สุขภาพดีทั้งภายนอกและภายใน เลือกทานอาหารอย่างไรให้เหมาะกับวัย 45+

อายุเพิ่มมากขึ้น เริ่มมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ หรือหลงลืมง่าย ถ้าสิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจคุณ นั่นเป็นสัญญาณกำลังก้าวข้ามไปอีกช่วงวัยที่ส่งผลต่อความเสื่อมของสภาพร่างกายที่เราใช้เวลามาอย่างยาวนาน หรือภาวะทางอารมณ์ที่สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ทั้งชายและหญิง แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรายังสามารถดูแลบำรุงร่างกายให้แข็งแรงกระปรี้กระเปร่า เหมือนวัยหนุ่มสาวได้ด้วยการทานอาหารและดูแลร่างกายที่เหมาะสมค่ะ

รู้จักและเข้าใจลักษณะอาการที่เกิดขึ้น เมื่อเข้าสู่วัย 45+
อย่าคิดว่าเมื่ออายุย่างเข้าสู่ 45+ แล้วเราจะรู้สึกหดหู่หรือมีความรู้สึกแย่ๆ ในการดำเนินชีวิตเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้วอายุที่เพิ่มมากขึ้นถือได้ว่ากำลังก้าวเข้าสู่วัยสำเร็จในชีวิตการงานและเพียบพร้อมด้วยทรัพย์สินเงินทอง แต่ก็ต้องมีบ้างที่สุขภาพทางกายและทางใจอาจจะลดทอนความแข็งแรงลงด้วยอายุที่มากขึ้น อาจมีอาการหลงลืมง่าย หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน น้อยใจง่ายและรู้สึกเซนซิทีฟ หรือบางคืนมีอาการนอนไม่หลับ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัวโดยไม่มีสาเหตุ ไม่กระฉับกระเฉง กล้ามเนื้อต่างๆลดขนาดลง ไม่มีแรง มีเหงื่อออกตามร่างกายในตอนกลางคืน เหนื่อยง่าย มีอาการใจสั่น ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่นเร็วขึ้น แม้อาการพวกนี้จะเป็นแค่ประเดี๋ยวประด๋าวและกลับมาเริ่มปกติขึ้นในภายหลัง แต่ก็ยังมีผลกระทบในระยะยาวอยู่บ้าง ได้แก่

ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

  • กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะบ่อย บางคนเมื่อหมดประจำเดือนไปนานแล้ว จะพบอาการต่างๆ เช่น ช่องคลอดแห้ง เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ การผลิตน้ำหล่อลื่นจากต่อมต่างๆ ภายในระบบสืบพันธุ์ลดลง ทำให้อาจกระทบต่อสัมพันธภาพและเกิดปัญหาครอบครัวตามมา
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด เสี่ยงต่อการเกิดไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน
  • ระบบกระดูก รู้สึกปวดตามกระดูกและข้อ พบภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน และพบมากกับผู้ที่หมดประจำเดือนแล้ว 5 ปีขึ้นไป

การดูแลร่างกายเมื่อถึงวัย 45+
ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษเพื่อมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงขึ้น เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิต ซึ่งได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารอาหาร ออกกำลังกาย และดูแลสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว

1. ตรวจร่างกายเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ตรวจเช็คร่างกายอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะยิ่งอายุมากขึ้น โรคภัยต่างๆ ก็จะยิ่งถามหา เช็คความสมบูรณ์ของร่างกาย โดยตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน น้ำตาลในเส้นเลือด ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจมะเร็งเต้านม และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก การให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างยิ่ง

2. ออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
ควรเลือกการออกกำลังกายแบบไม่หักโหม อาจเป็นการวิ่งเหยาะๆ โยคะ หรือว่ายน้ำ ควรออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง นานครั้งละ 30 นาที

3. พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6- 8 ชั่วโมง
แม้จะนอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับๆ ตื่นๆ ในบางคืน แต่อย่างน้อยเราก็ควรจะหาเวลาให้ร่างกายได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเสมอๆ ค่ะ

4. หากิจกรรมที่ชอบทำช่วยจัดการอารมณ์
เมื่อรู้สึกกระวนกระวาย จิตใจว้าวุ่น ลองจัดการกับความเครียดและควบคุมอารมณ์อย่างการอ่านหนังสือ จัดสวน ปฎิบัติธรรม หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยสร้างความบันเทิง ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตให้แข็งแรงอยู่เสมอ

5. เลือกรับประทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่
ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลสูง จำพวก ไข่แดง ปลาหมึก หอยนางรม และควรเพิ่มเติมอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่าง นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ งาดำ เนื้อปลา ผักใบเขียว ซึ่งเป็นตัวเสริมสร้างกระดูก สามารถป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้ และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆ นอกจากนี้การเลือกอาหารให้เหมาะแต่ละประเภทสามารถจำแนกได้ดังนี้

 

ทานอาหารอย่างไร เสริมสร้างร่างกายและจิตใจเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

  • อาหารป้องกันโรคกระดูกพรุน
    ยิ่งอายุมากขึ้น ความแข็งแรงของมวลกระดูกก็ยิ่งลดน้อยลง เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ดังนั้นจึงควรทานอาหารที่เสริมสร้างแคลเซียมให้กับร่างกาย อาทิ น้ำเต้าหู้ โยเกิร์ตไขมันต่ำ ผักใบเขียว หรือลูกพรุนเป็นต้น
  • อาหารบำรุงสุขภาพหัวใจ
    แน่นอนว่านอกจากอายุมากขึ้น มีโอกาสจะเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย หนึ่งในนั้นคือการเกิดโรคหัวใจ หัวใจวาย เส้นเลือดหัวใจอุดตัน และคลอเรสเตอรอลสูง เราจึงต้องรีบเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สุขภาพหัวใจด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคเหล่านี้ได้ อาทิ การทานผักผลไม้เพื่อกำจัดสารพิษที่อุดตันในหลอดเลือดแดงควบคู่กันไปพร้อมกับการเพิ่มวิตามินหรือสารอาหารอื่นๆ นอกจากนี้ ไม่ควรละเลยการทานปลาอย่างแซลมอนหรือปลาทูที่ให้กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันหัวใจให้ไกลห่างจากคลอเรสเตอรอลได้

 

  • อาหารบำรุงสมอง
    อย่างที่บอกว่าเราอาจจะมีอาการหลงลืมบ้างเล็กน้อย ฉะนั้นการทานอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง อาทิ แปะก๊วย พืชสมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มความจำ และป้องกันการเกิดอัลไซเมอร์ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย หรือการดื่มนมถั่วเหลือง ที่มีเลซิตินและวิตามินบี 12 สูง มีส่วนช่วยในการดูแลระบบสมองให้ความจำดีขึ้นได้เช่นกัน

 

  • ทานผลิตภัณฑ์ประเภทถั่วเหลือง และ เลือกประเภทเครื่องดื่มให้เหมาะสม
    จากการวิจัยพบว่า การทานถั่วเหลืองจะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบได้ ถ้าให้พูดถึงคุณประโยชน์จากถั่วเหลืองที่แท้จริง สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยลดโคเลสเตอรอลที่ไม่ดี ฉะนั้นผู้ที่อยู่ในวัย 45+ ควรทานผลิตภัณฑ์ที่ได้จากถั่วเหลือง ที่คัดสรรสารอาหารมาเพื่อวัยคุณ ที่ช่วยดูแลปกป้องระบบสำคัญของร่างกายคุณ ทั้งกระดูก สมอง และหัวใจ

วีซอย ไฮแคลเซียม คัดสรรสารอาหารมาเพื่อวัย 45 ปีโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ประกอบไปด้วย Genistein และ Daidzein ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ รวมถึงมีสารอาหารที่มีประโยชน์ในการบำรุงกระดูก ทั้งแคลเซียมสูง50% แคลเซียมซิเตรด ที่ดูดซึมได้ดีในขณะท้องว่าง มีวิตามินดี 50% ช่วยดูดซึมแคลเซียมได้เต็มที่ และมีจมูกถั่วเหลือง ที่มีไอโซฟลาโวน ทำหน้าที่กักเก็บและป้องกันการเสื่อมสบายของแคลเซียมในกระดูก รวมถึงช่วยดูแลระบบสมองให้ความจำดี มีเลซิติน และวิตามินบี 12 สูง ดูแลระบบหลอดเลือดหัวใจ มีโอเมก้า 3 ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี โอเมก้า 9 ช่วยลดโคเลสเตอรอล และมีโฟเลทสูงช่วย เสริมสร้างเม็ดเลือดแดง และทุกกล่องของวีซอย ไม่มีส่วนผสมของนมผง และไม่มีโคเลสเตอรอล  วีซอย ไฮแคลเซียม มีให้เลือกถึง 3 รสชาติ รสจืด(ไม่เติมน้ำตาล, รสหวานน้อย และรสงาขาวและงาดำ)

เพียงรับประทานทุกวัน คุณก็จะมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ช่วยชะลอวัยและสุขภาพดีอยู่กับลูกหลานไปนานๆ ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up