เกี๊ยวทอดดอกเบญจมาศ เมนูไอเดียเด็ด อร่อยกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน!

เกี๊ยวทอดดอกเบญจมาศ
เกี๊ยวทอดดอกเบญจมาศ

เกี๊ยวทอดดอกเบญจมาศ ซ้อนแป้งเกี๊ยวหลาย ๆ ชั้นวางไส้เกี๊ยวด้านบน แล้วใช้กรรไกรตัดชายแป้งรอบ ๆ ไส้เกี๊ยวเป็นริ้วเสร็จแล้วนำลงทอด ดอกเบญจมาศก็บานเบ่งเต็มกระทะเลย

เกี๊ยวทอดดอกเบญจมาศ

ส่วนผสม (สำหรับเกี๊ยวเบญมาศ10 ชิ้น) เตรียม 20 นาที ปรุง 45 นาที

  • ไส้เกี๊ยว 1 ถ้วย
  • แป้งเกี๊ยว 50 แผ่น
  • น้ำเปล่าสำหรับติดแป้งเกี๊ยวเล็กน้อย
  • น้ำมันสำหรับทอดตามควร
  • ซอสพริกหรือน้ำจิ้มบ๊วยตามชอบ

ส่วนผสมไส้เกี๊ยว

  • เนื้อกุ้งทะเลตบด้วยปังตอกับเขียงให้แตก ½ ถ้วย
  • เนื้อไก่บด ½ ถ้วย
  • มันหมูแข็งหั่นเต๋าเล็ก ½ ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่หั่นเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • รากผักชีสับ ½ ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยขาวป่น ¼ ช้อนชา
  • น้ำตาล ¼ ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ทำไส้เกี๊ยวโดยสับมันหมูกับเนื้อไก่รวมกัน นำไปนวดด้วยมือรวมกับเนื้อกุ้งที่ตบด้วยปังตอแล้วใส่ส่วนผสมอื่น ๆ ปรุงรสให้เข้ากัน นำไปใช้ได้
2. เลือกแผ่นเกี๊ยวมา 5 แผ่น ใช้น้ำแต้มตรงกลางแผ่นเกี๊ยวแผ่นแรก แล้ววางแผ่นเกี๊ยวแผ่นที่สองทับลงไป ทำเช่นเดิมกับเกี๊ยวแผ่นที่ 3 4 5 ใช้นิ้วหัวแม่มือกดตรงกลางแผ่นเกี๊ยวทั้งหมดให้ติดกัน ตักไส้เกี๊ยวใส่ลงตรงกลางเกี๊ยวแผ่นบนสุดจากนั้นใช้กรรไกรตัดชายแป้งรอบ ๆ เป็นริ้ว (ปลายกรรไกรติดกับขอบไส้เกี๊ยว) แล้วใส่ลงทอดในน้ำมันท่วม ๆ ด้วย ไฟกลาง ริ้วแป้งจะบานขึ้นเป็นกลีบดอกไม้หุ้มไส้เกี๊ยวเองใช้ตะเกียบไม้กดตรงกลางเกี๊ยวเพื่อกดแป้งเกี๊ยวให้จมน้ำมันรอจนแป้งเกี๊ยวสุกกรอบเป็นสีทอง ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมันเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม

เบญจมาศ ตัวแทนแห่งความรักที่คงทนยั่งยืน คนญี่ปุ่นเรียกดอกเบญมาศว่า คิกุโนะฮานะ แปลว่า ดอกไม้ของคิกุ ตามตำนานว่า หญิงสาวนามว่าคิกุ กำลังจะแต่งงาน จึงเสี่ยงทายกับเทวดาว่า จะได้ครองคู่กับสามีกี่ปี เทวดาจึงตอบกลับว่า จำนวนปีในการครองคู่ของเธอเท่ากับกลีบดอกไม้ที่นำมาบูชาเทวดา เธอจึงพยายามเสาะหาดอกไม้ที่มีกลีบมากที่สุด แต่ก็ได้แค่ 17 กลีบ ด้วยความฉลาด คิกุจึงใช้มีดกรีดกลีบดอกไม้ดังกล่าวออกเป็นฝอยเล็กๆ จนนับไม่ถ้วน จึงได้ครองคู่กับสามีชั่วกาลนาน

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 182.02 กิโลแคลอรี
โปรตีน 4.28 กรัม ไขมัน 13.39 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 11.07 กรัม ไฟเบอร์ 0.02 กรัม

เรื่องและสูตร : ครัว H&C ภาพ : จิรวัฒน์ มหาทรัพย์ถาวร สไตล์ : ปรางรัตน์ ฤกษ์สง่า

keyboard_arrow_up