แนะนำโภชนาการ คุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องทำงาน ให้แข็งแรง ไกลโรค

เป็น คุณแม่ลูกอ่อน แต่ต้องทำงานไปด้วย สุขภาพจะทรุดโทรมไหม

มีคำกล่าวว่า  ” คุณแม่ลูกอ่อน  ต้องว่องไว ” เห็นด้วยเป็นที่สุดค่ะเพราะเด็กทารกนั้นต้องการการดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา  และเมื่อต้องกลับไปทำงาน  ปัญหาต่างๆของคุณแม่ลูกอ่อนจึงเพิ่มขึ้น  คุณหมอชัญวลี ศรีสุโข คอลัมนิสต์ประจำนิตยสารชีวจิตอธิบายปัญหาสุขภาพของคุณแม่ลูกอ่อนไว้ดังนี้

คุณแม่ลูกอ่อน,ทำงาน

ความสุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพ

“ผู้หญิงทำงานมีลูกอ่อน  โดยเฉพาะที่ยังให้กินนมแม่อยู่นั้น  ต้องระวังเรื่องความเครียดและความเหน็ดเหนื่อย  เราทราบกันดีว่า  การให้ลูกกินนมแม่เกิน 6 เดือนนั้นมีประโยชน์หลายทาง  คือ  ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งรังไข่  และช่วยกระชับสายสัมพันธ์แม่ลูก  แต่ขณะเดียวกันหากเกิดปัญหาว่า  คุณแม่สุขภาพไม่แข็งแรง  เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานและเลี้ยงลูก  เพราะไม่มีคนช่วย  อาจทำให้ไม่มีน้ำนม  คุณแม่ทำงานก็ไม่ควรเครียด  และไม่ควรมีใครตราหน้าว่าเธอเป็นคนบาปที่ไม่สามารถให้นมลูกได้เพราะจะยิ่งสร้างความเครียดให้แก่คุณแม่ทำงาน”

ดังนั้นคุณพ่อหรือคนใกล้ชิดควรมีส่วนช่วยในการดูแลลูกเพื่อลดความเหน็ดเหนื่อยและความเครียดของคุณแม่ลูกอ่อนลง  นอกจากนี้
คุณหมอชัญวลียังแนะนำให้ผู้หญิงทำงานที่มีลูกอ่อนเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพระบบสืบพันธุ์ของตนเอง

“แม่ลูกอ่อนต้องระวังปัญหาการอักเสบติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์  ต้องหมั่นสังเกตตัวเองว่า  มีอาการปวดท้อง  เป็นไข้  น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นหรือไม่  ซึ่งแสดงว่า  มดลูกเกิดการอักเสบ  เต้านมปวดบวม  หัวนมเป็นแผลอักเสบหรือไม่  หากมีต้องรีบไปพบแพทย์ทันที”

นอกจากนี้คุณหมอชัญวลียังอธิบายว่า  คุณแม่ลูกอ่อนอาจพบปัญหาไม่มีความต้องการทางเพศ  เนื่องจากขณะให้ลูกกินนมแม่  จะทำให้ฮอร์โมนจากรังไข่ไม่ทำงาน  จึงอาจเกิดอาการเจ็บและแสบช่องคลอดหรือไม่มีความต้องการทางเพศได้  รวมถึงคุณแม่จำเป็นต้องคุมกำเนิดอย่างเหมาะสมเพราะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้แม้ขณะให้นมลูก  ซึ่งการตั้งครรภ์ติดกันมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกในครรภ์

โภชนาการของคุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องทำงาน

คุณแม่ทำงานที่มีลูกอ่อนควรกินอาหารให้ร่างกายได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นจากเดิม 500 กิโลแคลอรี  เช่น  ก่อนตั้งครรภ์ได้รับพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี  เมื่อเป็นคุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องให้นมควรได้รับพลังงาน 2,500 กิโลแคลอรี  นอกจากนี้ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่  และดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรร่วมด้วย

มีเมนูที่ช่วยบำรุงน้ำนมและเพิ่มพลังงานสำหรับคุณแม่ทำงานที่มีลูกอ่อนมาแนะนำ  คือ  เมนูผัดกะเพราฟักทอง  ที่นอกจากเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายแล้ว  ยังช่วยกระตุ้นน้ำนมอีกด้วย

ผัดกะเพราฟักทอง

ส่วนผสม

ฟักทองปอกเปลือกหั่นชิ้นพอคำ 1  ถ้วย
ใบกะเพรา 1  ถ้วย
กุ้งแกะเปลือกดึงเส้นดำกลางหลังออก 5  ตัว
พริกขี้หนู 5  เม็ด
กระเทียม 1  หัวเล็ก
รากผักชี 2  ราก
น้ำปลา 1  ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลไม่ขัดสี 1  ช้อนชา
น้ำมันพืช 1  ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ตำพริกขี้หนู  กระเทียม  และรากผักชีรวมกัน  พักไว้ จากนั้นตั้งกระทะ  ใส่น้ำมันพอร้อน  ใส่เครื่องที่ตำรวมกันลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่ฟักทองลงผัด ตามด้วยกุ้ง เติมน้ำเล็กน้อย ผัดจนฟักทองสุก  ปรุงรสด้วยน้ำปลา  น้ำตาล  ใส่ใบกะเพราผัดต่อสักครู่  ตักขึ้น  เสิร์ฟพร้อมข้าวกล้องร้อนๆ

คุณแม่ลูกอ่อน,วัยทำงาน

ทำไมเกิดเป็นผู้หญิงจึงต้อง อึด ถึก ทน

แพทย์หญิงชัญ วลี  ศรีสุโข  สูตินรีแพทย์โรงพยาบาลประจำจังหวัดพิจิตร  อธิบายถึงสุขภาพผู้หญิงและบทบาทหน้าที่ที่ต่างไปจากอดีตว่า

“เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ  ผู้หญิงไทยจึงจำเป็นต้องออกไปหารายได้  ซึ่งสามารถจำแนกสถานะของผู้หญิงไทยได้3 สถานะ  คือ  แม่  เมีย  และคนหารายได้  ต้องให้คำนิยามผู้หญิงไทยว่า  มือก็ไกวดาบก็แกว่ง  เท้า (ตีน) ก็ไกวเปล

“มีงานวิจัยยืนยันชัดเจนว่า  การที่ผู้หญิงทำงานหลายบทบาท  ส่งผลให้ผู้หญิงมีความเครียดมากกว่าผู้ชาย  ผู้หญิงทำงานจึงมีภาวะซึมเศร้ามากกว่าผู้ชายแต่อย่างไรก็ตาม  ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายของผู้หญิงนั้นมีน้อยกว่าผู้ชาย”

นอกจากนี้คุณหมอชัญวลียังอธิบายเหตุผลที่ผู้หญิงนั้นอายุยืนและมีความอดทนมากกว่าผู้ชายว่า

“ผู้หญิงมีอายุยืนกว่าผู้ชาย  เนื่องจากผู้หญิงมีโครโมโซมเอกซ์(X)  ซึ่งเป็นโครโมโซมที่แข็งแรงกว่าโครโมโซมวาย (Y)  ซึ่งเป็นโครโมโซมของผู้ชาย  เห็นได้จากโครโมโซมเอกซ์ของอสุจิจะทนต่อความร้อน  เย็นสารพิษได้ดีกว่าโครโมโซมวาย  ฉะนั้นผู้หญิงจึงมีความอดทนตั้งแต่ระดับพันธุกรรม  รวมถึงผู้หญิงไม่มีพฤติกรรมโลดโผนเหมือนผู้ชายที่กินเหล้า  สูบบุหรี่จึงมีอายุยืนยาวกว่า

“ถึงแม้จะมีความอดทนเป็นเนื้อแท้  แต่การรับบทบาทที่หลากหลายทั้ง 3 สถานะ  หรืออาจเรียกว่าแบกโลกไว้เกินครึ่งนี้  ผู้หญิงจึงจำเป็นต้องบาลานซ์ (Balance) หรือสร้างความสมดุลต่อบทบาททั้ง 3 ด้านนี้ให้ดี  การบาลานซ์ไม่ได้หมายความว่าต้องให้เวลาที่เท่ากัน  แต่หมายถึงต้องบริหารบทบาททั้ง 3 สถานะนี้ให้สมดุลเพื่อไม่ให้ผู้หญิงเกิดความเหนื่อยทั้งกายและใจดังนั้นจำเป็นต้องเพิ่มสถานะที่ 4 คือสถานะในการดูแลตัวเองลงไปด้วย”

เพราะผู้หญิงอย่างเราคือเสาหลักอีกต้นของครอบครัว  ไม่ว่าจะรับบทบาทใด  ทุกหน้าที่ล้วนมีความสำคัญ  ขอให้ภูมิใจและไม่ลืมดูแลตัวเองด้วยการเลือกกินอาหารสุขภาพ  เพียงเท่านี้จะงานนอกบ้านหรือในบ้านก็รับมือได้สบายค่ะ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ประสบการณ์สุขภาพ : เมื่อคุณแม่เป็นความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (มีคำแนะนำ)

เชียงใหม่ พบผู้ติด เชื้อไวรัสซิกา รายใหม่ เตือน! หญิงตั้งครรภ์ ตรวจหาเชื้อด่วน

ยอดคนติด เชื้อไวรัสซิกา พุ่งสูง หนึ่งในนั้นมีหญิงตั้งครรภ์ร่วมด้วย

 

ติดตาม ชีวจิต ในช่องทางต่างๆ ได้ที่

keyboard_arrow_up