9 ประโยชน์อารมณ์ขัน ช่วยอายุยืน

9 ประโยชน์ของการเป็นคน อารมณ์ขัน

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานชัดเจนมายืนยันได้ว่าการเป็นคน อารมณ์ขัน จะช่วยยืดเวลาการมีชีวิตออกไปได้ แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็ช่วยต่อคุณภาพชีวิตในแต่ละปีให้ดียิ่งขึ้น เพราะเสียงหัวเราะนี่แหละที่เป็นเครื่องมือเพียงชิ้นเดียวที่จะนำความรื่นรมย์มาสู่ชีวิตคุณได้

นอร์แมน คูซิน อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Saturday Review ถือเป็นคนแรกๆ ที่ได้ทำการศึกษาเรื่องศักยภาพการบำบัดโรคของอารมณ์ขัน หลังจากพบว่าอาการข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบของเขาเอง (ที่แพทย์บอกว่าอาจจะรักษาไม่หาย) มีอาการดีขึ้นจากการได้หัวเราะบ่อยๆ และผันตัวเองไปเป็นอาจารย์พิเศษที่โรงเรียนแพทย์แห่ง UCLA เพื่อก่อตั้งองค์กรที่ทำการศึกษาวิจัยเรื่องอารมณ์ขันบำบัดขึ้นมาโดยเฉพาะ

ศาสตราจารย์เฮนรี่ เดอ มอนเดอวิลล์ นักวิชาการชาวอเมริกัน ก็เคยกล่าวเอาไว้ตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 1300 ว่า ผู้เป็นแพทย์ควรจะมีหน้าที่ดูแลแค่เพียงกฎเกณฑ์การออกกำลังกายและการกินอาหารเท่านั้น ส่วนการนำความสดชื่นรื่นรมย์มาสู่ผู้ป่วย จงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของญาติสนิทมิตรสหายของคนไข้ ด้วยการเล่าเรื่องขำขันให้เขาฟังและเหล่านี้คือ ประโยชน์ของอารมณ์ขันต่อสุขภาพ

อารมณ์ขัน

  • ช่วยลดความเจ็บปวด โรงพยาบาลในต่างประเทศหลายแห่งจัดโปรแกรมการรักษาด้วยอารมณ์ขันขึ้นมาสำหรับคนไข้ โดยเฉพาะคนไข้โรคเรื้อรังและโรคมะเร็ง เพราะนี่เป็นยาวิเศษขนานใหญ่ที่จะช่วยให้คนไข้มีความหวังและผ่านพ้น ความเจ็บปวดทรมานไปได้อย่างดีที่สุด
  • ช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้น อารมณ์ขันเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมอารมณ์ของแต่ละวัน ช่วยกำจัดความเครียด ยิ่งสำหรับคนป่วยแล้ว อารมณ์ที่ดีจะช่วยให้พวกเขาฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อความตึงเครียดลดลง กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย ระบบต่างๆในร่างกายก็ทำงานได้ดีขึ้น
  • ช่วยให้ภูมิชีวิตแข็งแรง ช่วยเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพของเซลล์ nk (natural killer cell) ให้ทำงานได้ดี และมีความพร้อมในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมได้มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถลดปริมาณฮอร์โมนความเครียด ความดันโลหิต และลดความเจ็บปวดได้อย่างดีด้วย
  • ช่วยการทำงานของหัวใจ การเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่จะเป็นการออกกำลังหัวใจได้อย่างดีที่สุด โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุและคนไข้ที่ไม่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้ เพราะการหัวเราะจะกระตุ้นให้ร่างกายเรียนรู้และสร้างรูปแบบการหายใจที่เป็นลักษณะเฉพาะขึ้นมา ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบหายใจ
  • ลดโอกาสเสี่ยงปอดติดเชื้อ หากยิ่งได้หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งด้วยแล้ว ก็จะยิ่งดีมาก เพราะนั่นเป็นวิธีการทำให้ปริมาณไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ที่ตกค้างอยู่ในปอดลดลงก่อนจะแทนที่ด้วยอากาศใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยออกซิเจนเมื่อเราหายใจเข้าไป ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือ ปอดมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อลดลง
  • ช่วยลดความก้าวร้าว ทฤษฎีทางจิตเวชในระยะแรกๆ มองว่า การหัวเราะเป็นการปลดปล่อยความก้าวร้าวและความเป็นศัตรู การพูดตลกและล้อเล่นจึงเป็นวิธีแสดงความคิดต้องห้ามอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึก รวมทั้งเป็นการระบายความรู้สึกต่อต้านสังคม
  • นอกจากนี้อารมณ์ขันและการหัวเราะยังเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าทางสังคม เพราะทำให้เราผ่อนคลาย ไม่ต้องเกร็ง ระวังตัว และพร้อมรับสถานการณ์ใหม่ๆ
  • ช่วยปลดปล่อยความประหลาดใจ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่า อารมณ์ขันเกิดขึ้นเพราะความไม่ลงรอยกัน (incongruity) เราคาดว่าสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้น แล้วก็ต้องตกใจเมื่อกลายเป็นอีกสิ่ง แต่พอรู้ว่าไม่มีอันตรายอะไร เราก็หัวเราะเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกประหลาดใจนั้น คำพูดตอนจบของเรื่องหรืออากัปกิริยาที่ไม่คาดคิดทำให้เราหัวเราะออกมาได้

นอกจากนี้ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ประธานคณะกรรมการตัดสินการประชันที่สุดของเสียงหัวเราะ ที่จัดโดยพิพิธภัณฑ์ริปลีย์ (ประเทศไทย) ได้บอกเล่าถึงผลดีผลเสียของการหัวเราะอย่างถูกวิธีว่า

  • ช่วยให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น การหัวเราะจะช่วยเคาะทุกข์โรคออกจากชีวิต ทั้งโรคทางกายและโรคทางจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคทางจิต อาทิ โรควิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคระแวง โรคซึมเศร้า ซึ่งโรคเหล่านี้จะเกิดจากภาวะความจริงจัง ยึดติดความทุกข์ และโรคที่ผู้หญิงนิยมเป็นมากที่สุดคือ โรคปวดท้อง โรคใจสั่นง่าย ซึ่งโรคเหล่านี้การหัวเราะจะช่วยได้ ช่วยให้มีความมั่นใจขึ้นมีอารมณ์หนักแน่นขึ้น
  • ช่วยผ่อนคลายเส้นประสาทต่างๆ การเปล่งเสียงออกมาจากร่างกายมนุษย์เพื่อช่วยให้เส้นประสาทอ่อนตึงลงทำได้จากหลายจุด อาทิ ออกจากปาก คอ อก ท้อง นอกจากการเปล่งเสียงออกจากส่วนต่างๆของร่างกายจะช่วยลดความตึงเครียดของเส้นประสาทแล้วการหัวเราะยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งซึ่งจะทำให้เรามีสุขภาพดี

 

ข้อมูลจากนิตยสารชีวจิต คอลัมน์เรื่องพิเศษ

keyboard_arrow_up