สูตรแก้ท้องผูกตำรับโอเรกอน

สูตรแก้ท้องผูกตำรับโอเรกอน
สูตรแก้ท้องผูกตำรับโอเรกอน

สูตรแก้ท้องผูก ตำรับโอเรกอน

สูตรแก้ท้องผูก ตำรับโอเรกอน ได้นำมาใช้แล้ว เมื่อเช้านี้เอง เสียงเจ้าหนูข้างบ้านร้องไห้จ้า เจ้าหนูคนนี้อ้วนจ้ำม่ำ หน้าตาน่ารัก อายุ 5 ขวบ เหตุที่ร้องไห้จ้าเพราะถ่ายอุจจาระไม่ออก เบ่งหน้าดำหน้าแดง หลุดออกมาก้อนสั้นๆ แข็งๆ ก้อนเดียว แล้วก็ไม่ออกมาอีก มิหนำซ้ำมีเลือดสดๆ ไหลตามออกมาด้วย

ลูกร้องไห้จ้า ประเดี๋ยวเดียวก็หยุดร้อง เพราะถ่ายออกมาก้อนเดียวแล้วหายปวด

แต่คุณแม่นี่สิ ยังไม่หายตกใจ เพราะเห็นเลือดลูกออกมาทางก้น ดูจะเยอะไปหน่อย เลย ทำท่าจะเป็นลม

เลยบอกว่า ไม่ต้องตกใจหรอก ล้างก้นลูกให้สะอาดๆ เสียหน่อย แล้วเอาผ้าสะอาดๆ เช็ดให้แห้ง หายปวดแล้วเตรียมตัวสู้กับศึกใหม่ คือ เรื่องท้องผูกของลูก

เด็กเล็กๆ เนื้อบริเวณก้นจะเป็นเนื้ออ่อน เส้นเลือดฝอยมีเยอะ ถ้าท้องผูกหลายๆ วัน เวลาจะเบ่งอุจจาระ ถ้าออกมาเป็นก้อนเพราะท้องผูก อุจจาระจะครูดรูทวารหนักเป็นแผลทำให้เลือดออก

จะไปวินิจฉัยเอาง่ายๆ ว่าเด็กเป็นริดสีดวงทวารนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะตัวเล็กๆ อายุแค่นี้ การที่เส้นเลือดดำจะแข็งและแตกเป็นแผลจนเป็นริดสีดวงนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้

ถ้าอย่างนั้นเลือดออกที่ก้นนั้นเป็นเพราะอะไรเล่า

คงจะเป็นเพราะท้องผูกมากกว่า

สูตรแก้ท้องผูก

ทำไมจึงท้องผูก

เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ จะมีของขวัญเริ่มทยอยเข้ามาในบ้านเกือบจะเต็มบ้าน เปิดกล่องออกมาเจอแต่ขนมหวาน ขนมเค้ก หรือไม่ก็คุกกี้หรือขนมปังกรอบสอดไส้

เด็กๆ ชอบนัก คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน ต้องออกจากบ้านไปฉลองแทบทุกวัน ฉลองได้โบนัสบ้าง ฉลองเลี้ยงส่งหลายๆ คนที่เกษียณอายุบ้าง แสดงความยินดีที่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งบ้าง

ลูกๆ อยู่ทางบ้านไม่มีใครคอยดูคอยห้าม กินแต่ขนมทั้งวันทั้งคืน ปกติไม่ชอบกินผักผลไม้อยู่แล้ว เมื่อไม่มีใครคอยคุมเลยกินแต่ขนมทุกวันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์

จะไม่ให้ท้องผูกขนาดแข็งเป๋ง แคะเท่าไหร่ไม่ยอมออกอย่างไรได้

กินแต่ของหวานๆ กินแต่ขนม ถึงเวลากินข้าวก็กินไม่ลงไม่กินข้าว ไม่กินผัก อัดแต่ขนมหวานเข้าไปทุกวัน ท้องจึงผูก

จะโทษว่าลูกกินขนมมากจนก้นฉีกก็ไม่ถูกนัก ต้องโทษคุณพ่อคุณแม่หรือคุณผู้ใหญ่ในบ้านด้วย ไม่ดูแลลูกหลานให้ดีโดยเฉพาะเวลามีขนมเยอะๆ

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

สูตรแก้ท้องผูก

แล้วจะแก้อย่างไร

ผมแนะนำง่ายๆ ว่าให้ซื้อน้ำมันละหุ่งซึ่งขายตามร้านขายยา

ส่วนมากจะเป็นน้ำมันละหุ่งสำหรับกินเป็นยาถ่าย เขาจึงใส่น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมในขวดด้วยเพื่อให้กินง่ายๆ

ซื้อน้ำมันละหุ่งอย่างหวานนั่นแหละมาก็ใช้ได้ แต่ผมไม่ได้ให้ซื้อมากินเป็นยาถ่าย แต่ให้มาใช้ทำ

เป็นวิธีหล่อลื่น

วิธีทำคือ ให้ซื้อลูกยางสำหรับบีบชนิดที่ปลายลูกยางลีบเป็นหลอดแหลมๆ ซึ่งที่ร้านขายยามีขายเหมือนกัน

ต่อจากนั้นใช้ลูกยางดูดน้ำมันละหุ่งประมาณสองช้อนโต๊ะเข้าไปในลูกยาง ใช้น้ำมันละหุ่งนั่นแหละทาที่ปลายลูกยางให้ลื่นมากๆ แล้วบีบลูกยางช้าๆ (ช้ามากๆ อย่าบีบพรวดพราด) เข้าไปในรูทวารหนักของเด็ก

ควรจะทำก่อนเด็กจะเข้านอน รุ่งเช้าเด็กจะถ่ายออกมาเองได้

ถ้าเด็กถ่ายออกมาน้อยมาก หรือถ่ายไม่หมด ให้ทำซ้ำอีกครั้ง คราวนี้อาจจะใช้น้ำมันละหุ่งผสมน้ำอุ่นๆ สัก ½ ของถ้วยแก้ว สวนเข้าไปในทวาร คราวนี้จะถ่ายออกมาได้สบาย

ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการซึ่งใช้กับเด็กตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป

ถามว่าใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบได้หรือไม่ คำตอบคือจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่อายุของเด็ก แต่อยู่ที่ว่าเด็กของคุณนั้นเป็นเด็กที่คุณดูแลเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดหรือเปล่า

ถ้าคุณดูแลเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด เด็กคงจะไม่ไปคุ้ยหรือค้นหาขนมกินเองตอนปีใหม่ และไม่เกิดอาการท้องผูกอย่างที่ว่ามานี้จึงไม่ต้องใช้วิธีหล่อลื่นอย่างที่แนะนำมา

อยากจะขอพูดต่อสักนิดครับ การดูแลเลี้ยงดูเด็ก โดยเฉพาะเรื่องการกินนั้น เป็นเรื่องสำคัญอย่างเหลือเกินต่อชีวิตของเด็กตอนโตด้วย

ผมเห็นใจหลายๆ ครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานตัวเป็นเกลียว โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ยิ่งต้องเร่งทำมาหากินต้องขายของหรือขายอาหารหนักกว่าตอนปกติหลายเท่า เลยไม่มีเวลาดูลูกหลานตอนกินข้าว และบังเอิญเด็กโตพอจะรู้ว่าขนมที่ตัวเองชอบมากๆ อยู่ที่ไหน เลยหามากินเอง และกินชนิด

อัดเข้าไปๆ จนเกิดอาการท้องเสีย ท้องผูกอย่างที่เล่าให้ฟังนี้

ขอต่อเรื่องอาการ “ก้นฉีก” อีกหน่อยครับ ถ้าใช้วิธีหล่อลื่นอย่างที่บอกมานี้ถ่ายออกได้แล้ว แต่เด็กยังบ่นเจ็บก้นอยู่ ให้เอาน้ำอุ่น (อุ่นนะครับ ไม่ใช่น้ำร้อน ต้องระวังมากๆ) ใส่ในอ่างแล้วใช้ดีเกลือ (ซื้อจากร้านขายยาอีกเหมือนกัน) สัก 2 ช้อนโต๊ะผสมไปด้วย ให้เด็กนั่งแช่สัก 15 นาที แผลที่เจ็บนั้นจะหาย

เร็วขึ้น

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่มาตรการหรือวิธีบำบัดซึ่งผมคิดขึ้นเองนะครับแต่ได้มาจากคำสอนของอาจารย์สมัยที่ผมไปฝึกงานที่โรงพยาบาลที่โอเรกอน

คำสอนนี้อยู่ในเรื่องของ DETOXIFICATION เกี่ยวกับเรื่องแผลที่ก้น (ANAL FISSURE)

 

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 318

keyboard_arrow_up