3 สาเหตุร้าย คร่าชีวิตชายไทย

3 สาเหตุร้าย คร่าชีวิตชายไทย
3 สาเหตุร้าย คร่าชีวิตชายไทย

สาเหตุการเสียชีวิต ของชายไทย

‘การเสียชีวิต’ เป็นสิ่งที่ทุกคนกลัวและต้องการหลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นเรามารู้ถึง สาเหตุการเสียชีวิต ของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชายไทย เพื่อที่จะได้ป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

  1. อุบัติเหตุคร่าชีวิตชายไทย

ประชากรชายวัยทำงานคือวัยที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ แต่น่าเสียดาย ที่ความหนุ่มแน่นต้องถูกพรากไปทั้งโดยตั้งใจและด้วยเหตุบังเอิญที่สุดวิสัยจะควบคุม เนื่องเพราะชายวัยนี้มักมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยความโลดโผน และนิยมตัดสินปัญหาด้วยความรุนแรง จึงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยสาเหตุต่างๆ ทั้งอุบัติเหตุ อาชญากรรม และฆาตกรรม

รองศาสตราจารย์ น.พ.ประเสริฐ อัสสันตชัยกล่าวว่า หากนับตามสถิติการเสียชีวิตของชายวัย 20 – 35 ปีแล้ว อุบัติเหตุทางรถยนต์บนท้องถนนถือว่านำลิ่วมาเป็นอันดับหนึ่ง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความประมาทเลินเล่อ เมาแล้วขับ ดังจะเห็นได้จากสถิติการเสียชีวิตบนท้องถนนในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา การป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุก็ทำได้ไม่ยาก ดังนี้ค่ะ

การป้องกัน

–    คาดเข็มขัดนิรภัยเสมอเมื่อขับรถ

  • จัดที่นั่งในรถเฉพาะสำหรับเด็ก
  • ขับรถด้วยความระมัดระวัง
  • อย่าขับรถกระชั้นชิด
  • รักษากระจกรถและหน้าต่างรถให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
  • อย่าขับรถเมื่อร่างกายไม่พร้อม
  • อย่าวอกแวกขณะขับรถ
  • หมั่นเอารถไปตรวจสภาพสม่ำเสมอ
  • เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อมเสมอ

นอกจากการป้องกันดังกล่าวแล้วคาถาสำคัญที่เป็นยันต์ป้องกันอุบัติเหตุได้ชะงัดนักก็คือ เมาไม่ขับŽ และ (คนขับ) เมาไม่นั่งŽค่ะ

สาเหตุการเสียชีวิต

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

2. ไวรัสร้ายคร่าชีวิตวัยกลางคน

ชายกลุ่มวัย 35 – 60 ปีที่มักออกไปหาความสำราญนอกบ้านกับหญิงอื่นซึ่งไม่ใช่ภรรยาตนมีอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีสูงกว่าชายวัยอื่นๆ เนื่องเพราะไม่ใส่ใจที่จะป้องกันตัวเองอย่างจริงจังด้วยการสวมถุงยาง อนามัย กับเหตุผลเพียงว่าไม่มีความสุข หรือไม่ถนัด จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประสบปัญหาการติดเชื้อเอชไอวี และทำให้ชายวัยนี้ถูกคร่าชีวิตด้วยโรคเอดส์มากที่สุด จึงขอย้ำเตือนถึงภัยเอดส์กันอีกครั้ง

โรคเอดส์ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อเอชไอวี (HIV = Human Immunodeficiency Virus) เข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวและทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องจนไม่สามารถต่อสู้เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่เข้ามาในร่างกายได้

สาเหตุ เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่เข้าสู่ร่างกายของคนได้ 3 ทาง คือ

  1. ทางเพศสัมพันธ์
  2. ทางเลือด เช่น การรับหรือให้เลือด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  3. การแพร่จากแม่มาสู่ลูกอาการ อาการของผู้ป่วยโรคเอดส์ที่สังเกตได้ง่ายก็คือ

– อ่อนเพลีย เบื่ออาหารน้ำหนักลด

– มีไข้นานเป็นเดือนๆ

– ต่อมน้ำเหลืองโต

– ท้องเดินเรื้อรังจากโรคพยาธิ

– มีแผลในปากและตามผิวหนัง

– มีอาการทางสมอง เช่น ชัก อัมพาต

– เป็นโรคติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะปอดบวมจากพยาธิ เชื้อรา วัณโรค

– เป็นมะเร็งของต่อมน้ำเหลือง เม็ดเลือด และสมอง ฯลฯ

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดที่สามารถรักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้ การรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการรักษาโรคติดเชื้ออื่นๆที่แทรกซ้อน ซึ่งไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะผู้ป่วยขาดภูมิต้านทาน และมักเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อ

การป้องกัน

  1. ไม่สำส่อนทางเพศ ควรสวมถุงยางอนามัยเวลาร่วมเพศกับคนแปลกหน้า พยายามอย่าเปลี่ยนคู่นอนในหมู่รักร่วมเพศ อย่าร่วมเพศกับผู้ป่วยหรือสงสัยว่าเป็นโรคเอดส์
  2. ก่อนรับการถ่ายเลือดควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้บริจาคเลือดไม่มีเชื้อโรคเอดส์
  3. อย่าใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาดหรือร่วมกับผู้ติดยาเสพติด

รักเดียวใจเดียว คือคาถาสุดขลังและเกราะป้องกันภัยชั้นดีจากเอดส์Ž โรคร้ายภายใต้ร่มผ้าค่ะ

สาเหตุการเสียชีวิต

  1. บุหรี่ตัวร้ายทำลายวัยชรา

ในชายวัย 60 ปีขึ้นไป กลุ่มโรคที่มักพบได้บ่อยก็คือ โรคมะเร็ง รองลงมาคือโรคในระบบไหลเวียนเลือดและโรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน นอก จากนั้นคนวัยนี้ก็ยังมีโรคเฉพาะ คือโรค

เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เช่น ต่อมลูกหมากโต   มะเร็งต่อมลูกหมาก   มะเร็งอัณฑะ   เป็นต้น

รองศาสตราจารย์ น.พ.ประเสริฐกล่าวว่า ในอดีตหากไม่นับรวมโรคเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์แล้ว โรคที่พบมากในชายวัยนี้คือ โรคมะเร็งตับ แต่เชื่อไหมว่า…ปัจจุบันมะเร็งปอด (lung cancer) คือโรคที่กำลัง

คุกคามสมรรถภาพและชีวิตของประชากรชายวัยชราทั่วโลกเป็นอันดับหนึ่ง รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย

สาเหตุ

สาเหตุสำคัญที่ผู้ชายวัยนี้มักจะเป็นมะเร็งปอดคือสูบบุหรี่จัด ซึ่งจะเริ่มสูบมาตั้งแต่ช่วงเป็นวัยรุ่นและกลับใจเลิกตอนวัยกลางคน แต่ส่วนใหญ่เลิกไม่ได้ เพราะสูบหนักมากจนกระทั่งแก่ตัวก็ยังสูบอยู่และเมื่อเป็นมะเร็งปอดแล้วก็มีอัตราการหายที่ต่ำมาก จนเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของชายวัยนี้

นอกจากการสูบบุหรี่แล้วยังเกิดจากการทำงานที่ต้องสัมผัสกัมมันตภาพรังสีสารก่อมะเร็งต่างๆ อาการไอเรื้อรัง เป็นไข้หวัดแล้วไอไม่หาย เป็นต้น

อาการ

ในระยะเริ่มต้นอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย และค่อยๆ มีอาการเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ไอ และหายใจถี่ เจ็บหน้าอก และมีโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ เสียงแหบ ไอมีเสมหะ เสียงแหบ และอาจมีเลือดปน นอกจากนั้นก็มีน้ำหนักลด หอบและไอร่วมด้วย เหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าเริ่มเข้าสู่ห้วงอันตรายแล้ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

การป้องกัน

  1. ไม่สูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีการสูบบุหรี่
  2. ลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ผู้ที่ทำงาน ในโรงงานอุตสาหกรรมหรือเหมืองแร่ ควรมีผ้าปิดจมูก
  3. ใช้เคมีในการป้องกัน ทั้งสารที่มีในธรรมชาติและสังเคราะห์ เช่น แอลฟาโทโคฟิรอล เบต้าแคโรทีนธรรมชาติวิตามินเอ เป็นต้น

การสูบบุหรี่คือปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ของสาเหตุการเป็นมะเร็งปอด เมื่อรู้ดังนี้แล้วคุณยังจะดันทุรังสูบบุหรี่ต่อ หรือจะพยายามลด ละ และเลิกให้เด็ดขาดเพื่อรักษาชีวิตให้อยู่ต่อไปให้นาน

 

สำหรับผู้ (ชาย) ที่รักสุขภาพทั้งหลาย นอกจากจะระมัดระวังในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ด้วยการหยุดพฤติกรรมเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น วิธีหนึ่งซึ่งสามารถทำได้ง่ายที่ชีวจิตอยากแนะนำ คือ การดูแลภูมิชีวิตของตัวคุณให้แข็งแรง โดยการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งทำจิตใจให้แจ่มใส

เพราะถ้ามัวชะล่าใจว่า วงแขนกล้ามเป็นมัดๆ นั้นจะช่วยคุ้มกันโรคภัยให้คุณได้อย่างตลอดรอดฝั่งแล้วละก็ขอเตือนว่าคุณกำลังคิดผิดถนัดค่ะ

 

 

keyboard_arrow_up