ์และใจคนเราไม่มีความแน่นอน จึงไม่พอใจกับสิ่งที่ได้มาคอยแต่แสวงหาสิ่งที่ดีกว่า พอได้ดังใจปรารถนาก็เริ่มเบื่อและไม่พอใจกับสิ่งที่ได้มาเพราะใจไม่รู้จักคำว่า “พอ – ดี” ถ้าตัดคำว่า “ดี” ทิ้ง เหลือแค่คำว่า “พอ” พอใจในสิ่งที่ตนมีและยินดีกับสิ่งที่ตนได้ เรื่องราวและปัญหาทั้งหลายก็จบ

เราไม่ต้องโทษเวรโทษกรรม แต่จงหันมาโทษการกระทำของตัวเอง เราทำอย่างไรก็ต้องได้รับผลอย่างนั้น พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นจากเหตุเมื่อเราสร้างเหตุไม่ดี ผลไม่ดีก็ต้องตามมาถ้าเราสร้างเหตุดี สิ่งที่ดีก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา เช่น ถ้าเราไปยุ่งกับคนที่มีเจ้าของอย่างไรก็ต้องมีปัญหา และในที่สุดก็ต้องเลิกรา นี่คือผลที่ตามมา หรือต่อให้สมหวังกับทุก ๆ อย่าง แต่โลกนี้ตั้งอยู่บนความไม่เที่ยงแท้ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความพลัดพราก

อะไรดีและอะไรไม่ดี เชื่อว่าทุกคนรู้จักกันหมด แต่ทั้ง ๆ ที่รู้ก็ยังอดไม่ได้ ด้วยเหตุว่าไม่อาจต้านทานอารมณ์และความต้องการของใจ เพราะความหลงจึงทำไปตามความต้องการ โดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา เพราะขาดสติจึงลืมคิดถึงผิดชอบชั่วดี หากเรามีสตินำหน้า ก่อนที่จะพูดก่อนที่จะทำอะไรลงไป คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอารมณ์และความต้องการก็จะอยู่แค่ในความคิด เพียงเราไม่เชื่ออารมณ์และความคิดเสีย ปัญหาก็จะไม่เกิด

จงตั้งสติก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไปบาปกรรมทั้งหลายก็จะไม่เกิดขึ้น ชีวิตคนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว จงทำแต่สิ่งดี ๆ เราจะได้รับแต่ผลดี ๆ ไปทั้งชาติ นั่นคือความสุขอย่างแท้จริงที่ทุกคนต้องการเพียงแค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน


เรื่อง ริน เรียบเรียง อุรัชษฎา ขุนขำ

 

บทความน่าสนใจ

พอจะมี วิธีแก้กรรม เรื่องความรัก บ้างไหมคะ?

ความรัก และสุขที่แท้ ข้อคิดจาก วิลล์ สมิธ “คนที่ทำให้คุณมีความสุข?”

ความรัก หรือ ความหลง ?! พบคำตอบของคำถามจาก รักครั้งแรก

ความรักที่ไม่มีวันตาย แม้ความทรงจำจะแหลกสลายไปก็ตาม

บันทึกความรักของหญิงสาวเกาหลีเหนือ และชายชาวเวียดนาม

5 กิจกรรม สร้างช่วงเวลาพิเศษ ในวันแห่งความรัก

“ปล่อยวาง” สูตรสำเร็จ ความรักของ โย่ง – ก้อย “คู่รักเด็กแนว”

ปัญหาธรรม : ความรักจืดจาง ไม่หวานแหวว เพราะแต่งงานมาแล้วหลายปี ต้องทำยังไง?

ความรัก ที่หายไป และความเจ็บช้ำซ้ำซาก! เรื่องจริงปวดใจของผู้หญิงคนหนึ่ง

เรื่องเล่าแห่งความรักของ อารอง เค้ามูลคดี

keyboard_arrow_up