ชีวจิต@อเมริกา รักษามะเร็ง (จบ)

รักษามะเร็ง
รักษามะเร็ง

รักษามะเร็ง

ตอนที่แล้ว เราเล่าเรื่อง รักษามะเร็ง สาระสำคัญไปแล้ว ตอนนี้เรามาเก็บตก เรื่องการปรับชีวิตความเป็นอยู่ให้เป็นไปตามแนวทางเกอร์สัน โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง ที่ไม่สามารถต่อคิวรอรักษาในคลินิกของเกอร์สัน ที่นิวแม็กซิโก ซึ่งมีอยู่ 40 เตียง แต่มีผู้ป่วยลงชื่อรอถึง 1000 คน

ปัญหานี้ สถาบันเกอร์สันรู้ดี จึงจัดอบรมอาสาสมัครเกอร์สัน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้ดูแลตนเองด้วยวิธีแบบเกอร์สันที่บ้าน โดยอาสาสมัครเหล่านี้จะกระจายตัวอยู่ตามเมืองต่างๆ มีหน้าที่รับปรึกษาเรื่องการปฏิบัติตัวแบบเกอร์สัน ซึ่งใส่ใจในรายละเอียดของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคที่จะต้องปลอดสารเคมีเจือปน หรือใช้วัตถุดิบออร์แกนิกนั่นเอง ซึ่งถ้าผู้ป่วยอ่อนเพลียมาก อาสาสมัครเหล่านี้จะขันอาสาซื้อของให้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบปรุงอาหาร น้ำเอนไซม์ ดีท็อกซ์ และอาหารเสริมต่างๆ

นอกจากนี้แล้ว ด้วยความที่คุณหมอเกอร์สันมีประสบการณ์และความชำนาญในรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง (ที่ล้มเหลวด้วยวิธีการรักษาแบบแผนปัจจุบัน) คุณหมอจึงเขียนเป็นคู่มือในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งแต่ละประเภท แต่ละระยะไว้อย่างละเอียดลออ สามารถหาอ่านได้ในหนังสือของคุณหมอเกอร์สันชื่อ Cancer Therapy: Result of Fifty Cases โดยย่อเป็นแผนการการกินอยู่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งอย่างละเอียดว่า จะต้องกินอะไรหรือทำอะไรตอนกี่โมง ซึ่งหากผู้ป่วยไม่สามารถไปพักรักษาตัวที่คลินิกเกอร์สันได้ ก็สามารถทำเองที่บ้านได้ โดยอาสาสมัครเกอร์สันดังกล่าว จะคอยเป็นพี่เลี้ยง จนกว่าจะครบคอร์สที่วางไว้ เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดมา ต้องใช้แนวทางเกอร์สันต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่แค่เพิ่งผ่าตัดแต่ยังไม่ได้รับเคมีบำบัด ต้องใช้ต่อเนื่อง 4-6 สัปดาห์

เรื่องที่เซอร์ไพร์สที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องการทำฟันระหว่างการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีของเกอร์สัน เพราะปกติแล้วอุปกร์และวัสดุที่ใช้ทำฟันจะเป็นสารเคมีทั้งหมด จึงต้องเลือกหาคลินิกทำฟันที่ใช้อุปกร์และวัสดุที่เป็นออร์แกนิกทั้งหมด ในประเทศสหรัฐอเมริกาอาจหาคลินิกแบบนั้น แต่ในประเทศไทยอาจต้องฝันไปอีกหลายปี

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

อีกสิ่งหนึ่ง ที่เราเห็นว่าคอร์สชีวจิต (สำหรับคนที่เคยเข้าร่วม สมัยที่อาจารย์สาทิสยังมีชีวิตอยู่) ก็มีเหมือนกันคือ ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่หายจากโรคมะเร็งด้วยวิธีแบบเกอร์สัน (ของชีวจิตเรียก เทเบิ้ลทอล์ค และไม่จำกัดเฉพาะการเล่าเรื่องความเจ็บป่วย) ซึ่งเราจะเห็นความพยายามของผู้ป่วยและครอบครัว ที่ต้องสรรหาอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค มาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งการต่อสู้กับโรคด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง เพราะแนวทางแบบเกอร์สันยากกกกกว่าของชีวจิตมากมายนัก บอกได้เลย

ระหว่างนั้น เราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วมเวิร์คช็อปคนอื่นๆ จึงพอรู้ว่า การแพทย์แผนปัจจุบันของทุกประเทศ ไม่ว่าจะพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา ล้วนต้องการการแพทย์แผนอื่นไปผสมผสาน เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการรักษาโรคอย่างเต็มที่ และการแพทย์แผนอื่นที่ว่า ก็ต้องไม่ใช่ผีสางเทวดาหรือความเชื่อ แต่เป็นวิธีการที่ได้รับการรับรองด้วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

 

เวิร์คช็อปครั้งนี้ บ.ก.ได้รู้จักกับอาสาสมัครเกอร์สันชาวไทย ที่อาศัยอยู่ในซานดิเอโกคนหนึ่ง แอบติดรถไปเยี่ยมบ้านของเขาด้วย เห็นว่าเขาสามารถปลูกกระเพราะโหรพา ทานตะวัน มะละกอได้ อิอิ มิหนำซ้ำด้วยการเรียนในระดับดุษฎีบัณฑิต สาขา clinical nutritionจึงเห็นเขากำลังหมักน้ำผลไม้ เพื่อใช้ในการรักษาโรคผิวหนังง่ายๆ และน่าสนใจมาก

เล่าถึงเธอคนนี้ เพื่อจะบอกว่า ทุกคนทุกที่กำลังดิ้นรนหาทางเลือกอื่นๆ เพื่อไปช่วยผสมผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ในการรักษาโรคที่เกิดขึ้นกับมนุษย์

ไม่ต่างจาก สถาบันเกอร์สัน และชีวจิตของเรา (สนใจการรักษาโรคด้วยชีวจิต ติดต่อที่คลินิกชีวจิตโฮม)

พบกันใหม่ พรุ่งนี้นะคะ

keyboard_arrow_up