ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ : พระมหากรุณาธิคุณด้านสาธารณสุข

คาถาถวายพระราชกุศล
คาถาถวายพระราชกุศล

พระมหากรุณาธิคุณด้านสาธารณสุข

 

 ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

“แม้พ่อหลวงจากไป แต่ความรัก ความเมตตา และความปรารถนาดีจากพระองค์ท่านจะยังคงอยู่ในหัวใจคนไทยไปตลอดกาล” เช่นเดียวกับพระราชกรณียกิจ เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระชนม์ชีพอีกมากมายที่ก่อร่างสร้างประเทศให้ยังคงปรากฏแก่สายตาจนถึงทุกวันนี้

นิตยสารชีวจิต ขอร้อยเรียงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อประชาชนผ่านตัวอักษร เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี

“…การรักษาความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายเป็นปัจจัยของเศรษฐกิจที่ดีและสังคมที่มั่นคง เพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้นโดยปกติจะอํานวยผลให้สุขภาพจิตใจสมบูรณ์ และเมื่อมีสุขภาพสมบูรณ์ดีพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ย่อมมีกําลังทําประโยชน์สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมของบ้านเมืองได้เต็มที่ ทั้งไม่เป็นภาระแก่สังคมด้วยคือเป็นผู้แต่งสร้างมิใช่ผู้ถ่วงความเจริญ…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2522

สุขภาพและคุณภาพชีวิตของพสกนิกรเป็นสิ่งซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใส่พระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประชาชนจะมีความสุขได้ย่อมเริ่มมาจากการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพื่อเป็นกําลังอันสมบูรณ์ให้แก่ประเทศชาติ เกิดเป็นโครงการต่าง ๆ มากมายที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างพลานามัยที่สมบูรณ์ให้แก่ประชาชน

คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ที่พึ่งพาด้านสุขภาพของชุมชนในกรุงเทพมหานคร

คลินิกที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาเป็นประจำทุกวันนี้ ตั้งอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งมีประชาชนเข้ารับบริการมากมาย แต่จะมีใครรู้ไหมว่า ที่นี่คือโรงพยาบาลของพ่อ

ปัจจุบันคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนามีผลการดําเนินงานเป็นที่น่าพอใจและมีแผนที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อเป็นตัวกลางในการดูแลสุขภาพของราษฎรแทนพระองค์

คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา เลขที่ 159 ถนนประดิษฐ์มนูธรรมแขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2308-7600

มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อคนไทยหัวใจแข็งแรง

มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คือองค์กรที่มุ่งหวังในการมอบสุขภาพและหัวใจที่แข็งแรงแก่ประชาชน เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นกําลังสําคัญให้แก่ประเทศชาติ

เจลลี่โภชนา อาหารพระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ขึ้น จึงเกิดเป็นโครงการนวัตกรรมอาหารสําหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง แหล่งผลิตพืชผลปลอดสารเพื่อคนไทย

โครงการสนับสนุนและช่วยเหลือชาวเขาและผู้ทุกข์ยากในถิ่นทุรกันดาร สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดยมูลนิธิโครงการหลวงจัดตั้งขึ้นเพื่อวิจัยผลผลิตและพันธุ์พืชเมืองหนาวสร้างรายได้แก่คนท้องที่ และช่วยให้คนทั่วไปมีทางเลือกในการบริโภคอาหารปลอดสารเคมี

“…การแพทย์และการสาธารณสุขเป็นพื้นฐานที่สําคัญยิ่งอย่างหนึ่งของการพัฒนาประเทศ ไม่มีประเทศใดในโลกจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากประชากรในประเทศนั้น ๆ ยังมีสุขภาพพลานามัยไม่ดีพอ…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจําปี พ.ศ. 2539 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2540

อ่างขางอ่านต่อหน้าที่ 2

 

หน่วยแพทย์พระราชทาน แก้ปัญหาสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล

โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน 

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้แพทย์ประจำพระองค์คณะแพทย์ตามเสด็จ หน่วยแพทย์หลวงของสำนักพระราชวัง และคณะแพทย์อาสาจากหน่วยงานต่าง ๆ ออกให้การรักษาพยาบาล และให้คำแนะนำในการป้องกันโรค ดูแลสุขภาพกับประชาชน

โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน

เพื่อตรวจรักษาประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และถ้าจำเป็นก็จัดส่งไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯแปรพระราชฐานไปประทับสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

โครงการอบรมหมอหมู่บ้าน 

เริ่มต้นครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยการคัดเลือกอาสาสมัครตามหมู่บ้านมาเข้ารับการอบรมด้าน

สาธารณสุขมูลฐาน ในเรื่องการดูแลสุขภาพอนามัยเบื้องต้น โภชนาการแม่และเด็ก และการรักษาพยาบาล

เบื้องต้นอย่างง่าย ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้พอที่จะดูแลสุขภาพตนเอง ทั้งสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขให้กับชุมชนท้องถิ่นของตนเอง

โครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์

เป็นโครงการที่ทรงศึกษาเป็นการส่วนพระองค์กับผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์สาขาต่าง ๆ เมื่อได้ผลดีแล้วจึงทรงนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน

โครงการแพทย์ หู คอ จมูก พระราชทาน

ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหน่วยแพทย์อาสาสมัครออกไปประจำในโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่เสด็จฯแปรพระราชฐานไปประทับ โดยอาศัยแพทย์หู คอ จมูก อาสาจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลประจำจังหวัดนครราชสีมา และโรงพยาบาลประจำจังหวัดนครพนม

โครงการศัลยแพทย์อาสาราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

อาสาสมัครกลุ่มศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ที่มีความชำนาญในสาขาต่าง ๆ จากโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นต้น ไปผ่าตัดรักษาผู้ป่วยตามโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่เสด็จฯแปรพระราชฐานไปประทับ โดยทำงานร่วมกับหน่วยแพทย์พระราชทาน

โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทางน้ำพระราชทาน 

คือ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการดูแลสุขภาพ ในกลุ่มประชาชนที่อยู่อาศัยริมแม่น้ำลำคลองหลายสายในตำบลต่าง ๆ ด้วยเรือหลวงพระราชทาน “เวชพาหน์”

หน่วยทันตกรรมพระราชทาน เพื่อสุขภาพช่องปากของประชาชนยากไร้

ย้อนกลับไปในอดีต สมัยที่ทั้งประเทศไทยยังมีทันตแพทย์เพียง 2,600 คน และในต่างจังหวัดจะมีทันตแพทย์เฉพาะในโรงพยาบาลประจำจังหวัดบางแห่งเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเล็งเห็นถึงความทุกข์ร้อนของประชาชนที่ต้องทนทรมานจากอาการปวดฟัน โดยไม่มีทันตแพทย์คอยดูแล จึงมีพระราชดำรัสกับ ศาสตราจารย์พันโทสี สิริสิงห ทันตแพทย์ประจำพระองค์ ว่า

“ฉันต้องการให้หมอช่วยไปดู

แลบำบัดทุกข์ให้แก่เด็กนักเรียนและประชาชนที่อยู่ห่างไกลหมอ” และได้พระราชทานคำแนะนำว่า

“การจะให้ราษฎรที่ยากจนที่มีปัญหาเรื่องฟันหยุดการทำนาทำไร่ เดินทางไปหาหมอนั้น เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง ในทางตรงกันข้ามหากเป็นการให้บริการเคลื่อนที่ไปสู่ประชาชนก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้ทางหนึ่ง”

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มุ่งออกไปให้บริการทางทันตกรรมแก่ประชาชนที่ยากจนและอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดสร้างรถยนต์ทำฟันเคลื่อนที่หนึ่งคัน เพื่อใช้เป็นหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ส่วนพระองค์ และพระองค์ก็ทรงเจิมรถทันตกรรมพระราชทานคันแรกเพื่อเป็นสิริมงคล เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2513 ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในปัจจุบันนี้มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือที่รู้จักกันในนาม พอ.สว. ได้มาร่วมกับโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ และได้ขยายวงการรักษาพยาบาลออกไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

รางวัลที่สถาบันต่างๆ

จัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ด้านสาธารณสุขและการแพทย์ ได้แก่

  •  เหรียญทองในฐานะที่ทรงเป็นทั้งผู้นำผู้บุกเบิก และผู้ดำเนินงานโครงการควบคุมปัญหาการขาดสารไอโอดีนในประเทศไทยโดย The International Council for Control of Iodine Deficiency Disorders เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2540
  •  เหรียญทองสดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยสุขภาพปอดของประชาคมโลกโดยสหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน

พ.ศ. 2541

  •  รางวัล The Partnering for World Health Award เพื่อแสดงความชื่นชม และสำนึกในพระวิริยอุตสาหะที่ทรงสนับสนุนให้มีการป้องกันและรักษาโรคทรวงอกในประเทศไทย และเพื่อเทิดพระเกียรติการทรงงาน เพื่อสุขภาพและพลานามัยของปวงชนชาวไทยโดยวิทยาลัยแพทย์รักษาโรคทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
  •  เหรียญทองสาธารณสุขเพื่อมวลชน (Health-for-All)  ในฐานะที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางด้านการสาธารณสุขของประเทศ และเพื่อความกินดีอยู่ดีของชาวไทย โดยองค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535

จาก คอลัมน์ตามรอยพ่อหลวง  นิตยสารฉบับ 435 (16 พฤศจิกายน 2559)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

หน่วยแพทย์พระราชทาน แก้ปัญหาสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล

หน่วยทันตกรรมพระราชทาน น้ำพระราชหฤทัยของในหลวงรัชกาลที่ 9

เจลลี่โภชนา อาหารพระราชทาน เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

มูลนิธิหัวใจ น้ำพระราชหฤทัยเพื่อคนไทยแข็งแรง

keyboard_arrow_up