สูตรวิตามินฉบับเวิร์คกิ้งวูแมน

สูตรกินวิตามิน
สูตรกินวิตามิน

สูตรกินวิตามิน ฉบับเวิร์คกิ้งวูแมน

สูตรกินวิตามิน สำหรับสาววัยทำงาน การทำงานที่ตัวเองรักเป็นการเข้าถึงความสุขอย่างหนึ่ง ทว่าบางครั้งการทำงานที่ไม่สมดุลก็อาจทำให้ร่างกายประสบกับปัญหาสุขภาพได้เหมือนกัน

ซึ่งชีวจิตนั้นแนะนำให้แก้ปัญหานี้ด้วยการปรับวิธีการทำงาน ไปจนถึงปรับการกิน นอน พักผ่อน และออกกำลังกายให้ถูกต้อง นอกจากนี้ยังบอกเคล็ดลับการใช้ตัวช่วยเป็นวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นต่อไป

คุณนฤมล พร้อมดี อายุ 41 ปี ผู้บริหารสาว เป็นคนหนึ่งที่ใช้วิตามินตามสูตรชีวจิต ของอาจารย์สาทิส อินทรกำแหง เพื่อเพิ่มพลังสมองและบำรุงสุขภาพโดยรวม จนทำให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

กินวิตามิน

Bs + กิงโกะ เพิ่มพลังสมอง

เนื่องจากงานของคุณนฤมลเป็นงานบริหารที่ต้องเจอกับเส้นตายอยู่แทบทุกวัน ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูง ทำให้วันหนึ่งๆ ต้องใช้สติ สมาธิ และความคิดความจำมากเป็นพิเศษ

แม้เธอจะเป็นคนที่สนใจเรื่องสุขภาพพอตัว แต่ด้วยการทำงานที่ไม่เอื้อให้ได้เลือกสรรอาหารการกินสำหรับบำรุงร่างกาย หรือได้ออกกำลังกายเป็นประจำ เมื่ออยู่ในช่วงงานหนักเธอจึงพบว่า บางครั้งมีอาการสมองล้าและขาดสมาธิ

“แต่เพราะรู้จักชีวจิต จึงทำให้รู้ เข้าใจ และพอจะวิเคราะห์ตัวเองได้ บวกกับตัวเองเป็นคนช่างสังเกตและประเมินตัวเองทุกวัน จึงรู้ว่าช่วงไหนร่างกายเป็นอย่างไร อย่างบางช่วงเราสามารถตัดสินใจได้ฉับไว ถูกต้องแม่นยำ แต่บางช่วงจะมีปัญหา เรื่องการคิดคำ รู้สึกเบลอๆ ไม่ค่อยมีสมาธิ รู้สึกหนืด เนือยและล้า ซึ่งก็รู้ตัวแล้วว่าต้องเสริมวิตามินให้สมองเสียหน่อย”วิตามินรวม

วิตามินบำรุงสมองที่เธอเลือกกิน ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และกิงโกะ บิโลบา (สารสกัดจากใบแปะก๊วย) ซึ่งอาจารย์สาทิสได้อธิบายถึงคุณประโยชน์ของวิตามินกลุ่มนี้และกิงโกะ บิโลบา ไว้ว่า

“กลุ่มวิตามินบีมีตัวต่างๆ อยู่หลายตัว แต่ละตัวจะมีคุณสมบัติต่างกันไป การใช้วิตามินบีต่างๆ ร่วมกันจะได้ประโยชน์สูงสุด (synergistic) เพราะวิตามินบีแต่ละตัวเมื่อใช้ร่วมกันจะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน”

วิตามินบี 1 จำเป็นต่อการทำงานของสมองและระบบประสาทช่วยเพิ่มภูมิชีวิต

วิตามินบี 2 ช่วยแก้ตามัว ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบ-ไฮเดรต โปรตีน และไขมันที่สมบูรณ์

วิตามินบี 6 ช่วยบรรเทาโรคที่เกิดจากระบบประสาท ช่วยร่างกายสร้างภูมิต้านทาน และช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น

วิตามินบี 12 ช่วยให้ระบบประสาททำงานดี ไม่มีอาการฟุ้งซ่าน มีสมาธิและความจำดี

กิงโกะ บิโลบา ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

วิธีกินวิตามินในแบบฉบับของคุณนฤมล ซึ่งปรับประยุกต์มาจากของกูรูชีวจิต มีดังนี้

“ยึดหลักการกินตามที่อาจารย์สาทิสแนะนำเรื่องการกินวิตามินหรืออาหารเสริมต่างๆ ว่า กินสัปดาห์ละ 5 วัน เว้น 2 วัน นานติดต่อกัน 2 เดือน แล้วหยุด แต่ตัวเองอาจไม่ได้กินตามสูตรอย่างเคร่งครัดนัก” ซึ่งสูตรที่อาจารย์สาทิสแนะนำคือ

วิตามินบี 1 100 มิลลิกรัม หลังอาหารเช้า

วิตามินบี 2 100 มิลลิกรัม หลังอาหารเช้า

วิตามินบี 6 100 มิลลิกรัม หลังอาหารเย็น

วิตามินบี 12 1,000 ไมโครกรัม หลังอาหารเย็น

นอกจากนี้คุณนฤมลยังกิน กิงโกะ บิโลบา ขนาดเม็ดละ 40 มิลลิกรัม วันละ 3 เม็ดก่อนนอน เสริมด้วย เธอเล่าถึง ผลลัพธ์หลังจากการกินวิตามินร่วมกับกิงโกะในสูตรนี้ว่า

“แม้ไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นวันต่อวัน แต่ภายใน 5 – 7 วันจะรู้สึกได้ว่าความกระวนกระวายลดน้อยลง รู้สึกนิ่งส่งผลให้มีสมาธิมากขึ้น สมองสดใส ทำให้วิเคราะห์ปัญหาและแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีเหมือนเดิม”

ACDE บำรุงสุขภาพ

นอกจากสูตรบำรุงสมองแล้ว คุณนฤมลยังใช้วิตามินสูตรแอนติออกซิแดนต์ในการบำรุงสุขภาพโดยรวม คุณนฤมลเล่าถึงปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่า

“บางครั้งมีอาการกินอะไรไม่ค่อยลง ซึ่งรู้มาว่าอาการเบื่ออาหารนั้นเกิดจากการที่เราได้วิตามินและแร่ธาตุไม่ครบถ้วน โดยจะสังเกตได้ว่า ตัวเองไม่ค่อยกระฉับกระเฉงเท่าที่ควรและน้ำหนักตัวลดลง

วิตามิน

จึงใช้วิตามินสูตรแอนติออกซิแดนต์ ซึ่งจะมีวิตามินเอ ซี ดีและอี ตามที่อาจารย์สาทิสแนะนำ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ”

อาจารย์สาทิสไแนะนำเกี่ยวกับวิตามินกลุม่ แอนติออกซิแดนต์ไว้ว่า

“สำหรับคนที่อายุกำลังจะเปลี่ยน ตั้งแต่ 40 หรือ 50 ปีขึ้นไปและอยู่ในสภาพแวดล้อมซึ่งมีมลภาวะไม่ดีควรใช้วิตามินประเภทแอนติออกซิแดนต์ คือ วิตามินเอ ซี ดี อี วันละ 1 เม็ดเพราะวิตามินกลุ่มแอนติออกซิแดนต์มีความสำคัญต่อภูมิชีวิต”

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

อาจารย์สาทิสได้อธิบายประโยชน์ของวิตามินกลุ่มแอนติออกซิแดนต์แต่ละตัวไว้ดังนี้

วิตามินเอ ช่วยสร้างภูมิชีวิต ถ้าเจ็บป่วยจะหายเร็ว ช่วยบำรุงสายตา

วิตามินซี ถือเป็นยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ ชว่ ยเพิ่มภูมิชีวิตคลายเครียด

วิตามินดี ช่วยเพิ่มพลังงาน ช่วยในการย่อยอาหาร

วิตามินอี ช่วยไม่ให้เกิดออกซิเดชันมากเกินไป จึงช่วยชะลอความเสื่อม ช่วยยับยั้งการเผาผลาญที่เป็นโทษอันทำให้เกิดพิษร้ายในร่างกาย ช่วยบำรุงตับซึ่งเป็นอวัยวะที่ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย และทำหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับเลือดของตับ

กินวิตามิน

คุณนฤมลกินวิตามินโดยยึดหลักของอาจารย์สาทิส

“พยายามจะกินตอ่ เนื่อง แต่ด้วยความที่ไม่ชอบกินยาก็จะเฉไฉอยู่เรื่อย และเราก็คิดว่าไม่เป็นไร เพราะวิตามินและอาหารเสริมไม่ใช่อาหารหลักจึงกินวิตามินตามความต้องการของตัวเองเป็นหลักคือ สังเกตว่าเมื่อกินจนร่างกายกลับมกระปรี้กระเปร่าดีดังเดิม สดชื่นขึ้น สามารถกินอาหารได้ตามปกติ และมีพลังในการทำงานเหมือนเดิม ก็จะหยุดกิน โดยระหว่างที่กินจะกินตามสูตรของอาจารย์สาทิส” ดังนี้

วิตามินเอ วันละ 10,000 IU

วิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม

แบ่งเป็นหลังอาหารเช้า 500 มิลลิกรัม หลังอาหารเย็น500 มิลลิกรัม

วิตามินดี วันละ 1,000 IU

วิตามินอี วันละ 400 IU

วิตามินรวม

สำหรับเวิร์คกิ้งวูแมนที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน นอกจากจะได้ตัวช่วยดังที่คุณนฤมลแนะนำแล้ว หากลองเปลี่ยนมาใส่ใจกับการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพคนทำงานอย่างอาหารชีวจิตตลอดจนปรับการนอน พักผ่อน และออกกำลังกายให้เหมาะสมรับรองว่าสุขภาพจะดีขึ้นทันตา

ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและสุขกับงานกันถ้วนหน้าค่ะ

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับ 283

 

keyboard_arrow_up