5 ไอเดีย แปลงผักเป็นเมนูอร่อย เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร

เมนูอร่อย
เมนูอร่อย

บอกลาเมนูจากผักเดิมๆ ที่เคยกินไปได้เลย ลองมาดู 5 ไอเดียแปลงผักราคาย่อมเยา ที่หาซื้อง่ายในหน้าฝน มาปรุงเป็นเมนูจานอร่อยแบบไม่ซ้ำใครกันดีกว่า

เมนูอร่อย

ส้มตำบัวบกกรอบซีฟู้ด

เมนูแรกขอแปลงใบบัวบกมาทำเป็นเมนูส้มตำทอดกรอบใส่ซีฟู้ด รสชาติจัดจ้านถึงใจ

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 10 นาที ปรุง 30 นาที

  • ใบบัวบก 2 ถ้วย
  • กุ้งสดลวก 4 ตัว
  • ปลาหมึกลวกชิ้นพอคำ 4 ชิ้น
  • หอยเชลล์ลวก 8 ตัว
  • กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
  • พริกขี้หนูแดง 7 เม็ด
  • พริกแห้งเม็ดเล็ก 4 เม็ด
  • ถั่วฝักยาวหั่นท่อนสั้น 1 ¼ ถ้วย
  • มะเขือเทศเชอร์รี่ 8 ลูก
  • ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 3 ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • แป้งทอดกรอบ 100 กรัม
  • น้ำเปล่า 150 กรัม
  • น้ำมันสำหรับทอดใบบัวบก

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำให้เข้ากัน นำใบบัวบกมาชุบแล้วทอดในน้ำมันร้อนจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้
  2. ทำน้ำส้มตำโดยโขลกพริกสดพริกแห้ง และกระเทียมพอแหลก จากนั้นเติมน้ำมะนาว น้ำปลาและน้ำตาลป๊บี คนผสมให้เข้ากันในครก ตักขึ้นใส่ถ้วย พักไว้
  3. นำใบบัวบกทอดและส่วนผสมอื่น ๆ จัดใส่จาน ราดด้วยน้ำส้มตำข้อ 2 พร้อมเสิร์ฟ

เมนูอร่อย

แกงคั่วมะระลูกชิ้นปลากราย

เมนูต่อไป ขอหยิบมะระที่วางขายในตลาดมีทั้งขายเป็นลูกและแบบหั่นท่อนคว้านไส้พร้อมนำไปปรุง ราคาไม่แพงนัก มาทำเป็นแกงคั่วใส่ลูกชิ้นปลากรายเนื้อกรอบเด้ง กินกับข้าวสวยร้อนๆ เข้ากันได้ดีมากๆ

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 15 นาที ปรุง 30 นาที

  • มะระจีนลูกกลาง 1 ลูก
  • เนื้อปลากรายขูด 500 กรัม
  • น้ำพริกแกงคั่ว 150 กรัม
  • กะทิ 6 ถ้วย
  • ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือสำหรับแช่มะระ

วิธีทำ

  1. ผ่าครึ่งมะระตามยาวของลูกคว้านไส้ทิ้ง หั่นเป็นชิ้นตามขวาง แช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างขึ้น พักไว้
  2. ช้อนหัวกะทิออกมา 1 ถ้วยใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดจนกะทิแตกมัน เติมกะทิที่เหลือ พอเดือดตักเนื้อปลากรายลงไปเป็นก้อน ๆ ขนาดพอคำ ต้มจนลูกชิ้นปลาสุกลอยขึ้น จากนั้นใส่มะระลงไป เคี่ยวพอมะระเริ่มนิ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ใส่ใบมะกรูด พอเดือดอีกครั้งปิดไฟยกลง ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ

คลิกหน้าถัดไป…

เมนูอร่อย

ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้งพระรามลงสรง

ผักบุ้งในหน้าฝน ยอดงามดีนักแล แถมราคาถูกอีกต่างหาก นำมาผัดผักบุ้งไฟแดงหรือจะปรุงเมนูโบราณอย่างพระรามลงสรงนี้ก็ได้ แต่ขอปรับมากินคู่กับเส้นเล็กแทน กลายเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งรสอร่อยไม่เบา

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 20 นาที ปรุง 50 นาที

  • น้ำพริกแกงคั่ว 100 กรัม
  • มะพร้าวขูด 500 กรัม
  • น้ำสำหรับคั้นกะทิ 2 ถ้วย
  • อกไก่ 500 กรัม
  • ผักบุ้งจีน 800 กรัม
  • เส้นเล็กลวก 4 ถ้วย
  • ถั่วลิสงคั่วป่น ½ ถ้วย
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมเจียวตามชอบ

วิธีทำ

  1. คั้นกะทิให้ได้ 2 ½ ถ้วย แล้วช้อนหัวกะทิแยกไว้ 1 ถ้วย เตรียมไว้
  2. ต้มอกไก่ให้สุก ฉีกเป็นชิ้นเล็กเตรียมไว้
  3. ลวกผักบุ้งให้สุก หั่นเป็นชิ้นพอคำ เตรียมไว้
  4. ทำน้ำราดโดยตั้งกระทะใส่หัวกะทิลงไป เติมน้ำพริกแกงผัดจนแตกมัน ใส่กะทิที่เหลือลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา พอเดือดใส่ถั่วลิสงคั่ว คนพอเข้ากันปิดไฟ ยกลง
  5. จัดเส้นใส่จาน ตักผักบุ้งใส่ลงไป ตามด้วยไก่ฉีก แล้วราดด้วยน้ำในข้อ 4 โรยด้วยกระเทียมเจียว พร้อมเสิร์ฟ

 

เมนูอร่อย

ผักบุ้งฝอยผัดกะปิกุ้งกรอบ

ผักบุ้งผัดกะปิจานนี้ แปลกใหม่กว่าผักบุ้งไฟแดงแบบเดิมๆ เพิ่มเติมคือกะปิกลิ่นหอม และกุ้งกรอบเนื้อเด้งๆ

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 15 นาที ปรุง 30 นาที

  • ผักบุ้งไทยหั่นเส้นฝอย 4 ถ้วย
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมกลีบเล็กสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูแดงหั่นแฉลบ 2 เม็ด
  • น้ำมันรำข้าวสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่าสำหรับผัด ¼ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูดซอยฝอย 2 ใบ
  • กุ้งทะเลแกะเปลือกไว้หาง 8 ตัว
  • แป้งทอดกรอบ 100 กรัม
  • น้ำเปล่าสำหรับผสมแป้ง 150 กรัม
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

  1. ทำกุ้งทอดโดยผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำให้เข้ากัน นำกุ้งลงไปชุบแป้ง ทอดในน้ำมันร้อนให้เหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนใส่กระเทียมกับพริกลงไปผัดพอมีกลิ่นหอม ใส่กะปิลงไป ตามด้วยน้ำ ผัดให้กะปิละลาย ใส่ผักบุ้งลงไป เปิดไฟแรง ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ผัดพอเข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่จาน โรยด้วยใบมะกรูด พร้อมเสิร์ฟ

คลิกหน้าถัดไป…

เมนูอร่อย

มูสเค้กตำลึงชาเขียว

ผักตำลึงนั้นหาง่ายมาก ขึ้นตามกำแพงบ้านก็มากมาย หยิบมาทำเป็นต้มจืดคงจะเบื่อง่าย ลองทำเป็นมูสเค้กตำลึงดูก็เก๋ไม่น้อย แต่ต้องลองเพิ่มชาเขียวลงไปอีกนิด ให้ได้กลิ่นและรสชาติกลมกล่อม กลายเป็นขนมหวานที่มีประโยชน์ขึ้นอีกเยอะ

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 15 นาที ปรุง 50 นาที (ไม่รวมเวลาแช่เย็นให้ขนมเซตตัว)

  • เค้กวานิลลาตัดทรงกลมเท่ากับก้นภาชนะเสิร์ฟ 4 ชิ้น
  • ยอดตำลึงสำหรับตกแต่ง
  • ภาชนะสำหรับใส่ขนม 4 ชิ้น (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว)

ส่วนผสมมูสตำลึง

  • ตำลึงลวก 60 กรัม
  • นมสด 1 ถ้วย
  • ครีมสด ½ ถ้วย
  • เจลาตินผง 2 ช้อนชา
  • น้ำเย็น ¼ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย ¼ ถ้วย
  • ส่วนผสมเยลลี่ชาเขียว
  • ชาเขียวผง 1 ช้อนชา
  • เจลาตินผง 2 ช้อนชา
  • น้ำเย็น 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. วางเค้กลงไปที่ก้นภาชนะเตรียมไว้
  2. ทำมูสโดยแช่เจลาตินในน้ำเย็นให้พองตัว จากนั้นนำตำลึงลวกมาปั่นกับนมจนละเอียดเทใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ ใส่ครีมสด น้ำตาลทราย พอร้อนใส่เจลาตินที่พองตัวแล้วลงไป คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกลง คนให้เย็น แบ่งเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กันเทใส่ในภาชนะที่มีเค้กวางไว้ นำไปแช่เย็นให้มูสเซตตัวประมาณ 3 ชั่วโมง

3 . ทำเยลลี่ชาเขียวโดย แช่เจลาตินในน้ำเย็นให้พองตัวจากนั้นเทน้ำใส่หม้อ พอร้อนใส่ชาเขียวลงไป เติมน้ำตาลทราย พอเดือดปุด ๆ ปิดไฟ ใส่เจลาตินที่พองตัวลงไป คนให้เข้ากันจนส่วนผสมเย็น นำไปเททับหน้ามูสที่เซตตัวแล้วแล้วนำกลับไปแช่เย็นต่ออีก 3 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟแต่งหน้าด้วยยอดตำลึง

โดย นิตยสาร Health&Cuisine

keyboard_arrow_up