5 ข้อควรรู้ก่อนกินวิตามินซี

5 ข้อที่ทุกคนควรรู้ก่อนกิน ” วิตามินซี “

หลายคนทราบดีถึงประโยชน์ของ วิตามินซี ตั้งแต่ต้านหวัด ช่วยให้ผิวกระจ่างใส จนถึงช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด แต่รู้หรือไม่ วิตามินซีอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน  การกินให้ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ดังนั้นวันนี้เรามีข้อมูลจาก ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Maryland Medical Center) ประเทศสหรัฐอเมริกา มาแนะนำกันค่ะ

วิตามินซี

  1. กินมากไปอาจทำให้ระบบทางเดินอาหารแปรปรวน

การเสริม vitamin c ปลอดภัยสำหรับบุคคลทั่วไป เพราะร่างกายสามารถขับ vitamin c ส่วนเกินออกทางปัสสาวะ แต่หากกินปริมาณมากเกินวันละ 1,000 มิลลิกรัม อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ท้องเสีย ท้องอืด ปวดท้อง

  1. กินมากไปก่อเกิดนิ่วในไต

มีการศึกษาพบว่า กิน vitamin c เม็ดเสริมมากกว่าวันละ 1,000 มิลลิกรัม เสี่ยงเกิดนิ่วในไต เนื่องจากมีการขับ vitamin c ออกทางปัสสาวะ ทำให้มีสารออกซาเลตมากกว่าปกติ เกิดการรวมตัวกันเป็นก้อนนิ่ว ยิ่งใครดื่มน้ำน้อย ส่งผลให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

  1. อันตรายต่อผู้ป่วยทาลัสซีเมีย

วิตามินซีส่งผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น จึงไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย หรือผู้ที่มีภาวะเหล็กเกิน (Iron Overload) กินวิตามินซีปริมาณสูง เพราะในเลือดที่ผู้ป่วยได้รับมีธาตุเหล็กสูงกว่าปริมาณธาตุเหล็กปกติที่ร่างกายสามารถรับได้ เมื่อสะสมนานวันขึ้นจะส่งผลเสียต่อการทำงานของอวัยวะ ต่างๆ เช่น ตับ หัวใจ ไต ระบบต่อมไร้ท่อ นำไปสู่โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตับเป็นพังผืด ตับวาย และนำไปสู่การเสียชีวิตได้

วิตามินซี

  1. หยุดกินกระทันหัน อาจทำให้มีอาการเลือดออกตามไรฟัน

หากกินวิตามินซีเม็ดเสริมในปริมาณสูงเป็นประจำ เมื่อหยุดกินทันที อาจเสี่ยงเป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน โดยพบในเด็กแรกเกิดที่แม่กินวิตามินซีเสริมปริมาณสูงขณะตั้งครรภ์ หรือพบในผู้ที่กินวิตามินซีมากเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม

  1. ผู้ป่วยโรคไตต้องปรึกษาแพทย์ก่อนกิน!

เพราะด้วยสภาวะของโรคทำให้ไตไม่สามารถขับของเสีย น้ำหรือวิตามินส่วนเกินออกจากร่างกายได้ตามปกติ การสะสมของวิตามินรวมถึงแร่ธาตุและสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกาย อาจทำให้อาการของผู้ป่วยทรุดลง และเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ฉะนั้นไม่เฉพาะวิตามินซี ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง ก่อนซื้อยา หรืออาหารเสริมต่าง ๆ กินเอง

 

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 438

keyboard_arrow_up