อาหาร วิตามิน และสมุนไพร แก้โรคโลหิตจาง

แก้โรคโลหิตจาง
แก้โรคโลหิตจาง

แก้โรคโลหิตจาง

คำถาม : ต้องการทราบว่า อาหารอะไรบ้างที่กินแล้วทำให้เป็นโรคโลหิตจาง แล้วอาหารอะไรบ้างที่กินแล้วช่วย แก้โรคโลหิตจาง ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่ค่ะ

บ.ก.ขอหาคำตอบให้

ได้ยินน้องสาวๆมาถามบ่อยเรื่อง จะกินอะไรดีเพื่อหยุดภาวะหรือโรคโลหิตจาง บ.ก.ก็เลยไปค้นข้อมูลที่เคยตีพิมพ์ไปแล้วในนิตยสารชีวจิต ปักษ์หนึ่งเราสัมภาษณ์หมอแผนปัจจุบัน ซึ่งคือ แพทย์หญิงอุษณี อัศววิโรจน์กุล สมัยท่านยังเป็น กุมารเวชศาสตร์โรคเลือด อธิบายเรื่องสาเหตุของโรคนี้ไว้ในนิตยสารชีวจิต ปี 2547 ว่า

  1. ขาดอาหารธาตุเหล็ก ส่วนใหญ่พบในคนที่รับประทานอาหารไม่ได้ หรือได้ไม่ครบทุกประเภท พบบ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติ ผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก และผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แท้งบุตร หรือหลังคลอด
  2. โลหิตจางจากพันธุกรรม ที่พบบ่อยในประเทศไทยคือ โรคทาลัสซีเมีย หรือโลหิตจางจากมะเร็งเม็ดเลือด โรคตับ โรคไต
  3. โลหิตจางจากกระดูกฝ่อ เนื่องจากกระดูกเป็นตัวสร้างเม็ดเลือด ฉะนั้นเมื่อเกิดความผิดปกติของไขกระดูก ทำให้การสร้างเม็ดเลือดลดลง เกิดภาวะโลหิตจาง สาเหตุความผิดปกติของไขกระดูก อาจมาจากการกินยาที่มีฤทธิ์ทำลายกระดูก เช่น ยาเฟนิลบิวทาโซน คลอแรมฟินิคอล รวมทั้งสีทาบ้าน รังสีต่างๆ
  4. โลหิตจางจากการที่ร่างกายไม่ดูดซึมวิตามินบี 12

โรคโลหิตจาง

ต่อมาก็ต้องกลับไปดูนิตยสารชีวจิตอีก 2 ปักษ์ที่ว่าด้วยภาวะหรือโรคโลหิตจาง เขียนโดย อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต ในนิตยสารชีวจิตฉบับ 304 – 305 ปี พ.ศ. 2554 ซึ่งกล่าวถึงอาการ ได้แก่

  1. เหนื่อยเพลีย
  2. หายไม่ออก หรือหอบระหว่างทำงานและออกกำลังกาย
  3. ปวดหัว เวียนหัว อาจเป็นบ่อยทุกวัน หรือสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
  4. นอนไม่หลับ
  5. ผิวซีด ค่อนข้างเหลือง
  6. เบื่ออาหาร รู้สึกไม่ปกติของช่องท้องและลำไส้

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

นอกจากนี้ อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต อธิบายว่า ผู้ที่ตั้งครรภ์อายุ 2-3 เดือนขึ้นไป มีอาการดังกล่าว 4-5 ข้อขึ้นไป แปลว่ากำลังเป็นโรคโลหิตจาง โดยท่านแนะนำให้กินอาหารชีวจิต นั่นคือ กินข้าวกล้อง 50 เปอร์เซ็นต์ของอาหารในมื้อนั้นๆ ผัก 25 เปอร์เซ็นต์ โปรตีนจากพืช ได้แก่ ถั่วต่างๆ เต้าหู้ หรือปลา สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ปริมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ และกินถั่ว ผลไม้ ซุปอีก 10 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม หากต้องการลดข้าวให้เหลือ 30 % ก็ได้ โดยเพิ่มผักเป็น 35 % โปรตีน 25 %

ขณะเดียวกันให้เน้นอาหารที่มี

  • ธาตุเหล็ก
  • โฟลิกแอซิด
  • วิตามินบี 12

เช่น หอย ปลา ถั่วต่างๆ แอสปารากัส ข้าวโอ๊ต แครอท แคนตาลูป ฟักทอง อะโวคาโด ผลไม้แห้ง ลูกพีช อินทผลัม กล้วยตาก จมูกข้าว (ข้าวสาลีและข้าวเจ้า)

โรคโลหิตจาง

ยิ่งไปกว่านั้น อาจารย์สาทิสยังแนะนำให้กินวิตามินและแร่ธาตุสกัดเม็ดด้วยคือ เหล็ก โฟลิกแอซิด วิตามินอี วิตามินบี 6 และ 12 รวมทั้งแมกนีเซียม

กินนานเท่าไร อาจารย์สาทิสกล่าวว่า 4-6 สัปดาห์ หรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น

แถมด้วยสมุนไพรกลางบ้านตำรับอเมริกัน ซึ่งศาสตราจารย์ ดี.ซี จาร์วิส แนะนำคือ

  1. น้ำแอปเปิ้ล เน้นว่า ควรคั้นแยกกาก ดื่มทันที
  2. น้ำส้มสายชูกลั่น หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์ โดยใช้ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มหลังอาหาร
  3. น้ำหัวบีตคั้นแยกกาก ดื่มทันที ½ แก้ว
  4. ชาคาโมมายด์

แม้จะเป็นข้อมูลเก่า แต่ก็เป็นข้อมูลที่มีความอมตะ เพราะร่างกายมนุษย์และพยาธิสภาพการเกิดโรคยังไม่แตกต่างกันนัก อย่างไรก็ดี หากเป็นโรคหรือภาวะความผิดปกติใดที่อยู่ในกระแส บ.ก.ก็สามารถหาคำตอบมาให้ได้ค่ะ

ดร็อปคำถามไว้ในอินบ็อกซ์ของเพจนิตยสารชีวจิตนะคะ

 

keyboard_arrow_up