เทคนิคกำราบ ความอยากอาหาร

อยากอาหาร
อยากอาหาร

เทคนิคกำราบ อยากอาหาร

อยากอาหาร ทำอย่างไรดี ? ชีวิตอังกาบได้รับความกดดันมากจากงานประจำที่ทำอยู่ ไหนจะจำนวนเวลาทำงาน แต่ละชิ้นซึ่งมีอยู่น้อยนิด ไหนจะข้อมูลละเอียดยิบ ร่างกายของเธอจึงเครียดไม่รู้ตัวเนืองๆ ประจวบกับอังกาบนอนดึก ชอบกินอาหารจำพวกจั๊งค์ฟู้ด ดื่มกาแฟที่อุดมทั้งน้ำตาลและครีมวันละหลายแก้ว

สองสามเดือนมานี้ นอกจากมีอาการเหนื่อยเพลียทุกเช้าแล้วน้ำหนักยังจัดอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐาน แถมยังมีอาการประหลาด อยากกินอาหารบ่อยๆ ทั้งที่ท้องอิ่ม กระเพาะอาหารเต็มไปด้วยข้าว แป้ง ผัก และขนมนมเนยมากมายอยากอาหาร

ตอนแรกอังกาบไม่คิดอะไรมาก เพราะเชื่อว่าตัวเองต้องการพลังงาน หากเมื่อสังเกตดูเพื่อนร่วมงานคนอื่น เธอพบว่าไม่มีใครกินได้กินดี กินจุบกินจิบ กินเอาเป็นเอาตายอย่างเธอ

กรี๊ด! อังกาบร้อนใจ ถ้าปล่อยไว้ เธอมีสิทธิ์จะอ้วนเป็นตุ่มซึ่งนำพาสารพัดโรคร้ายมาอีกเป็นแพ็คเกจ

ว่าแล้ว…สาวทำงานคนขยันผู้มีใจสู้จำต้องหาเทคนิคกำราบอาการนี้ให้ได้

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

สยบความอยาก ไม่ยากอย่างที่คิด

ตอนแรกอังกาบคิดว่ามีแต่วิธีระงับปาก กินแต่น้ำลายตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น หากเมื่อค้นหนังสือหลายต่อหลายเล่มกลับ พบว่ามีหลายวิธีการที่จะช่วยกำราบความอยากกินได้ นั่นคือ

  • ปรับสมดุลร่างกาย เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดวัน โดยกินอาหารมื้อเช้าให้อิ่มเพียงพอ เพื่อให้ได้รับพลังงานเพียงพอตลอดวัน แถมยังช่วยให้เกิดกลไกกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบเผาผลาญให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย นอกจากนี้ ระหว่างวันควร

กินเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 4 – 6 ครั้ง โดยเลือกกินอาหารสุขภาพไขมันต่ำ เช่น ผลไม้สด ซีเรียล ถั่ว

  • แอ๊ปเปิ้ลช่วยคุณได้ เพราะมีงานวิจัยยืนยันว่า แอ๊ปเปิ้ล อุดมด้วยใยอาหารและเพกทิน ที่มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหารได้ อีกทั้งยังช่วยให้อิ่มนาน เพราะมีแป้งและน้ำตาลในรูปน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 เปอร์เซ็นต์
  • จิบน้ำเปล่ากันเถอะ เนื่องจากการจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ จะช่วยรักษาสมดุลในร่างกายและแก้กระหายได้ดี ยิ่งช่วงอากาศร้อน ร่างกายมักสูญเสียน้ำ จึงรู้สึกอ่อนเพลีย ทำให้อยากกินของหวานๆ เย็นๆ ที่มีแคลอรีสูงเป็นพิเศษ

ผลการศึกษาทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยชาไรต์ ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ค้นพบว่า ผู้ที่จิบน้ำบ่อยๆ จะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันเพิ่มขึ้นถึงวันละ 150 แคลอรี และการจิบน้ำเปล่าอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวันจะช่วยระงับความอยากอาหารและลดการสะสมไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

  • อย่าลืมหมากฝรั่งไร้น้ำตาล รายงานการวิจัยจากงานประชุมทางวิทยาศาสตร์ด้านโรคอ้วนปี ค.ศ. 2007 พบว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งแบบไร้น้ำตาลหรือ sugar free ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมน้ำหนักได้ ซึ่ง Marion Hetherington ศาสตราจารย์ด้านจิตชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ สกอต-

แลนด์ ได้ทดลองพบว่า หมากฝรั่งช่วยลดปริมาณแคลอรีของร่างกายลงถึง 25 แคลอรี นอกจากนี้ยังพบว่าความหิวอาหารและความอยากอาหารลดลงหลังเคี้ยวหมากฝรั่ง 1 – 3 ชั่วโมง

  • มีสติทุกครั้งที่กิน จึงไม่ควรกินในขณะดูทีวีหรือทำงานเพราะการที่เราจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นแทนการกินอาหารนั้นจะทำให้เผลอกินมากเกินไป ดังนั้นควรมีสติจดจ่อกับอาหารตรงหน้าและเคี้ยวช้าๆ ให้ละเอียด กินในปริมาณที่พอดี เมื่ออิ่มก็ควรหยุด ถ้าอยากกินในเวลาที่พุงกางแล้ว ก็ให้หากิจกรรมทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ อาทิ ลุกไปเดินเล่นหรืออ่านหนังสือ

ถ้าอดใจไม่ไหวจริงๆ ก็อนุญาตให้กินได้บ้าง แต่ต้องเป็นไปในลักษณะของการจำกัดปริมาณให้เหมาะสม และกินแค่พอหายอยาก

นอกจากนี้ ความเครียดมักทำให้เรากินอย่างขาดการยั้งคิดดังนั้นจึงต้องมีสติ ปล่อยวาง และรู้จักผ่อนคลาย

ออกกำลังกาย

  • ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกายได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยิ่งโดยทางการแพทย์ระบุว่า การออกกำลังครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นประจำ นอกจากจะทำให้รูปร่างดีแล้ว สุขภาพจิตยังเบิกบานด้วย เพราะขณะออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสาร “เอพิเนฟรีน” ที่ช่วยควบคุมความอยากอาหารและสาร “เอนดอร์ฟิน” หรือสารแห่งความสุขนั่นเอง
  • เลือกใช้สมุนไพร ปัจจุบันสมุนไพรมีหลากประเภทและหลายสรรพคุณ ลองเลือกให้เหมาะกับตนเอง อาทิ หัวบุก ช่วยให้อิ่มเร็วดอกคำฝอยและมะขาม ป้องกันไขมันอุดตันและเป็นยาระบาย ส้มแขกยับยั้งการสร้างไขมัน พริกไทยดำ เร่งการสลายไขมัน (วิธีใช้สมุนไพรนั้นจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ)

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรกินอาหารสุขภาพและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย อย่ามุ่งที่การใช้สมุนไพรอย่างเดียว เพราะอาจทำให้ขาดสารอาหารและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

  • เสริมด้วยการฝังเข็ม การฝังเข็มช่วยลดความหิวได้จริงหรือ

เรื่องนี้ นายแพทย์ไพศาล วชาติมานนท์ จากโรงพยาบาลกรุงเทพ และนายแพทย์มนัส วุฒินันท์ จากโรงพยาบาลหัวเฉียว ได้ให้ความกระจ่างว่า “การฝังเข็มเป็นการกดจุดระงับความหิวเพื่อให้กินได้น้อยลงจะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม ลักษณะทางสรีระ และเมแทบอลิซึมซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน อีกทั้งยังได้ผลแค่ระยะสั้น ถ้าอยากมีรูปร่างดีตลอดไป ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็อาจกลับมาอ้วนได้อีกในภายหลัง”อยากอาหาร

  • หยุดความอยากที่สาเหตุ โดยสาเหตุหลักๆ ที่มักทำให้เราอยากกินอาหารนั้นมาจากความเครียดระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นๆ ลงๆ ช่วงเวลาก่อนมีรอบเดือน รวมไปถึงการนอนหลับไม่เพียงพอ ฉะนั้น หากแก้ไขอาการดังกล่าวได้ทั้งหมดก็จะช่วยลดอาการอยากกินอาหารในเวลาไม่ควรกิน

เมื่อรู้ข้อมูลทั้งหมดแล้วจึงไม่ใช่เรื่องยากที่อังกาบ สาวทำงานผู้เก่งกล้าจะทำตามอย่าง เป็นขั้นเป็นตอน และด้วยความอดทนและพากเพียร ผลลัพธ์ก็อยู่ไม่ไกล

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับ 289

keyboard_arrow_up