5 วิธีดูแลสุขภาพ ตำรับสาวญี่ปุ่น เพื่อหุ่นเปะปัง ผิวขาวเปล่งประกาย

5 วิธี สวยสไตล์ญี่ปุ่น

ผู้หญิงผิวขาว แบบที่เปรียบได้ว่า “ผิวขาวราวหยวกกล้วย” ใบหน้าสะอาดสะอ้านหมดจด รูปร่างเพรียวบางน่ารัก แต่งกายตามสมัยนิยม สวยสไตล์ญี่ปุ่น

ความเป็นจริงไม่ผิดจากนี้เท่าไรหรอกค่ะ แต่ที่น่าทึ่งคือ ผู้หญิงญี่ปุ่นตั้งแต่วัยรุ่นวัยเรียนไปจนถึงคุณยายที่จูงหลาน ๆ ไปสวนสนุก ยังรักษาผิวขาวเปล่งปลั่งไว้ได้อย่างน่าอิจฉา เดินกลางแสงแดดจัดได้โดยต้องไม่กังวลว่าผิวจะเสีย

อดไม่ได้จึงรีบไปกระซิบถามเคล็ดลับมาเสริมเติมสวยกันค่ะ

1. เดินเร็วไปขึ้นรถ  

เวลาประมาณ 7.00 – 9.00 น. จะเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นออกจากบ้านเพื่อขึ้นรถไฟไปทำงานกันค่ะ

ผู้เขียนเคยไปยืนสังเกตอยู่ที่สถานีโตเกียว (Tokyo Station) คนมากมายเดินกันรวดเร็ว โดยเฉพาะสาวญี่ปุ่น มือหนึ่งหิ้วกระเป๋าใส่กล่องข้าวและน้ำดื่ม บนไหล่สะพายกระเป๋าอีกใบ สวมรองเท้าส้นสูงก้าวอย่างกระฉับกระเฉงสง่างาม บ่งบอกได้ว่านี่คือสิ่งที่ปฏิบัติอยู่เป็นนิจ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เทพ หิมะทองคำ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่างแนะนำว่าในแต่ละวันควรเดินเร็ว ๆ จนหัวใจเต้นแรงและมีเหงื่อออก

“การเดิน” ที่พอเหมาะในแต่ละวันช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จนได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็น “การออกกำลังกายที่ปลอดภัย”

นอกจากนี้การเดินยังช่วยขับสารพิษทางรูขุมขน เพิ่มออกซิเจนเข้าไปในกระแสเลือด และช่วย

ให้มีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดค่ะ

  • เดินเร็วให้ได้ประมาณ24ก้าวต่อวินาที ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 – 45 นาที ติดต่อกัน

5 – 6 วันต่อสัปดาห์ แล้วแต่ความสะดวก และเว้น 1 วันเพื่อพักผ่อนร่างกาย

  • หลังการเดินให้ยกหัวเข่าขึ้น ใช้ปลายนิ้วมือนวดน่องและต้นขา คลายอาการเกร็งกล้ามเนื้อเนื่องจากการเดินเร็ว ลดปวดเมื่อยหรืออ่อนล้า และช่วยให้ผิวกระชับ
  • หรือหลังจากถอดรองเท้าและถุงเท้า ควรแช่เท้าในน้ำอุ่นจัดที่ผสมน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำส้มสายชูธรรมชาติ 5 – 10 นาที น้ำอุ่นจะช่วยผ่อนคลายพร้อมกับลดเชื้อโรคและกลิ่นไม่พึงประสงค์จากฝ่าเท้า

สวยสไตล์ญี่ปุ่น

  1. ดื่มชาเขียววันละ34แก้ว

มาซาชิโอโมริ รองประธานสมาคมผู้สอนด้านชาญี่ปุ่น และ ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยสตรีโอสึมะ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยคีวชู และมหาวิทยาลัยประจำจังหวัดชิชุโอะกะ ได้เสนอผลการศึกษาถึงพื้นที่ซึ่งมีการดื่มชาเขียวกันมากว่ามีอัตราการเกิดโรคมะเร็งต่ำ เพราะชาเขียวมีสารแอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine) ชนิดหนึ่ง ชื่อว่าคาเทชิน (Catechin) ออกฤทธิ์ช่วยต้านฟรีแรดิคัล และสารชนิดนี้ยังช่วยยับยั้งการดูดซึม

และย่อยอาหารประเภทแป้ง ลดไขมันในเลือด นอกจากนั้นในชาเขียวยังมีวิตามินซี ซึ่งช่วยให้ผิวพรรณสดใสด้วยค่ะ สาว ๆ ญี่ปุ่นจะนิยมดื่มชาเขียวร้อนระหว่างมื้อหรือหลังอาหาร

  • เลือกชาให้ถูก ชาญี่ปุ่นมี 8 ชนิด (ชาเซนฉะ ชามัตฉะ ชาบันฉะ ชาเจนมัยฉะ ชาคิคุฉะ ชาเกียะคุโระฉะ ชาเมะฉะ ชาโฮจิฉะ) ในใบแห้งของชาเขียวจะมีปริมาณสารคาเทชินอยู่ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์ การดื่มชาเซนฉะ 1 ถ้วย จะได้รับสารคาเทชิน 150 – 300 มิลลิกรัม (ควรดื่ม 3 – 4 ถ้วยต่อวัน)
  • ควรเทชาใส่ภาชนะสะอาดปิดฝาให้แน่นและนำใส่ตู้เย็น หากต้องการเก็บชาเขียวชงสำเร็จไว้ดื่มหลายวัน  ห้ามเก็บค้างไว้ในกระติกต้มน้ำร้อน
  • แนะนำให้กินกับโยเกิร์ตธรรมชาติไขมันต่ำถ้าไม่ชอบรสขมฝาดของชาเขียว โดยโรยผงชาประมาณครึ่งช้อนชา คนให้เข้ากัน หรือใส่แอ๊ปเปิ้ลและสับปะรดหั่นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มใยอาหาร

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

สวยสไตล์ญี่ปุ่น

3. ล้างหน้าพร้อมบำรุง

“การล้างหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยวิธีที่ถูกต้อง”เป็นกุญแจสำคัญสู่ผิวสวยค่ะ หากจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ขอแนะนำร้าน Matsumoto Kiyoshi ซึ่งขายสินค้าหลายชนิดและโด่งดังมากค่ะ โดยเฉพาะ

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งคนขายชาวญี่ปุ่นแนะนำว่า

ถ้าเป็นคนผิวแห้งหรือผิวธรรมดาควรใช้คลีนซิ่งออยล์หรือคลีนซิ่งมิลค์ เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นผิวไม่แห้งตึงและไม่ระคายเคือง

ส่วนคนผิวผสมหรือผิวมันควรใช้คลีนซิ่งมิลค์หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันมาก ๆ

แต่ถ้าใช้คลีนซิ่งออยล์แล้วชอบโดยไม่แพ้และไม่เป็นสิวสามารถสลับใช้ได้ในบางวันค่ะ

  • หยดเมคอัพรีมูฟเวอร์ลงบนสำลีเพื่อเช็ดเครื่องสำอางที่ริมฝีปากและรอบดวงตา
  • กดคลีนซิ่งมิลค์หรือคลีนซิ่งออยล์45ครั้งลงบนฝ่ามือ ทาให้ทั่วใบหน้าและนวดเบา ๆ ประมาณ 30 – 60วินาที เพื่อให้คลีนซิ่งเริ่มทำงาน
  • ใช้สำลีชุบน้ำและบีบให้หมาดเช็ดคลีนซิ่งออกจากผิว
  • ล้างหน้าด้วยเจลหรือโฟม (ใช้เพียงเล็กน้อย) เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างและถนอมผิวไม่ให้แห้งตึง

4. แช่น้ำเปิดรูขุมขน

เหตุผลที่คนญี่ปุ่นนิยมแช่อนเซ็น (onsen) จนเป็นวัฒนธรรมเลื่องชื่อในปัจจุบัน เพราะการแช่น้ำร้อนจะฟื้นฟูกายและใจที่เหนื่อยล้าได้ค่ะ โดยอุณหภูมิน้ำช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการปวดหลังและไหล่ขับพิษและสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน แร่ธาตุในน้ำจากธรรมชาติช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและบำรุงผิวพรรณ

สำหรับผู้อ่านที่อยากใช้น้ำเปิดรูขุมขน ขับเหงื่อและผ่อนคลายร่างกาย แต่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร

ชีวจิต เสนอวิธีง่าย ๆ ค่ะ สิ่งสำคัญคือ ควรพิถีพิถันอาบน้ำให้สะอาดและบำรุงผิวเป็นกิจวัตร เท่านี้ผิวกาย

เนียนสวยแน่นอนค่ะ

  • เปิดน้ำร้อนใส่อ่างอาบน้ำ จุดเทียนวางไว้รอบ ๆ หยดน้ำมันหอมระเหยโดยเลือกกลิ่นตามชอบ
  • ปรับอุณหภูมิร่างกายโดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนในอ่าง บิดหมาด ๆ และเช็ดผิว หรือรอให้น้ำอุ่นพอจะแช่ได้จึงลงนั่งแช่ ให้น้ำอยู่ระดับเอวหรือลิ้นปี่
  • ปล่อยให้เหงื่อออกประมาณ1015นาที จึงเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างจนนอนแช่ได้ถึงลำคอ
  • หลังแช่น้ำควรอาบน้ำอุณหภูมิปกติ เพื่อกระชับรูขุมขน เช็ดตัวให้แห้ง ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายเพื่อป้องกันริ้วรอยและผิวแห้งแตก
  1. ขยัน…พอกกินทา

พอกหน้า หรือมาสก์หน้าทำได้ทุกวัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกและเวลา ควรใช้สมุนไพรธรรมชาติ เพราะนอกจากจะบำรุงผิวล้ำลึก ยังไม่ต้องกังวลกับอาการระคายเคืองหรือผื่นแพ้ เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับจุดประสงค์ในการบำรุง ทั้งฟื้นฟูผิวกระจ่างใส ปกป้องริ้วรอย หรือยกกระชับผิว เพื่อผลลัพธ์ดีเยี่ยมคุ้มค่าค่ะ

เสริมวิตามินบำรุง สำคัญมากค่ะ เพราะแม้แต่ร้านสะดวกซื้อข้างถนนในประเทศญี่ปุ่นยังมีเครื่องดื่มผสมวิตามินวางขายเยอะมากๆ ที่นิยมคือลูกอมผสมวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม เห็นหนุ่มสาวญี่ปุ่นพกไว้ในกระเป๋าทุกคนค่ะ

ทาครีมหรือโลชั่นกันแดด เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและฟรีแรดิคัลค่ะ การเลือกใช้ต้องดูที่ค่า SPF (Sun Protection Factor) ซึ่งเป็นค่าที่บอกได้ว่า แสงอาทิตย์ 100 เปอร์เซ็นต์จะผ่านลงมากระทบผิวหนังได้เท่าไรคิดโดยนำ 100 หารด้วยค่า SPF จะเท่ากับจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่แสงถูกผิวจึงควรทาบ่อย ๆ และเลือกค่า SPF ให้เหมาะกับกิจวัตรประจำวันค่ะ

  • ควรทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดก่อนพอกหน้า อาจขัดผิวหน้าเบา ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าผสมข้าวโอ๊ตบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะเพื่อเปิดผิวรับการบำรุง
  • หลังพอกทั่วหน้าให้ตัดแร็ปสำหรับห่ออาหารเท่าขนาดใบหน้าเจาะรูตรงตำแหน่งจมูกคลุมทับผิว นอนราบประมาณ 10 – 15 นาที
  • การทาผลิตภัณฑ์เพื่อกันแดด ควรใช้ขนาดเท่าถั่วเหลือง 2 – 3 เมล็ด ถ้าไม่ชอบทาหนา ๆ ควรเลือกที่มีค่า SPF สูงๆ

 

ข้อมูลจาก คอลัมน์ชีวิต+ นิตยสารชีวจิด

 

 

keyboard_arrow_up