เกือบจะเป็นน้ำพริก เมนูอร่อยต้านมือ เท้าชา

เกือบจะเป็นน้ำพริก
เกือบจะเป็นน้ำพริก

เกือบจะเป็นน้ำพริก เมนูอร่อยต้านมือ – เท้าชา

สวัสดีค่ะ ฉบับนี้ดิฉันจะกล่าวถึงอาการชาปลายมือปลายเท้าบ่อย ๆ หรือความรู้สึกที่ปลายมือปลายเท้าเปลี่ยนไป เนื่องมาจาก “ปลายประสาทอักเสบ” จากประสาทส่วนปลายเสื่อม ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งจากการขาดสารอาหารทำให้มีอาการของโรคเหน็บชา ผลพวงจากพิษสุราเรื้อรัง เบาหวาน ถูกสารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง สารตะกั่วหรือสารหนู โรคติดเชื้อ เช่น โรคเรื้อน และร่างกายเสื่อมสภาพเมื่ออายุมากขึ้นโดยอาการนี้จะเกิดขึ้นทีละน้อยอย่างช้า ๆ เช่น รู้สึกหนา ๆ ที่ปลายมือและเท้า บางรายรู้สึกชาหรือแสบร้อนหรือวูบวาบ การรับสัมผัสความร้อน – เย็นไม่ดี บางครั้งหนามตำหรือเข็มทิ่มก็ไม่รู้สึกเจ็บ ถ้าเริ่มมีอาการชาในระยะแรกที่ไม่รุนแรง เราสามารถหาซื้อวิตามินบีรวมมารับประทาน หรือเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 บี 2 บี 12 เช่น ถั่วงอก ไข่ ธัญพืช นม เนื้อสัตว์ ตับ ปลา เห็ดต่างๆ ตำลึง มะเขือพวง เป็นต้น แต่หากเป็นมากขึ้นหรือมีสาเหตุจากโรค ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยด่วน

เกือบจะเป็นน้ำพริก

สำหรับผู้สูงอายุ อาการชาเกิดจากความเสื่อมของเส้นเลือดและเส้นประสาทส่วนปลายที่ตีบแคบลง ขาดสารอาหาร หรือจากการป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดตีบตัน โรคเหล่านี้ทำให้เส้นเลือดขนาดเล็กเกิดการตีบตันหรืออักเสบ ทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงประสาทส่วนปลายไม่เพียงพอ หรือเกิดจากปลายประสาทอักเสบวิธีแก้ไขจึงมุ่งเน้นการรักษาโรคที่เป็นให้อยู่ในระดับควบคุมที่แพทย์แนะนำ หมั่นออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญและการไหลเวียนเลือด ลดการคั่งของของเสียในร่างกาย ควบคุมอาหารที่มีไขมัน แป้ง น้ำตาล และเพิ่มอาหารประเภทกากใยที่ย่อยง่าย

ในส่วนของการแพทย์แผนไทยมองว่า อาการนี้เกิดจากธาตุลมในร่างกายติดขัดเดินไม่สะดวกวิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ เลือกรับประทานอาหารรสร้อนหรือสุขุมร้อนซึ่งส่วนใหญ่มาจากเครื่องเทศกลิ่นหอมรสเผ็ดซ่าต่าง ๆ อาทิ พริกไทย ข่า ขิง กระวาน ฯลฯ ร่วมกับการให้ยารักษาโรคที่เป็นอยู่เพื่อทุเลาอาการบางรายอาจใช้การนวด การอบหรือการประคบสมุนไพร เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้ามากขึ้นอาการชาก็จะทุเลา ในกลุ่มผู้สูงอายุต้องควบคุมโรคประจำตัวให้ดี และอาจใช้ยาหอมที่มีรสสุขุมร้อนเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด นอกจากน้กี ารแช่น้ำสมุนไพรอุ่นบริเวณปลายมือร่วมกับการรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินก็สามารถช่วยได้

ดิฉันมีเมนูนี้ชื่อว่า เกือบจะเป็นน้ำพริกซึ่งอุดมด้วยวิตามินต่างๆ ที่ช่วยแก้ไขอาการดังกล่าว โดยเลือกใช้โปรตีนดีจากปลา
และกุ้งร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อช่วยเสริมประโยชน์ให้ผู้รับประทานได้รับวิตามินบีมากขึ้นจากหลายแหล่ง อีกทั้งส่วนผสมอื่น ๆ ยังมีสารอาหารครบทุกหมู่ ไม่เผ็ดมาก ย่อยง่ายมีกากใยสูง เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการแก้ไขปัญหาสุขภาพในประเด็นดังกล่าวอย่างยิ่ง

คลิกดูสูตรเกือบจะเป็นน้ำพริกหน้าถัดไป…

เกือบจะเป็นน้ำพริก

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 15 นาที ปรุง 15 นาที

  • ปลาทูย่างแกะเอาแต่เนื้อ 1 ตัว
  • กุ้งเผาแกะเอาแต่เนื้อฉีกเป็นเส้น 3 ตัว
  • เนื้อปลานิลหั่นเต๋าจีให้สุก 60 กรัม
  • หอมเล็กเผาปอกเปลือกหั่นเป็นเส้น 5 หัว
  • กระเทียมกลีบใหญ่เผาปอกเปลือกซอยบาง 15 กลีบ
  • พริกหนุ่มย่างสุกลอกเปลือกตัดเป็นท่อนขนาด 1 ซม. 8 เม็ด
  • พริกชี้ฟ้าแดงเขียวเหลือย่างสุกลอกเปลือกตัดเป็นท่อนขนาด 1 ซม. ชนิดละ 1 เม็ด
  • เห็ดหอมสดย่างจนหอมหั่นเต๋า 3 ดอก
  • ข่าซอยนำไปคั่วให้เหลือง 1 ช้อนชา
  • รากผักชีคั่วให้เหลือง 1 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • เกลือเล็กน้อย
  • ผักเครื่องเคียงได้แก่ ฟักแม้วลวกสุก ยอดตำลึงลวก ถั่วพู ดอกโสน ผักแว่น มะเขือพวง ดอกแค

วิธีทำ

โขลกข่า รากผักชี และเกลือเล็กน้อยรวมกันจนละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ คนให้ละลาย ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มนำ หวานเล็กน้อย ใส่ลงคลุกกับเครื่องทุกอย่างอย่างเบามืออย่าให้เละ ตักใส่ถ้วย รับประทานกับผักเครื่องเคียง

สรรพคุณวัตถุดิบ

  • กระเทียม : ลดไขมันในเลือดและช่วยเสริมฤทธิ์ในการลดน้ำตาลในเลือด
  • ข่า : มีวิตามินบี ฟอสฟอรัส วิตามินซี เส้นใย แก้อาการปวดมวนท้อง ขับลม
  • ดอกแค : มีวิตามินเอ บำรุงสายตา วิตามินบี 1 และ 2 ช่วยบำรุงประสาท วิตามินซีแก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ไข้หัวลม ดับพิษร้อน
  • ตำลึง : มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา บำรุงประสาท ช่วยลดน้ำตาลในเลือดลดอาการแสบผิว
  • ปลาทู กุ้ง ปลานิล : ประกอบด้วยโปรตีน โอเมก้า 3 วิตามินบี 1, 6, 12 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา บำรุงสมอง บำรุงประสาท ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอป้องกันภาวะขาดสารอาหาร เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ
  • เห็ดหอม : เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยทำให้เลือดลมดี ป้องกันโรคหลอดเลือดตีบมีวิตามิน บี 1, 2 ช่วยให้ไตย่อยโคเลสเตอรอลได้ดี
  • พริกชี้ฟ้า : ขับลม ช่วยย่อย ช่วยสูบฉีดโลหิตและการไหลเวียนเลือดดีขึ้นช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดตีบ แก้ปวดเมื่อย

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 144.64 กิโลแคลอรี
โปรตีน 15.63 กรัม ไขมัน 2.29 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 14.53 กรัม ไฟเบอร์ 4.05 กรัม

เรื่องและสูตร : อาจารย์วันทนี ธัญญา เจตนธรรมจักร เรียบเรียง : สิทธิโชค ศรีโช ภาพ : พีระพัฒน์ พุ่มลำเจียก สไตล์ : Mangdoo ผู้ช่วยสไตล์ : ณัฐธยาน์ ภู่ทอง

keyboard_arrow_up