กูรูแนะนำ วิธีเลือกแชมพูและครีมนวดผมที่เหมาะกับสภาพผมต่างๆ

แชมพูและครีมนวดผม
แชมพูและครีมนวดผม

แชมพูและครีมนวดผม เลือกถูก ผมนุ่มสวย

ผลิตภัณฑ์ในการบำรุงรักษาเส้นผมนั้นมีหลากหลายรูปแบบและสรรพคุณ ลักษณะของเส้นผมที่ต่างกันก็ย่อมต้องการการดูแลที่ต่างกันไป วันนี้ แพทย์หญิงสาริษฐา  สมทรัพย์  กูรูด้านผิวหนังและความงามประจำนิตยสารชีวจิต อธิบายและได้แบ่งประเภทของเส้นผมเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษา เพื่อที่จะเลือก แชมพูและครีมนวดผม ได้อย่างเหมาะสมค่ะ

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เส้นผมต้องการการดูแลที่แตกต่างกันก็คือความชุ่มชื้นค่ะ  จึงสามารถแบ่งหมวดหมู่ของเส้นผมได้จากสภาพความชุ่มชื้น” แพทย์หญิงสาริษฐากล่าว

บำรุงเส้นผม,เลือกแชมพูและครีมนวดผม

สภาพผมต่างๆ

ผมธรรมดา คือผมที่มีสุขภาพแข็งแรง เงางามตามธรรมชาติ ไม่แห้งและไม่มันเกินไป มีน้ำมันในปริมาณที่พอเหมาะ จึงอยู่ทรงและจัดทรงง่าย

ผมแห้ง อาจเกิดจากปริมาณน้ำในเซลล์ผม ชั้นนอกไม่เพียงพอ ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ผมจึงขาดความเงางาม เปราะบาง ขาดง่าย จัดทรงยาก

ผมมัน เกิดจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงเส้นผมมากกว่าปกติ ทำให้เส้นผมและหนังศีรษะมันเยิ้ม ดูไม่ค่อยสะอาด เส้นผมเหนียว ลีบติดหนังศีรษะ

ผมเสีย อาจเป็นผมธรรมดาหรือผมมันที่ผ่านการดัด ยืด ย้อม ทำสี หรือผ่านกระบวนการทางเคมีบ่อย ๆ ทำให้ เส้นผม แห้ง เสีย โคนผมยังคงมีน้ำมันตามธรรมชาติแต่ปลายผมแห้งเสียและเปราะบาง

เลือกแชมพูเพื่อผมแต่ละประเภท

จุดประสงค์หลักๆของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้คือ ใช้สำหรับทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ เพราะในแต่ละวันเราต้องเผชิญกับฝุ่นละออง
มลพิษ และสิ่งสกปรกต่างๆ คงไม่มีใครอยากให้เจ้าสิ่งเหล่านี้สะสมอยู่ในเส้นผมของเราอย่างแน่นอน ในแชมพูจึงจำเป็นต้องมีสารทำความสะอาดหรือสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) ที่ทำให้เกิดฟองในการชำระล้าง ซึ่งมีความเป็นด่าง

คุณหมอสาริษฐาให้ข้อมูลว่า สภาพความเป็นกรดด่างหรือค่าพีเอช (pH) ที่เหมาะสมของเส้นผมนั้นอยู่ที่ประมาณ 4.5 – 5.5 ซึ่งจะช่วยให้
เส้นผมชั้นนอกที่มีลักษณะเป็นเกล็ดปิด จึงช่วยป้องกันมลพิษ แสงแดด และรักษาความชุ่มชื้นให้เส้นผมเงางาม เพราะเหตุนี้เองแชมพูที่ดี คือแชมพูที่สามารถทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะได้หมดจด และรักษาความเป็นกรด-ด่างของเส้นผมให้อยู่ในระดับดังกล่าวได้   ตามท้องตลาดจึงมีแชมพูให้เลือกมากมาย เช่น สูตรที่เพิ่มสารสกัดจากพืชต่างๆ เช่น เมล็ดอัลมอนด์ ซิตรัส คาโมมายล์ ซึ่งเป็นการเพิ่มสารประกอบที่เป็นกรดเพื่อลดสภาวะความเป็นด่างของสารทำความสะอาดในผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ค่าพีเอชอยู่ในระดับที่พอเหมาะนั่นเอง

คนผมธรรมดาเลือก
สำหรับคนที่มีสภาพเส้นผมอยู่ระหว่างผมมันกับผมแห้งจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก สามารถใช้แชมพูได้หลายประเภทตั้งแต่แชมพูชนิดอ่อนใส แชมพูสำหรับผมธรรมดา จนถึงแชมพูที่มีส่วนผสมของวิตามินต่างๆตามชอบ

• วิธีสระผมธรรมดา อาจสระผมสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง เวลาสระให้ใช้แชมพูเพียงครั้งเดียว (ในกรณีที่ผมสกปรกมากสามารถสระผมได้2 ครั้ง และล้างแชมพูออกให้หมด)

คนผมแห้งเลือก
สำหรับคนผมแห้ง เปราะ ขาดง่าย (อาจมีผมแตกปลายร่วมด้วย) ควรใช้แชมพูชนิดอ่อนๆประเภทที่มีโปรตีนเป็นส่วนผสมหลัก และอาจใช้ครีมบำรุงผมร่วมด้วยก็ได้

• วิธีสระผมแห้ง คนที่มีผมแห้งและแตกปลายควรสระผม 2 – 3 วันครั้ง ถ้าแห้งมากควรสระ 3 – 4 วันครั้ง และไม่ควรแปรงผมขณะผมเปียก เพราะจะทำให้เส้นผมที่เปราะอยู่แล้วขาดง่ายมากขึ้น และหมั่นตัดผมให้อยู่ในระดับประบ่าหรือยาว 1 ฟุต เพื่อให้สารอาหารต่างๆไปหล่อเลี้ยงอย่างทั่วถึง

คนผมมันเลือก
สำหรับคนที่ใช้นิ้วลูบหนังศีรษะแล้วรู้สึกถึงความมันและเส้นผมลีบ เมื่อสระผมไปแล้ว 2 – 3 วัน แสดงว่ามีเส้นผมและหนังศีรษะมัน ควรใช้
แชมพูสำหรับคนผมมันโดยเฉพาะ หรือจะใช้แชมพูชนิดอ่อนใสก็ได้

• วิธีสระผมมัน คนผมมันสามารถสระผมได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่ไม่ถึงขนาดสระวันละ 2 ครั้งเช้า – เย็น อย่างมากเพียงวันละครั้งก็พอ และไม่ควรหวีหรือแปรงผมบ่อย เพราะการหวีหรือแปรงจะยิ่งกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงหนังศีรษะมากขึ้น

คนผมเสียเลือก
สำหรับคนผมเสียมักเกิดจากการใช้สารเคมีเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างผม เช่น การดัด การยืด การทำสีผม ซึ่งผมลักษณะนี้ควรใช้แชมพู
สำหรับผมทำสี(Treated Hair) โดยแชมพูประเภทนี้จะเป็นสูตรอ่อนกว่าแชมพูอื่นๆ เพราะจะไม่ผสมสารทำความสะอาดมากเกินไป เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้ผมแห้ง

• วิธีสระผมเสีย สามารถใช้แชมพูชนิดเดียวกับคนผมแห้งได้ หรือทุกๆ 2 – 3 วัน ควรใช้แชมพูที่มีสีเดียวกับสีผม จะช่วยเพิ่มความเงางามและทำให้สีผมที่ทำมาติดทน สดใส เป็นประกาย

วิธีเลือกครีมนวดผมสำหรับผมประเภทต่างๆ อ่านหน้าถัดไป

keyboard_arrow_up