4 เทคนิค ลดความอ้วน ฉบับถาวร

ลดความอ้วน
ลดความอ้วน

ลดความอ้วน ได้ผลถาวร

ขณะกําลัง ลดความอ้วน หลายคนต้องเคยผ่านประสบการณ์การอดอาหารชนิดนั้น งดอาหารชนิดนี้  ตามสูตรลดน้ําหนักต่างๆ ซึ่งกว่าน้ําหนักจะลดลงมาได้สัก 2-3 กิโลกรัม ก็เหนื่อยจนแทบขาดใจ

หัวใจหลักของสูตรลดน้ําหนักนี้มีอยู่ข้อเดียว คือ “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ทั้งพฤติกรรมการกินอาหารและการดําเนินชีวิต เพราะน้ําหนัก จะลดลงและคงสภาพไว้ได้ตลอดไป เพียงผู้ลดน้ําหนักต้องมีพฤติกรรมที่ถูกต้องและเหมาะสม ลองมาดู 4 วิธีง่ายๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ถาวรกันเถอะ

1. รู้จักเลือกกิน

    หนังสือกินให้ดีของนายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ สํานักพิมพ์อมรินทร์ ให้ข้อมูลว่า “ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานและไขมันสูง ควรกินอาหารที่มีแคลอรีต่ํา เช่น ผัก ผลไม้ เพราะกินแล้วทําให้รู้สึกอิ่มเร็วและสบายท้อง”

ลดน้ำหนัก

2. กินอาหารที่มีค่าจีไอต่ำ (GI: Glycemic Index) คือ ความเร็วในการสลายคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นน้ําตาล เมื่อกินอาหารที่มีค่าจีไอสูงเข้าไป ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตให้เปลี่ยนเป็นน้ําตาลอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ําตาลในเลือดสูงขึ้น ร่างกายจึงต้องหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาในปริมาณมากเพื่อลดระดับน้ําตาลให้ต่ําลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เรารู้สึกหิวและอยากกินอาหารอีกทั้งๆ ที่เพิ่งกินไปไม่นาน ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ผู้ลดหรือควบคุมน้ําหนักรู้สึกหิวและอยากกินอาหารอยู่ตลอดเวลา จึงควรเลือกกินอาหารที่มีค่าจีไอต่ํา คือ อาหารประเภทแป้งไม่ขัดขาว เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ถั่วต่างๆ ผักและผลไม้บางชนิด เช่น แอ๊ปเปิ้ล ส้ม ฝรั่ง

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

3. กินอาหารครบทุกมื้อ การอดอาหารไม่ใช่วิธีลดน้ําหนัก แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า ร่างกายกําลังเกิดภาวะ ‘ขาดแคลน’ ทําให้ระบบเผาผลาญทํางานช้าลง แต่พอเรากลับมากินอีกครั้งก็จะกระตุ้นให้ร่างกาย เปลี่ยนแคลอรีเป็นไขมันสะสมมากขึ้น” หากปฏิบัติเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจะลดอัตราการเผาผลาญลง เพื่อสํารองพลังงานไว้ใช้ในยามจําเป็น ส่งผลให้เมื่อกลับมากินอาหารตามปกติหลังจากที่น้ําหนักลดลงแล้ว น้ําหนักจึงเพิ่มกลับมามากขึ้นกว่าเดิม

ลดความอ้วน

4. กินอาหารแบบคนญี่ปุ่น หนังสือผอมได้ไม่ต้องอด ของแพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล สํานักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ อธิบายว่า หนึ่งในเคล็ดลับอายุยืนของชาวญี่ปุ่น คือ กินอาหารแค่พออิ่ม โดยให้รู้สึกอิ่มแค่เพียง 8 ใน 10 ส่วนเท่านั้น เพื่อไม่ให้กินอาหารมากเกินความต้องการและป้องกันอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ขณะกินเราควรถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่ารู้สึกอิ่มแล้วหรือยังอิ่มมากขนาดไหน เพื่อวัดความรู้สึกอิ่ม ซึ่งการกินอาหารให้ช้าลงจะช่วยวัดความรู้สึกอิ่มได้แม่นยํามากขึ้น

แค่ปรับพฤติกรรม ทำเพียง 4 ข้อง่ายๆ รับรองว่าเป้าหมายลดน้ำหนักอย่างถาวรอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 365

keyboard_arrow_up