เลิกได้แล้ว! มาประกาศอิสรภาพจาก หวย กันเถอะ

ถึงวันที่ 1 และ 16 คราวใดดูเหมือนชาวไทยหลายท่านจะมีคำพูดติดปากว่า “ขอเลขเด็ด ขอ หวย ขอให้รวยๆ ๆ ๆ… สาธุ” เห็นแล้วชวนให้สงสัยเหลือเกินว่า

สิ่งที่ พระนางพิมพา ทำเพื่อพระพุทธเจ้า…แง่มุมที่ชาวพุทธไม่ค่อยรู้

ครั้นเมื่อสามีภรรยาที่คู่กันมาแต่ปางบรรพ์ได้เกิดมาร่วมภพกันเป็นครั้งสุดท้าย พระนางพิมพา ก็ยังคงบทบาทของภรรยาผู้มีความอดทนและเสียสละ

Dhamma Daily : ลูกต้องแต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ

Dhamma Daily : ลูกต้อง แต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ เป็นอีกคำถามที่น่าสนใจจากพุทธศาสนิกชน “ลูกต้อง แต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ” เราลองมาอ่านคำตอบจากพระอาจารย์มานพ อุปสโมกันว่าท่านจะให้ตอบคำถามนี้แล้ว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตและการมองสิ่งรอบตัว  ถาม: ที่บอกให้ดำรงวงศ์สกุลหมายความว่าลูกต้องแต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์งั้นหรอคะ ตอบ: ข้อนี้มีความหมายว่าเราต้องเป็นคนดี ไม่ทำให้วงศ์สกุลเสื่อมเสียสกุลหรือนามสกุลบ่งบอกว่าเราเป็นทายาทของตระกูลไหน คนที่ทำตัวไม่ดีใช่ว่าเขาจะสร้างความเสื่อมเสียให้เฉพาะตัวเองเท่านั้น แต่มันเสียทั้งวงศ์ตระกูล เพราะฉะนั้นเราต้องระวังไม่ทำให้วงศ์สกุลเสียชื่อ ส่วนจะได้แต่งหรือไม่ได้แต่งไม่ใช่เรื่องของพ่อ (หรือแม่) แต่เป็นเรื่องของลูก… เป็นกรรมของเขาต่างหาก   ธรรมะจากพระอาจารย์มานพ อุปสโม : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ dhammadaily2015@gmail.com บทความน่าสนใจ Dhamma Daily : คิดถึงแฟนเก่าที่แต่งงานไปแล้ว ผิดศีลไหมคะ ปัญหาธรรม : ความรักจืดจาง ไม่หวานแหวว เพราะแต่งงานมาแล้วหลายปี ต้องทำยังไง? ปัญหาธรรมประจำวันนี้: คบซ้อน […]

5 ข้อคิดง่ายๆ เพื่อเอาชนะใจตนเอง โดย คุณพศิน อินทรวงค์

เอาชนะใจใคร ก็ไม่ยากเท่าเอาชนะใจตัวเองหรอกค่ะ จริงไหม สำหรับผู้ที่ต้องการเอา ชนะใจตนเอง มาดู 5 ข้อคิดนี้ได้เลยค่ะ อ่านจบแล้วอย่าลืมนำไปปรับใช้กับตัวเองนะคะ

Dhamma Daily : เราจะ อุทิศบุญ ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่

ถาม : หากอยาก อุทิศบุญ ให้คนที่มีชีวิตอยู่สามารถทำได้หรือไม่ หากได้ต้องทำอย่างไร

ค้นพบความสุขทางใจ ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ สวนประไพธรรม

ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ สวนประไพธรรม ตั้งอยู่ที่ตำบลนากระตาม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพรโดย คุณประไพ ไพฑูรย์ บริจาคที่ดินกว่า 25 ไร่ให้ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อ พ.ศ. 2545เพื่อสร้างเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา

Dhamma Daily : เราสามารถสวดมนต์ ขอพรให้ครอบครัว ได้จริง ๆ หรือ?

ถ้าเราสวดมนต์ ขอพรให้ครอบครัว และตัวเราร่างกายแข็งแรง เดินทางปลอดภัย มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต เราสามารถ ได้จริงหรือ? พระดร.นิตินัย อุดมกัน ตอบปัญหาข้อนี้ว่า

Dhamma Daily : คิดถึงแฟนเก่าที่แต่งงานไปแล้ว ผิดศีลไหมคะ

คิดถึงแฟนเก่า แต่ก็ไม่คิดจะแย่ง หรือพยายามติดต่อ ถือว่าผิดศีลไหมคะ แล้วควรทำใจอย่างไร จึงจะตัด คนรักเก่า ออกจากใจได้ พระมหาธรรศฌ์ปกรณ์ กิตฺติปญโญ วัดเทพธิดารามวรวิหาร ตอบปัญหานี้ไว้ว่า

อู๊ด OZEEOOS แร็ปเปอร์ผู้สร้างสร้างแรงบันดาลใจ ความกล้า และความเชื่อ บนเวที

อู๊ด OZEEOOS แร็ปเปอร์ผู้พิการทางสายตา กับพรสววรค์และในการแร็ป ที่ทำเอาชนะใจกรรมการด้วยความสามารถล้วนๆ ไม่ใช่เพราะความบกพร่องทางร่างกาย

เจี๊ยบ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม ความผูกพันพ่อลูกที่ไม่มีวันจาง

เจี๊ยบ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม ความผูกพันพ่อลูกที่ไม่มีวันจาง ผม เจี๊ยบ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม  หรือชื่อจริงว่า เฉลิม ปานเกิด เกิดและเติบโตที่หมู่บ้านกกไม้แดง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญสมัยนั้น ไฟฟ้ายังไม่มีใช้เลยครับ ผมอาศัยอยู่กับยายซึ่งผมเรียกว่า“แม่แก่”รวมกับน้าเต้าและลุงแฮ้วที่ดูแลผมเหมือนลูก เพราะหลังจากพ่อกับแม่แยกทางกัน แม่ก็เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิตาลี ส่วนพ่ออยู่วงดนตรีลูกทุ่งเป็นหางเครื่อง แล้วก็เล่นละครเร่ไปทั่วประเทศ ก่อนจะกลายมาเป็นตลกชื่อดังอย่างทุกวันนี้ ตอนเด็กๆแม้จะไม่มีทั้งพ่อและแม่ แต่ผมไม่เคยรู้สึกขาดความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย เพราะมียายและน้าๆ ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ชีวิตวัยเด็กของผมจึงมีแต่ความสนุกสนาน ได้เล่นสนุกกับเพื่อนไปตามประสา เด็กๆ แถวบ้านจะเล่นลูกสะบ้าเล่นอีลื่นหรือกระดานลื่น(คล้ายสไลเดอร์) ผมเล่นจนกางเกงนักเรียนตูดขาดแล้วขาดอีก ยายต้องปะกางเกงให้จนเพื่อนเรียกว่า“ไอ้ตูดปะ” พอโตขึ้นมาหน่อยเรียนป.4-ป.5ผมเริ่มติดหล่อ จากที่เคยใส่เสื้อผ้าไม่รีดไปโรงเรียน ก็อยากใส่เสื้อผ้าที่รีดเรียบๆบ้าง แต่ด้วยความที่ที่บ้านไม่มีไฟฟ้าก็ต้องใช้เตาถ่านรีด แรกๆยายก็รีดให้หลังๆก็รีดเองเพราะเด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่รู้จักดูแลตัวเองกันตั้งแต่เด็กทั้งหุงข้าว ซักผ้า รีดผ้า หาผักหาปลา ทำเป็นตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำ ผมใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างมีความสุข ส่วนพ่อกับแม่ไม่ได้ติดต่อกันมากนัก จำได้ว่าแม่เคยมาหาครั้งหนึ่งตอนอายุสัก7ขวบ จากนั้นก็ไม่เจอกันอีกเลย จนผมโตจึงได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ส่วนพ่อตอนเด็กๆ ผมรู้ข่าวปีละครั้งสองครั้งและยังติดต่อกันบ้าง เพราะบ้านพ่อกับบ้านแม่อยู่ใกล้กัน ถ้าพ่อกลับมาเยี่ยมย่าก็จะเดินแวะมาหาผม แต่ด้วยความที่ไม่ได้อยู่ดูแลใกล้ชิด เวลาพ่อมาหาแต่ละครั้ง ผมจะวิ่งหนีสุดชีวิตจนชาวบ้านต้องวิ่งไล่จับ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมอายและตามประสาเด็กชนบท ผมรู้สึกกลัวคนกรุงเทพฯ […]

ภพชาติและการพลัดพราก | เรื่องมหัศจรรย์และสิ่งลี้ลับ

ภพชาติและการพลัดพราก | เรื่องมหัศจรรย์และสิ่งลี้ลับ มันเป็นเรื่องของ ภพชาติ สมัยหนุ่มๆ ผมเคยคิดว่า  ผู้ชายที่สูงวัยแต่ยังไม่แต่งงานไม่มีครอบครัว  น่าจะเป็นผู้ชายที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศหรือพูดภาษาชาวบ้านคือเป็นเกย์  เป็นตุ๊ด อะไรทำนองนี้แต่แล้วปัญหาก็กลับเกิดกับตัวผมเอง  ทั้งๆ ที่ผมเป็นชายแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถามว่า  ผมเคยผ่านการมีครอบครัวมาหรือไม่  ถ้าหากยึดองค์ประกอบของความเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์  ผมไม่น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้  เพราะมันเป็นเพียงแค่การคบหากันในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วก็แยกกันไปทางใครทางมัน  ครั้งสุดท้ายที่ได้คบหากันก็เป็นเวลา 22 ปีมาแล้ว  คิดดูว่านานแค่ไหน สำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่ “ไม่มีใคร” จนเมื่อความเหงาเข้ามาครอบงำมากขึ้นทำให้ผมคิดหาทางว่า ทำอย่างไรชีวิตถึงจะมี “ใครสักคน”  ผมพยายามค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีการหาคู่  ซึ่งผมทำหลายวิถีทาง  ทั้งไปบนบานศาลกล่าวไว้หลายต่อหลายแห่ง  จนตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าบนไว้ที่ไหนบ้าง  ถ้าหากมีใครสักคนขึ้นมาจริง ๆ  ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจะแก้บนที่ไหนยังไงบ้าง กระทั่งวันหนึ่งผมไปปรึกษาเพื่อนสนิทเพื่อนได้แนะนำให้ผมท่องคาถาที่มันบอกว่าได้ผลมาหลายรายแล้ว  ทีแรกผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  แต่ความที่ผมลองมาหลายทางแล้ว  ลองดูอีกสักทีก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร วันนั้นหลังจากปฏิบัติภารกิจประจำวันเสร็จแล้ว  ตกค่ำผมก็นำคาถานี้มาท่องตามที่เพื่อนบอก สัพพัง  อะปะราธัง ขะมะถะเม………………..หากข้าพเจ้าจงใจหรือประมาท พลาดพลั้ง  ล่วงเกินบิดา  มารดา  ครูอาจารย์…ข้าพเจ้าขอถอนคำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต  ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน… ผมค่อย ๆ บริกรรมคาถาด้วยความละเอียด  รอบคอบ  และทำด้วยความตั้งใจจริงอย่างที่สุด  จากนั้นก็เข้านอนด้วยความหวังว่าอะไร ๆ ในชีวิตจะดีขึ้น  ผมอาจได้เจอใครสักคน  ถึงแม้มันอาจจะนานไปหน่อย  แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใครเลย คืนแรกผ่านไปอย่างเงียบสงบ  ผมใช้ชีวิตในวันรุ่งขึ้นด้วยความคาดหวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในชีวิต  ได้พบเจอใครสักคนจริง ๆ  และไม่ว่าใครเข้ามาพูดคุยหรือผมได้รู้จักคนใหม่ ๆ  ผมก็คาดว่า  นั่นคือคนที่ใช่สำหรับผม  แต่นั่นก็เป็นเพียงวิมานในอากาศ  ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  จนกระทั่งอีก 2 – 3 วันต่อมา  คืนหนึ่งผมฝันแปลกมาก  ซึ่งไม่น่าเชื่อว่านี่คือตัวเองในวันนี้ ในความฝัน  ผมได้พบกับผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง  ผมถามเขาว่า  “คุณรู้มั้ย…ทำอย่างไรผมจึงจะมีคู่เหมือนกับคนอื่น ๆ เขา”  ชายคนนั้นจ้องผมตาเขม็ง  แล้วบอกว่า… “ท่านรู้มั้ย  ทำไมฉันจึงได้มาเกิดเป็นคนในชาตินี้  ฉันจะบอกให้ หลายสิบปีก่อนฉันเกิดเป็นกบ  ฉันมีครอบครัว  มีลูก  มีเมีย  และเป็นครอบครัวใหญ่  เราไปไหนมาไหนด้วยกัน  ออกหากินกันตามสัญชาต-ญาณของความเป็นกบ  อยู่มาวันหนึ่งฝนตกหนัก  พวกเราก็ออกไปเล่นน้ำฝนออกไปหาสัตว์เล็ก ๆ กินตามธรรมชาติพวกเรามีความสุขมาก… “…แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน  ฉันก็รู้สึกว่ามีมือของมนุษย์มาจับที่ตัวฉันอย่างแรง  ฉันพยายามดิ้นให้หลุด  แต่ก็ทำไม่ได้มือนั้นยิ่งบีบแรงขึ้น  ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด  ขาของฉันถูกฉีกออกทีละข้าง  ฉันเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัสมนุษย์คนนั้นฉีกขาฉันทีละข้าง  แล้วโยนฉันลงพื้น  มันยิ่งเจ็บปวดทุรนทุราย  แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ฉันเห็นภาพแห่งความทรมาน  เมียฉัน  ลูก ๆ ของฉัน  รวมทั้งพี่น้องกบของฉันอีกหลายตัวต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน  พวกเขาร้องด้วยความเจ็บปวด  โดยที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย “นี่เป็นโศกนาฏกรรมแห่งชีวิตของพวกเรา  ความเจ็บปวด  ความทุกข์ทรมานที่พวกเราไม่เคยลืม  ฉันคิดว่า  พวกเราทั้งหมดคงจะตายเพราะความเจ็บปวดทรมานท่ามกลางสายฝนนั่น  แต่กว่าจะตาย  พวกเราต้องทนทรมานอยู่นาน  แต่ด้วยอานิสงส์ของความดีที่ฉันทำมาในอดีตชาติ  ทำให้ชาตินี้ฉันได้มาเกิดเป็นมนุษย์  ฉันไม่ได้คิดจะแก้แค้นใครในสิ่งที่ฉันกับพี่น้องและครอบครัวได้รับ “เพียงแต่สิ่งที่ฉันจะบอกกับท่านก็คือเหตุที่ท่านไม่มีคู่เป็นเพราะท่านได้ก่อกรรมกับพวกเราไว้ในอดีตชาติของพวกเรา  แต่เป็นภพชาติปัจจุบันของท่าน  ทำให้ท่านต้องรับกรรม  กรรมที่ท่านพรากลูก  พรากเมียพรากพี่น้องของพวกเรา  ทำให้ท่านต้องพลัดพรากจากคู่ในชาตินี้  แม้ฟ้าจะลิขิตให้ท่านมีคู่ครอง  แต่กรรมที่ท่านก่อไว้ทำให้คู่ครองของท่านไม่มีโอกาสโคจรมาพบกันได้ในชาตินี้  ท่านจะต้องอยู่คนเดียวไปจนสิ้นอายุขัย  และยังตอบไม่ได้ว่า  หากชาติหน้าท่านได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก  ท่านจะมีโอกาสได้มีคู่ครองหรือไม่  เพราะเคราะห์กรรมที่ท่านทำไว้กับพวกเรานั้นมันหนักหนาสาหัสจริง ๆ”  หลังจบประโยคนี้  ภาพของชายสูงอายุก็ค่อย ๆ เลือนหายไป เมื่อตื่นขึ้นมาผมเฝ้าทบทวนเหตุการณ์ในความฝัน  ซึ่งทำให้ผมนึกไปถึงเมื่อสมัยผมเป็นเด็ก  อายุประมาณ 5 - 6 ขวบ  ตอนนั้นด้วยความซุกซน  ทุกครั้งที่ฝนตกผมจะออกไปเล่นน้ำฝน  และด้วยความคะนองผมจะจับกบที่ออกมาเล่นน้ำฝน แล้วจับขาพวกมันฉีกด้วยความสนุกสนาน เป็นอย่างนี้หลายครั้งและทุกครั้งก็จะถูกพ่อตีด้วยสายยาง  จำได้ว่ามันเจ็บมาก  แต่ก็ไม่เคยเข็ด  เป็นอย่างนี้เป็นเวลานานมาก… นี่หรือคือผลกรรมที่ผมพรากลูกพรากเมียพวกเขา  ทำให้ผมต้องถูกพรากจากคู่ครองในชาตินี้ หลังจากนั้นหากมีโอกาสผมจะซื้อกบจากตลาดสดไปปล่อยครั้งละ 5 - 10 ตัว  เพราะกบพวกนี้รอคอยความตาย  ผมปล่อยกบไปจำนวนมาก  จำไม่ได้ว่าเท่าไร  แต่รู้ว่ามากทีเดียว  ถึงกระนั้นผมคิดว่าจำนวนชีวิตที่ผมปล่อยคงไม่เท่ากับชีวิตที่ผมทำลายไป  จึงทำให้อานิสงส์นั้นยังไม่ส่งให้ผมได้พบกับคู่ครองในชาตินี้  ซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่า จะอีกกี่ชาติถึงจะได้พบ นี่เป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่ผมทำลายชีวิตหลายชีวิต  ก่อกรรมทำเข็ญกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ  แต่กลับส่งผลเป็นความทุกข์อันยิ่งใหญ่ที่ผมต้องได้รับในชาตินี้  ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า  แต่ผมก็จะขอทำทาน ด้วยการซื้อกบมาปล่อยให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เผื่อว่าจะได้ไถ่บาปกรรมที่ผมทำเอาไว้ในภพนี้  ไม่ต้องตามไปถึงภพหน้า เรื่อง จิระ  ณ ราษฎร์บูรณะ   ภาพ รุจิกร  ธงชัยขาวสอาด หมายเหตุ : ขอเชิญร่วมแบ่งปันเรื่องลี้ลับมหัศจรรย์และเรื่องผลของกรรมเช่นนี้ได้ โดยส่งมาที่ therranuch_pa@amarin.co.th บทความน่าสนใจ ภพชาติมีจริง บทความจากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)  Dhamma Daily : กฏแรงดึงดูด ในทางพระพุทธศาสนาทำงานอย่างไร บุพเพสันนิวาสเป็นอะไรที่มากกว่า…เรื่องของคู่ครอง พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต กล่าวถึงบุพเพสันนิวาสในทางพระพุทธศาสนา ตั้งโปรแกรมจิต เลือกภพก่อนตาย ทำได้จริงหรือไม่?      

ไข่มุก ชุติมา ดุรงค์เดช กล้าที่จะ”ฝัน”และทำมันให้เป็น “จริง”

ไข่มุก ชุติมา ดุรงค์เดช กล้าที่จะ”ฝัน”และทำมันให้เป็น “จริง” “มุกใฝ่ฝันอยากเป็นนางงามตั้งแต่จำความได้แล้วค่ะ” ตอนเด็ก ๆ มุก ( ไข่มุก ชุติมา ดุรงค์เดช ) เป็นเด็กผู้หญิงที่ทั้งตัวดำ  สูง และอ้วน  มุกตัวโตกว่าเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันมาก  จนบางครั้งเพื่อน ๆ ไม่กล้าเล่นด้วย  ทำให้มุกไม่มั่นใจในตัวเองเลย  และรู้สึกแตกต่างจากเพื่อน ๆ เหลือเกิน  แต่ใครจะรู้ว่า ในใจของเด็กผู้หญิงคนนี้มีความฝันอันแรงกล้าที่จะเป็น “นางงาม” ให้ได้ คุณพ่อคุณแม่ของมุกชอบดูการประกวดนางสาวไทย  มุกมักนั่งดูนั่งลุ้นกับท่านด้วย ทุกครั้งที่ดูการประกวด มุกรู้สึกว่าอยากเป็นผู้หญิงสวย  ฉลาด และมีความสุขอย่างนั้นบ้าง มันเป็นภาพที่ฝังอยู่ในใจและเป็นแรงผลักดันให้คอยปรับปรุงตัวเองให้ดีเท่าผู้หญิงในอุดมคติให้ได้ มุกเริ่มวางแผนเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าประกวดเป็นนางงามตั้งแต่อายุ 18 ปี ขณะเรียนไฮสกูลปีสุดท้ายที่อังกฤษ  ตอนนั้นสูง 175 เซนติเมตร  แต่ถ้าเทียบกับเพื่อนฝรั่ง แล้วน้ำหนักมุกมากกว่าเพื่อนอยู่มาก  จึงต้องออกกำลังกายอย่างจริงจัง ทุกวันหลังทำการบ้านเสร็จ  มุกจะเข้าฟิตเนสหรือไม่ก็ไปวิ่ง และว่ายน้ำเพื่อลดน้ำหนักให้ได้  สุดท้ายน้ำหนักตัว 77 กิโลกรัมก็ค่อย ๆ ลดลงเหลือ65 กิโลกรัม  เพราะความมุ่งมั่นที่ว่า “ฉันต้องทำได้” หลังจากเรียนจบไฮสกูล  มุกขอคุณพ่อคุณแม่เข้าประกวดนางงาม  แต่ท่านขอให้เรียนปริญญาตรีจบก่อน  ถึงแม้จะผิดหวัง แต่มุกก็คิดในแง่บวกว่า  “ไม่เป็นไร  ถือว่ามีเวลาในการเตรียมตัวแล้วกัน” ตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย  มุกตั้งใจเรียนเต็มที่  โดยไม่ลืมความฝันสูงสุดในชีวิต มุกเก็บข้อมูลการประกวดทุกอย่างเอาไว้  ดูคลิปการประกวดจากอินเทอร์เน็ตย้อนหลังเป็นสิบปี  เพื่อวิเคราะห์ว่าสาวงามที่เข้ารอบสุดท้ายมีคุณสมบัติอะไรบ้าง  จดคำถามรอบสุดท้ายเอาไว้ทุกคำถาม  เพื่อเป็นแบบฝึกหัดว่าเราควรตอบอย่างไร  นอกจากนี้ยังต้องฝึกเดิน  ฝึกแต่งหน้าทำผมเอง ทุกอย่างไม่มีใครสอน  มุกเรียนรู้ด้วยตัวเองหมดเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางตามฝันที่โดดเดี่ยวมาก  เพราะมุกทำทุกอย่างตัวคนเดียว  โดยไม่ได้ปรึกษาใครเลย เมื่อเรียนจบปริญญาตรี  มุกยืนยันกับคุณพ่อคุณแม่อีกครั้งว่าอยากประกวดนางงาม คราวนี้ท่านขอให้เรียนจบปริญญาโทก่อน  ซึ่งมุกก็ตามใจ  ระหว่างนั้นมุกพยายามหาโอกาสทำงานเดินแบบ  ถ่ายแบบ  และเข้าประกวดเวทีต่าง ๆ ที่อังกฤษเพื่อ “ลองวิชา” ที่สะสมมามุกเคยประกวด Miss Wimbledon ได้ตำแหน่งรองอันดับ 1  และ Miss London ได้อันดับที่ 5  ทุกอย่างที่มุกได้ทำถือว่าเป็นประโยชน์ต่อเส้นทางความฝันทั้งสิ้น เมื่อมีประสบการณ์จากการประกวดมาบ้าง  มุกคิดว่า “สติ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราไม่ตื่นเวทีและแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี  ดังนั้นทันทีที่เรียนจบและกลับมาประเทศไทย  มุกได้ไปเข้าคอร์สวิปัสสนากรรมฐานของ คุณแม่สิริ  กรินชัยและ ท่านโกเอ็นก้า  เพื่อกวดวิชา “สติ” อย่างจริงจัง  เตรียมความพร้อมทาง “ใจ” ให้มั่นคง วันที่สมัครประกวด Miss Thailand Universe  มุกดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่  เพราะนี่คือวันที่มุกรอคอยมาตลอด 13 ปี  ตลอดการประกวดมุกทำทุกอย่างอย่างสุดชีวิต  ให้สมกับที่เราเตรียมตัวมาเต็มที่  ในขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู้กับความคิด  ความคาดหวังของตัวเองเยอะมาก  โชคดีที่มี “ธรรมะ” ช่วยเยียวยาจิตใจให้ต่อสู้ไปได้อย่างไม่ท้อถอย วินาทีที่ได้ยินว่าตัวเองได้รับตำแหน่ง Miss Thailand Universe  ปี 2552  มุกมีความสุขที่สุดในชีวิต  การที่ได้มงกุฎมาเหมือนเป็นปริญญาบัตร  เป็นเครื่องยืนยันว่า  ความพยายาม  ความทุ่มเทที่ทำมาตลอด  สามารถเปลี่ยน “ความฝัน” ให้เป็น “ความจริง” ได้สำเร็จ  ถ้าวันนั้นไม่กล้าฝันให้ยิ่งใหญ่  ก็คงไม่รู้ว่าเรามีพลังล้นเหลือแค่ไหนที่จะผลักดันให้ตัวเองมาสู่จุดสูงสุดในชีวิตได้    Secret BOX กล้าที่จะฝัน  และทุ่มเททุกอย่างให้ “ความฝัน” นั้นเป็น “ความจริง” ไข่มุก – ชุติมา  ดุรงค์เดช   เรื่อง:ชุติมา  ดุรงค์เดช  เรียบเรียง:เชิญพร คงมา  ภาพ: สรยุทธ  พุ่มภักดี บทความน่าสนใจ น้องโอ เด็กดี ผู้มีมานะ ขายข้าวไข่เจียวเลี้ยงตนและน้อง สานฝันเรียนให้จบดั่งใจหวัง 5 เทคนิค เก็บเงิน เที่ยวต่างประเทศ เพื่อทริปในฝันของคุณ ไม่ต้องเพอร์เฟคก็เป็น “ผู้หญิงในฝัน” คุณหมอ ศศธร จากเด็กหญิงเฉียดตายสู่หมอเวชศาสตร์ฉุกเฉินที่อังกฤษ ‘หมอบอส’ […]

ชีวิตนี้มีแต่ “ให้” ของ ติ๊ก ชิโร่ มนัสวิน นันทเสน (1)

ชีวิตนี้มีแต่ “ให้” ของ ติ๊ก ชิโร่ มนัสวิน นันทเสน (1) ณ วินาทีนี้ถ้าผมสามารถขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้หนึ่งข้อ ผม ติ๊ก ชีโร่ มนัสวิน นันทเสน จะขอให้ตัวเองรวย…รวยเป็นหมื่นๆ ล้านไปเลยครับ ผมจะได้มีเงินทองมากมายไปแจกจ่ายทุกคน ผม ติ๊ก ชิโร่ มนัสวิน นันทเสน อยากจะให้ ให้แล้วก็ให้ ไปตลอดชีวิต เหมือนนักธุรกิจระดับโลกหลายคนที่เมื่อประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วตั้งกองทุนการกุศลของตัวเองและมอบเงินเกือบจะทั้งหมดที่หามาได้เพื่อทำประโยชน์ให้คนอื่น โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เกิดมาชาติหนึ่ง ก่อนตาย ติ๊ก ชิโร่ มนัสวิน นันทเสน ขอทำสิ่งดีๆ ให้แก่เพื่อนมนุษย์เต็มที่ก่อนเถอะ แต่พูดไปแล้วจะหาว่าเว่อ เพราะบุคลิกภายนอกของผมเป็นคนมันๆ…มัน…เสียจนบางครั้งคนนึกไม่ออกว่าผมชอบทำบุญช่วยเหลือสังคมแต่อย่าเพิ่งมองกันแค่ภายนอก มารู้จัก โต้ ชิริก…ติ๊ก ชิโร่ กันให้ลึกซึ้งดีกว่า แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงอยากจะให้ แล้วก็ให้…มากขนาดนี้ องครักษ์พิทักษ์น้องสาว ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง คุณพ่อรับราชการเป็นเกษตรอำเภอ ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน ผมเป็นลูกคนที่สองในจำนวนพี่น้องสี่คน น้องสาวรองจากผมชื่อ น้องต้อม – วณี นันทเสน […]

ชีวิตนี้มีแต่ “ให้” ของ ติ๊ก ชิโร่ มนัสวิน นันทเสน (จบ)

ชีวิตนี้มีแต่ “ให้” ของ ติ๊ก ชิโร่ มนัสวิน นันทเสน (จบ) ดูจากบุคลิกภายนอกของผม ติ๊ก ชีโร่ มนัสวิน นันทเสน หลายคนอาจไม่เชื่อว่าผมรักการเรียน ในชีวิตนี้ผมคิดว่าเราเรียนรู้ได้ไม่จบไม่สิ้น การศึกษาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์จะทำให้ตัวเองได้ และการเรียนสำหรับผมก็เป็นเรื่องสนุกจริงๆ ครับ หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชมงคลนครราชสีมาแผนกศิลปกรรม ผมก็เรียนจนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขารัฐประศาสนศาสตร์ และได้รับปริญญาโทอีกสองใบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ (EPA)และจากวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ สาขาบริหารธุรกิจ (MBA) และปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นี่เป็นการเรียนรู้ในห้องเรียนของผม แต่นอกห้องเรียนผมก็ได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย ตั้งแต่เด็กๆ มาแล้ว ผมไม่ได้ตีกลองเก่ง แต่ด้วยความมุมานะในการฝึกซ้อมทำให้ผมได้รับรางวัลมือกลองยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2527 และยังได้รับรางวัลจากความหมั่นเรียนรู้อื่นๆ คือ รางวัลโปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม สีสันอะวอร์ดส์ 2533รางวัลนักร้องชายยอดเยี่ยม สีสันอะวอร์ดส์ 2534 รางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมจากเรื่อง วิมานมะพร้าว 2534 ฯลฯ ทุกวันนี้ผมพอใจกับความสำเร็จของตัวเอง และคิดว่าตัวเองโชคดีกว่าเอลวิส เพรสลีย์ และไมเคิล แจ๊คสัน รวมกัน เพราะผมมองว่าในขณะที่เอลวิส เพรสลีย์ […]

สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ร่าเริง เก่ง สวย ด้วยธรรมะ

สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ร่าเริง เก่ง สวย ด้วยธรรมะ ความสวย   ความน่ารัก   และความสามารถของเธอ (นุ้ย –  สุจิรา อรุณพิพัฒน์  ) นั้นไม่มีใครปฏิเสธ   แต่คุณจะยิ่งรักเธอมากขึ้น   หากได้รู้จักแง่มุมในการดำเนินชีวิต   นอกจากรักเด็กแล้ว   เธอยังรักสุนัขจรจัด   รักครอบครัว   ที่สำคัญคือ   รักพุทธศาสนาด้วย   แม้วันนี้จะถอดมงกุฎนางสาวไทยปี   2544   แล้ว   แต่ความประพฤติที่น่ารักของเธอยังทำให้เรามองเห็นมงกุฎแห่งความดีที่สวมอยู่บนศีรษะตลอดเวลา ความสนใจในธรรมะของนุ้ยเริ่มต้นอย่างไรครับ นุ้ยเคยไปทำบุญแล้วได้พบพระรูปหนึ่ง ท่านสอนว่า   การทำงานตรงนี้ให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า “ทุกสิ่งอย่างเป็นของคู่กัน”     นุ้ยก็สงสัยว่าแปลว่าอะไร   ท่านอธิบายว่า   มีดีก็มีเลว   มีขาวก็มีดำ มีคนชื่นชมก็ต้องมีคนนินทา   ให้จำตรงนี้เอาไว้แล้วจะอยู่อย่างมีความสุข   พอฟังแล้วและคิดตามก็เลยเก๊ตว่า   นี่หรือที่เขาบอกว่าใช้ธรรมะมานำการดำเนินชีวิต   นี่หรือปรัชญาในการดำเนินชีวิตที่ไม่เคยรู้   และนุ้ยมาเริ่มสนใจและปฏิบัติธรรมหลังจากได้สนทนากับท่าน   ว.วชิรเมธี ตอนที่ท่านมาออกรายการ   ร้านชำยามเช้า   ซึ่งนุ้ยเป็นพิธีกรอยู่ ได้นำธรรมะมาใช้ในการกำกับชีวิตอย่างไรบ้าง นุ้ยทำพื้นฐานง่ายๆ   ที่ใครก็ทำได้คือ   รักษาศีล   แต่ก็เคยถามท่าน   ว.ว่า   “ท่านคะ   มุสาคือการโกหกและห้ามพูดเพ้อเจ้อ   แต่บางทีหนูเป็นพิธีกร   ก็ต้องพูดอะไรเรื่อยเปื่อย   […]

ย้อนรอยรักโรแมนติกแห่งเทือกเขาหิมาลัย – จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และเจ็ตซัน เปมา

ย้อนรอยรักโรแมนติกแห่งเทือกเขาหิมาลัย จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และเจ็ตซัน เปมา เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ภูฏานกลายเป็นข่าวดังให้คนทั่วโลกหันมาสนใจอีกครั้ง  เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ซึ่งในขณะนั้นพระชนมายุ 31 พรรษา อภิเษกสมรสกับนางสาว “เจ็ตซัน เปมา” หญิงสาวชาวภูฏานวัย 21 ปี เรื่องราวความรักของทั้งสองพระองค์ว่ากันว่าเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระชนมายุ 17 ชันษา ส่วนพระราชินีเจ็ตซันในเวลานั้นยังเป็นเพียงเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ขณะติดตามครอบครัวไปในขบวนเสด็จฯไปพักค้างแรม ณ สถานที่แห่งหนึ่ง คืนนั้นเจ้าชายจิกมี (พระอิสริยยศในเวลานั้น) จะเสด็จฯออกไปข้างนอกเด็กหญิงเจ็ตซันทูลถามว่าจะเสด็จฯไปไหน เมื่อมีรับสั่งว่าจะทรงไปเดินป่า เด็กหญิงกราบทูลว่า   “หม่อมฉันจะไปกับพระองค์ในทุกที่ที่เสด็จฯไป”ครั้งนั้นเจ้าชายทรงให้สัญญากับเด็กหญิงอย่างทรงเอ็นดูว่า“ถ้าเธอโตขึ้นเมื่อไหร่ และเรายังไม่มีใคร เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน” เจ็ตซันเป็นบุตรสาวของ โทนทับดียัลเซน นักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์แอร์ไลน์  เป็นหนึ่งในตระกูลคหบดีของภูฏาน หลังจากเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมต้นชังกังคาแล้ว  นางสาวเจ็ตซันได้เรียนต่อที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์  คาลิมปง  ประเทศอินเดีย  และศึกษาระดับปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  ที่มหาวิทยาลัยรีเจนท์สคอลเลจ  ลอนดอนประเทศอังกฤษ ราชินีคู่บุญผู้เพียบพร้อม สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีทรงประกาศข่าวมหามงคลอย่างเป็นทางการครั้งแรกในพิธีเปิดการประชุมสภา  ครั้งที่ 7  ณ กรุงทิมพู ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2554  ทรงแนะนำว่าที่พระราชินีแห่งภูฏานความว่า “ณ วันนี้  เนื่องในโอกาสที่มีการรวมตัวกันเป็นวาระพิเศษ  ข้าพเจ้าใคร่ขอกล่าวประกาศสั้น ๆ แก่ท่านทั้งหลายในเขตปกครองทั้ง 20 มณฑล  ดังนี้ “ในฐานะกษัตริย์ บัดนี้ถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะแต่งงาน  หลังจากที่ไตร่ตรองแล้วข้าพเจ้าจึงตัดสินใจว่างานแต่งงานจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้  หลายคนคงมีความคิดของตัวเองว่า  พระราชินีควรเป็นอย่างไร  จะต้องเป็นคนสวย  ฉลาด  และสง่างามข้าพเจ้าคิดว่าด้วยประสบการณ์และเวลาทุกคนสามารถเติบโตเป็นบุคคลที่มีความสามารถในเส้นทางชีวิตใด ๆ ได้เมื่อมีความพยายามที่ถูกต้อง  สำหรับพระราชินี  สิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอนั้นคือ  บุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นคนดี  และในฐานะพระราชินีบุคคลนั้นจะต้องมีความมุ่งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวในการรับใช้ประชาชนและประเทศชาติ “สำหรับพระราชินีของข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าได้พบบุคคลดังกล่าวแล้ว  เธอมีชื่อว่าเจ็ตซันเปมา  แม้จะยังเยาว์วัย  แต่เธอเป็นผู้ที่มีความอบอุ่นและเมตตาในจิตใจรวมทั้งกิริยา คุณสมบัติเหล่านี้รวมทั้งสติปัญญาที่จะมาพร้อมกับอายุและประสบการณ์  จะทำให้เธอสามารถรับใช้ประเทศชาติได้อย่างดีเยี่ยม เจ็ตซันเป็นคนที่ข้าพเจ้าไว้วางใจที่สุด คอยสนับสนุนข้าพเจ้าตลอดเวลา  ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไรบ้าง  แต่เธอคือคนที่เพียบพร้อมสำหรับข้าพเจ้าอย่างไรก็ดี  การแต่งงานครั้งนี้มิได้หมายความว่าข้าพเจ้าจะสร้างครอบครัวเป็นของตนเอง เพราะวันแรกที่ข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์  ชาวภูฏานทั้ง 20 มณฑลก็เป็นเสมือนครอบครัวของข้าพเจ้าการอภิเษกสมรสครั้งนี้จะทำให้ข้าพเจ้ามีพระราชินีซึ่งจะคอยสนับสนุนเคียงข้าง  ตลอดจนร่วมทำงานรับใช้ประเทศ ชาติและประชาชน” หลังจากนั้นประชาชนทั่วไปก็ได้เห็นพระคู่หมั้นตามเสด็จฯสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีไปทั่วประเทศ  จนกระทั่งมีพระราชพิธีอภิเษกสมรส เรื่อง กองบรรณาธิการ ภาพ สถานทูตภูฏานประจำประเทศไทย ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์  หน้าข่าวสตรี  ฉบับวันที่ 16 ตุลาคม 2554 www.bbc.co.uk : “Bhutan’s Dragon King Jigme Crowns bride”  Published : 14/10/2011 Facebook : Jetsun Pema […]

ปฏิบัติธรรมเข้มข้น ณ วัดคลองตาลอง จ.นครราชสีมา

สำหรับพุทธศาสนิกชนที่อยากไปปฏิบัติธรรมเข้มข้นจริงจังสักครั้ง วัดคลองตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

ความรักรสบาร์บีคิว ของ “ครูอารี” ฝรั่งคนเก่งขับซาเล้งขายบาร์บีคิว

ความรักรสบาร์บีคิว ของ “ครูอารี” ฝรั่งคนเก่งขับซาเล้งขายบาร์บีคิว “บาร์บีคิวไหมคร้าบ ชิมไหมครับ มีเนื้อ มีไก่ ไม้ละ 20 บาท อร้อยอร่อย” เสียงตะโกนเรียกลูกค้าด้วยสำเนียงอังกฤษปนไทยทำให้หลายคนหันมามอง ความรักรสบาร์บีคิว ของ “ครูอารี” ฝรั่งคนเก่งขับซาเล้งขายบาร์บีคิว เด็กนักเรียนที่เพิ่งเลิกเรียนต่างเดินเข้ามาสั่งบาร์บีคิวก่อนชวนเจ้าของเสียงคุยภาษาอังกฤษคล่องปร๋อ “อร่อยมากค่ะ” เด็กนักเรียนในชุดคอซองยกนิ้วคอนเฟิร์ม เมื่อเราเดินเข้าไปถาม ก่อนกระซิบบอกว่า ฝรั่งคนนี้มีชื่อแบบไทยๆ ว่า “ครูอารี” เมื่อขายบาร์บีคิวหมด ฝรั่งตัวโตก็ขับซาเล้งกลับบ้านไปหา “เมีย” เรารีบตามติดแนบชิดชีวิตครูอารี ในที่สุดก็ได้พบ “คุณบี” เมียฝรั่งตัวจริง จึงรีบถามเรื่องราวของทั้งเขาและเธอ “เด็กๆ บีก็ทำงานที่ปากช่อง บีเคยทำมาหลายอาชีพมาก ทำไร่ ทำสวนผัก งานโรงแรม ประชาสัมพันธ์ งานโรงงาน ขายหมูปิ้ง ขายก๋วยเตี๋ยวเรือ “บีเจอกับครูอารีตอนเขามาเที่ยวเมืองไทย ตอนนั้นบีขายอาหารตามสั่งแบบมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างอยู่ที่หาดป่าตอง ภูเก็ต” หลังจากพบปะดูใจกันมาระยะหนึ่ง ทั้งคู่ก็ตกลงคบกันเป็นแฟนและย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ปากช่อง “ถ้าฉันไม่มีเงินเลย…เธอจะรักฉันไหม…เธอจะให้ฉันอยู่เมืองไทยด้วยไหม” โดนฝรั่งตัวโตโปรยคำหวานซะขนาดนี้ คุณบีเลยยิ้มหวานก่อนตอบไปว่า “รัก…เพราะฉันไม่ได้ชอบคนที่เงินทอง…ฉันชอบคนที่จิตใจ”   ครูอารีจึงเล่าเรื่องราวของตัวเองให้คู่ใจฟังว่า ก่อนหน้านี้เขามีภรรยา ลูกๆ มีเงิน บ้าน รถครบครัน ทว่าเมื่อต้องแยกกันอยู่กับภรรยา เขาก็จากมาโดยทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังก่อนเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย แม้รอบข้างจะพากันดูถูกที่เธอตัดสินใจร่วมชีวิตกับ “ฝรั่งกระจอก” แต่คำปลอบใจของคนรักฝรั่งก็ทำให้ความมั่นใจของเธอเพิ่มขึ้น “คนเราไม่ว่าอยู่เมืองนอกหรืออยู่เมืองไทย จะไทยหรือฝรั่ง ทุกคนก็ต้องทำงาน ถ้าไม่ทำงาน เราก็จะไม่มีเงินใช้ …ถ้าเราช่วยกันทำมาหากิน ยังไงก็ไม่อดตาย” ลำพังเงินเดือนครูฝรั่งเพียงสามหมื่นต่อเดือนไม่สามารถจะเลี้ยงคนกว่า 5 ชีวิต ทั้งภรรยา พ่อแม่ของภรรยา และลูกบวกกับค่างวดรถยนต์ ค่าเช่าบ้าน และค่าเลี้ยงลูกได้ ครูอารีหรือนายอาลิสเตย์ เอียนมิเออร์ จึงพิสูจน์ความจริงในคำที่ตนได้พูดไว้กับคุณบีด้วยการตื่นเช้าไปเดินขายหมูปิ้งไม้ละ 5 บาท เป็นระยะทางเกือบสิบกิโลเมตรรอบปากช่อง บ้านเกิดของภรรยาก่อนไปสอนหนังสือที่โรงเรียนจนถึงเย็น เมื่อเปลี่ยนมาขายบาร์บีคิว ใหม่ๆ ไปขายออกงาน ทั้งสองคนก็อาศัยเช่าที่กางเต็นท์นอน มีห้องน้ำตรงไหนก็อาบตรงนั้น “อุ๊ย! ทำไมโชคดีจังเลย…แฟนดี๊ดี อะไรอย่างนี้คะ หาให้บ้างสิ” เหล่าแม่ค้าในตลาดปากช่อง เมื่อเห็นฝรั่งสุดขยันลุกขึ้นขายของทุกวันไม่เคยหยุด จากที่เคยค่อนขอดนินทาถึงความกระจอก ก็เริ่มชมเปาะถึงความโชคดีของคุณภรรเมีย หลังจากนั้นไม่กี่ปีทั้งคู่ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่หาดใหญ่ ครูอารีคอยช่วยซื้อพริก หอมใหญ่ สับปะรด เนื้อวัว เนื้อไก่ สำหรับทำบาร์บีคิวสูตรอร่อยจากอังกฤษในช่วงเช้า ก่อนเดินทางไปสอนหนังสือ เมื่อกลับบ้านก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าแปลงร่างเป็นนักปิ้งบาร์บีคิวมือฉมังในช่วงเย็น และคอยเก็บของกลับบ้านหลังจากของหมด หลังจากสามีไปทำงาน คุณบีจัดการทำซอสบาร์บีคิวสูตรเด็ด เริ่มด้วยการเทความใส่ใจลงไปในซอสก่อนนำเนื้อและไก่ผสมคลุกเคล้า จัดการเสียบเนื้อพร้อมเครื่องเคียงเบาๆ เท่านี้ก็พร้อมขายทันใด “ช่วยซื้อบาร์บีคิวหน่อยคร้าบ” ยังไม่ทันถึงจุดจอดขาย เพียงแค่เห็นรถซาเล้งบาร์บีคิวขับผ่าน ลูกค้าก็ชิงเรียกตัดหน้าซื้อไปก่อนหลายราย ครูอารียิ้มแต้บอกลูกค้า “ช่วยซื้อหน่อยครับ…ต้องขายให้หมด ไม่งั้นเมียไม่ให้เข้าบ้าน” คนฟังหัวเราะคิกคักกับคารมฝรั่ง ก่อนอุดหนุนบาร์บีคิวเพิ่มอีกคนละไม้ บางคราวลูกค้าก็ช่วยถ่ายรูปครูอารีขึ้นเฟซบุ๊ก เพื่ออัพเดตให้ลูกค้าอื่น ๆรู้ว่าตอนนี้ครูอารีกำลังขายอยู่ ณ จุดใด หากเป็นครูคนอื่น โดยเฉพาะ“ครูฝรั่ง” อาจอายที่ต้องออกมาค้าขายเพื่อหารายได้พิเศษ แต่สำหรับครูอารีแล้ว เขาเลือกที่จะสลัดภาพครู เปลี่ยนมาสวมผ้ากันเปื้อน ขับซาเล้งขายบาร์บีคิวทุกเย็นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เหมือนไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย… ขอเพียงให้ “เมีย” และ “ทุกคนในครอบครัว” อยู่อย่างสุขสบาย…เหนื่อยแค่ไหนฝรั่งก็ไม่หวั่น! จากวันละ 100 ไม้ เริ่มขยับขยายขายได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะรสชาติบาร์บีคิวแสนอร่อยและคารมของคนขายผมทองทำให้ผู้คนพากันมาอุดหนุนเนือง ๆ “เราใช้ของดีทำค่ะ เนื้อสัตว์เราให้เต็มที่ ต้นทุนซอสก็หลายบาทแล้ว แต่เราคิดว่า เราชอบกินของดี ลูกค้าก็ต้องชอบกินของดีเหมือนกัน กำไรเลยไม่เยอะค่ะ เอาแค่พออยู่ได้” บอกเคล็ดลับปรุงซอสแล้ว คุณบียังแอบกระซิบวิธีปรุงรสรักให้หวานชื่นด้วยการใช้ “รอยยิ้ม” สไตล์สาวสยาม ที่เห็นกี่ครั้งสามีก็ชื่นใจหายเหนื่อย สำหรับบางคน ความรักอาจมีทั้งรสหวานและขมในชีวิต แต่สำหรับฝรั่งเมืองผู้ดีที่เสียหยาดเหงื่อและแรงกายเพื่อเลี้ยงครอบครัวให้ได้อยู่อย่างสุขสบายแล้ว…ความรักของเขาคงเป็นรสบาร์บีคิวที่มีทั้งความหวาน มัน เค็ม ผสมรวมกันอย่างกลมกล่อมลงตัวที่สุด… เรื่อง ณัฐนภ ตระกลธนภาส www.facebook.com/nutthanop.tr ภาพ วรวุฒิ วิชาธร บทความน่าสนใจ วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร […]

keyboard_arrow_up