สูตรน้ำคั้นแบบชีวจิต บำรุงเลือด ตับ ไต

สูตรน้ำคั้นแบบชีวจิต
สูตรน้ำคั้นแบบชีวจิต

สูตรน้ำคั้นแบบชีวจิต

สูตรน้ำคั้นแบบชีวจิต บำรุงเลือด ตับ ไต

คำถาม

พอดีมีเนื้องอกบริเวณลำไส้ ปรับอาหารเป็นอาหารสุขภาพ ตามแนวทางชีวจิตแล้ว อยากทราบวิธีทำน้ำเอนไซม์ และสูตรการรักษาโรคด้วยค่ะ

บ.ก.ขอหาคำตอบให้

ความจริงคุณผู้หญิงท่านนี้ถามเรื่องน้ำเอนไซม์ พร้อมกับเรื่องเนื้องอกในลำไส้ของเธอ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ฉะนั้นเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด จึงขอแบ่งตอบเป็น 2 ตอน โดยขอตอบเรื่องน้ำเอนไซม์ (enzyme juice) ก่อน และบ.ก.แอบปรับชื่อเรื่องให้เป็น “สูตรน้ำคั้นแบบชีวจิต” เพราะวิธีการทำน้ำเอนไซม์นั้นต้องใช้วิธีคั้น และการคั้นแบบนี้ อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิตเป็นคนแรกที่นำมาเผยแพร่ในบ้านเรา

อาจารย์สาทิสกล่าวไว้ในคอลัมน์เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต ปักษ์หนึ่งปีพ.ศ. 2545 ว่า เอนไซม์มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต ถ้าไม่มีเอนไซม์ก็ไม่มีชีวิต ฉะนั้นเอนไซม์จึงสำคัญ เป็นตัวกระตุ้นหรือเริ่มต้นให้วงจรหรือระบบต่างๆ ของชีวิตทำงาน ทั้งนี้เป็นไปด้วยจุดประสงค์ 2 ประการคือ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และเพื่อบำรุงส่งเสริมให้ระบบต่างๆ ของชีวิตทำงานดีขึ้น

น้ำเอนไซม์

ฉะนั้น อาจารย์สาทิสจึงแนะนำให้ใช้นำเอนไซม์ของผักผลไม้บางชนิด (โดยแต่ละชนิดทำงานแตกต่างกันไป) มาช่วยส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายมนุษย์ที่มีอยู่แล้ว ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ เอนไซม์จากผักผลไม้ถูกทำลายง่ายมาก ย้ำครั้งที่ 1 “เอนไซม์จากผักผลไม้ถูกทำลายง่ายมาก” ย้ำครั้งที่ 2 “เอนไซม์จากผักผลไม้ถูกทำลายง่ายมาก” การเคี้ยวกิน การปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้า หรือการปรุงสุก จึงเป็นการทำลายเอนไซม์จากผักผลไม้นั้นๆ

นอกจากนี้ การนำผักผลไม้หลายอย่างมาทำน้ำเอนไซม์รวมกัน เอนไซม์ที่แตกต่างของผักผลไม้แต่ละชนิด อาจทำลายเอนไซม์ของกันและกัน จึงต้องทำน้ำเอนไซม์ดื่ม ด้วยผักผลไม้ทีละอย่างเท่านั้น ย้ำครั้งที่ 1 “เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากเอนไซม์ของผักผลไม้แต่ละชนิด เราจำเป็นต้องทำน้ำเอนไซม์ดื่ม ด้วยผักผลไม้ทีละอย่างเท่านั้น” ย้ำครั้งที่ 2 “เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากเอนไซม์ของผักผลไม้แต่ละชนิด เราจำเป็นต้องทำน้ำเอนไซม์ดื่ม ด้วยผักผลไม้ทีละอย่างเท่านั้น

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

วิธีทำน้ำเอนไซม์

คุณสามารถเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. แบบดั้งเดิม โดยนำผักผลไม้ที่ต้องการทำน้ำเอนไซม์ไปสับ แล้วนำลงไปตำในครก จากนั้นเทใส่ผ้าขาวบาง กรองเอาแต่น้ำมาดื่ม
  2. แบบใช้ตัวช่วย ซึ่งคือ การใช้เครื่องคั้นน้ำแยกกาก หรือ juicer ที่มีขายตามท้องตลาด วิธีทำน้ำเอนไซม์ก็ทำได้โดย หั่นผักหรือผลไม้เป็นท่อนใหญ่แล้วใส่ลงเครื่องคั้นแยกยาก ดื่มแต่น้ำ

วิธีดื่ม

  1. ดื่มทันที หรือภายในครึ่งชั่วโมงหลังจากคั้นแยกกาก
  2. ดื่มทีละชนิด ตามที่ย้ำกันไปแล้ว การนำผักผลไม้มาคั้นแยกการวมกัน อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร
  3. ดื่มให้หลากหลายในหนึ่งสัปดาห์ ผู้ที่กำลังทดลองสูตร 14 วันชีวจิต หรือผู้ที่กำลังบำบัดเยียวยาโรคร้ายของตนเอง และต้องการดื่มน้ำเอนไซม์ทุกวัน จำเป็นต้องดื่มให้หลากหลาย เช่น วันนี้ดื่มน้ำเอนไซม์แครอท พรุ่งนี้ดื่มน้ำเอนไซม์แอปเปิ้ล วันต่อไปดื่มน้ำเอนไซม์จากเซเลอรี่
  4. ห้ามเติมเกลือหรือน้ำตาล ทั้งนี้เครื่องปรุงดังกล่าวอาจทำลายเอนไซม์จากผักผลไม้ชนิดนั้นๆ
  5. ไม่ควรดื่มน้ำผักผลไม้บรรจุกล่อง/ขวด หรือน้ำปั่นผักผลไม้ แทนน้ำเอนไซม์ เพราะน้ำผลไม้บรรจุกล่อง/ขวดที่ผ่านการกระบวนการผลิตและต้องเก็บยาวนานนั้นไม่เหลือเอนไซม์ที่ร่างกายต้องการแล้ว (อาจได้ประโยชน์อื่นๆ) ส่วนน้ำปั่นผักผลไม้นั้นก็ไม่ได้ให้เอนไซม์ เนื่องจากการปั่นด้วยคมมีดไฟฟ้าทำลายเอนไซม์ในผักผลไม้ชนิดนั้นไปเรียบร้อยแล้ว (แต่อาจให้ประโยชน์อื่นๆ) ***สามารถติดตามรายละเอียด และประโยชน์ที่แตกต่างระหว่างน้ำเอนไซม์และน้ำปั่นผักผลไม้ได้ในนิตยสารชีวจิต ฉบับวันที่ 16 กรกฎาคม 2560…เร็วๆ นี้

น้ำเอนไซม์

ประโยชน์ของเอนไซม์จากผักผลไม้ชนิดต่างๆ

  • แครอท ช่วยล้างไขมันและการทำงานของตับ
  • เซเลอรี่ ช่วยให้เลือดสะอาดขึ้น และล้างคอเรสเอตรอลในหลอดเลือด
  • รากบัวหลวง ช่วยการทำงานของปอด ช่วยการเผาผลาญอาหาร
  • ตำลึง ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร
  • มะระ ช่วยการทำงานของไต
  • แตงโตหรือแคนตาลูป ช่วยการทำงานของไต

อิ่มอกอิ่มใจในคำตอบแบบนี้ ฉะนั้นแฟนเพจชีวจิตอยากรู้อะไร ตั้งถามเข้ามาในอินบ็อกซ์ บ.ก.ขอหาคำตอบให้ค่ะ

keyboard_arrow_up