เช็ค 17 อาการส่อ ต้อหิน คุณเป็นหรือเปล่า ?

ต้อหิน
ต้อหิน

เช็คอาการ ต้อหิน

ทำไมต้องเช็คอาการ ต้อหิน ? เนื่องจากปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของผู้คนจนแทบจะแยกจากกันไม่ได้ จากการจัดอันดับการใช้งานอุปกรณ์สมาร์ทโฟนของประชากรในอาเซียนของ Ericsson Consumerlab พบว่า สถิติของผู้ใช้ในประเทศไทยพุ่งแซงหน้าขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก

แน่นอนว่าเทคโนโลยีมีประโยชน์มากมาย แต่น้อยคนจะทราบว่า มีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างคอยทำลายสุขภาพของเราอยู่

ทุกครั้งที่เปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นใช้งาน รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรียกว่า รังสีอาร์เอฟ จะแผ่ออกมา รังสีชนิดนี้จะสามารถทำลายดีเอ็นเอในร่างกายเรา อีกทั้งขนาดหน้าจอและตัวหนังสือที่ค่อนข้างเล็ก แถมระยะหลัง มีลูกเล่นสามมิติเพิ่มความเหมือนจริง ทำให้เราจำเป็นต้องเพ่งมองในระยะใกล้ ๆ ระยะยิ่งใกล้มากเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้กล้ามเนื้อสายตาหนักขึ้นเป็นทวีคูณ ปัจจัยเหล่านี้ จึงทำให้ทุกคนเสี่ยงเป็น “โรคต้อหิน”

แพทย์หญิงจุฑารัตน์ ป้อมสถิตย์ กล่าวไว้ ในหนังสือ “โรคตาใกล้ตัว” เกี่ยวกับสาเหตุของการเกิด “โรคต้อหิน” ว่า เกิดจากภาวะความดันในลูกตาสูงกว่าปกติ ทำให้มีการคั่งของน้ำเลี้ยงลูกตา หากไม่ได้รับการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ใยประสาทตาที่บอบบางจะถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถส่งสัญญาณไปสู่สมอง และสูญเสียการมองเห็นในที่สุด

หากใครกำลังคิดว่า โรคต้อหิน นั้นสามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะในคนอายุมาก และยังไม่จำเป็นต้องกังวลแล้วละก็ ควรเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะจากการวิจัยของ นายแพทย์มาซายูกิ ตาเตมิชิ (Dr.Masayuki Tatemichi) แห่งวิทยาลัยการแพทย์ มหาวิทยาลัยโตโฮ ประเทศญี่ปุ่น พบว่า จากความเจริญทางด้านไอทีที่รุดหน้าขึ้นในปัจจุบัน ผู้คนใช้สายตาในการจ้องดูจอไอทีต่าง ๆ มากขึ้น จึงทำให้พบผู้ป่วยโรคต้อหินอายุน้อยลง จากงานวิจัยชิ้นนี้จึงทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวกับคนทุกเพศทุกวัย

Check Now! 17 อาการส่อโรคต้อหิน

1.ตาพร่า ตามัว เห็นภาพเบลอซ้อน หรือตามืดบอดชั่วขณะหนึ่ง
2. เห็นจุดแสงสีดำขาวเต็มไปหมด หรือเห็นเป็นแสงระยิบระยับเมื่อมองไปกลางแดด
3. ปวดในเบ้าตาลึกๆปวดศีรษะข้างเดียวคล้ายไมเกรน หรือปวดจี๊ดขึ้นสมอง
4. ตาจะพร่า เมื่อมองวัตถุบนพื้นที่มีแสงจัดหรือบนพื้นที่มันวาว
5. อ่านหนังสือ ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือดูโทรทัศน์ ได้ไม่นาน
6. เห็นดวงไฟมีแสงเจิดจ้า เป็นรัศมีกระจาย เห็นเป็นฝ้าหมอกหรือวงสีรุ้ง รอบดวงไฟ
7. เห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ หรือเห็นลำแสงวิ่งผ่านตา หรือเห็นเป็นเส้นหยักๆที่หางตาบางที
8. มีความลำบากในการสังเกตพื้นต่างระดับเวลาก้าวเดิน หรือเวลาขึ้นลงบันได
9. เห็นสีจืดจางลงหรือผิดเพี้ยนไป เห็นตัวหนังสือเลือนรางหรือแตกพร่า
10. การมองในที่มืดแย่ลง เห็นหน้าคนไม่ชัด และไม่กล้าขับรถในเวลากลางคืน
11. เวลาขับรถลงอุโมงค์ลอดทางแยกหรือเดินเข้าที่ร่มในเวลาแดดจัด ตาจะมืดบอดชั่วขณะ
12. เวลามองผ่านกระจกหน้ารถในทิศทางย้อนแสงอาทิตย์ ตาจะพร่าและสู้แสงไม่ค่อยได้
13. เวลากลางคืนมักจะเดินชนข้าวของเป็นประจำ จึงต้องเปิดไฟในบ้านทุกดวงเท่าที่มี
14. มองสิ่งที่เคลื่อนที่เร็วๆไม่ทัน ทำให้ไม่มั่นใจเวลาขับรถหรือเดินข้ามถนนคนเดียว
15. ตาสู้แสงไม่ได้ ต้องใส่แว่นดำเป็นประจำ
16. เห็นแสงมืดลงไปเรื่อยๆ หรือเห็นเป็นหมอกควันอยู่ทั่วๆไป
17. ลานสายตาแคบเข้ามาเรื่อยๆ จนระยะสุดท้าย เหมือนมองผ่านท่อกลม

ที่มา www.geocities.com/glaucomathai

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 363

 

keyboard_arrow_up