หมดคำถาม หมอสูติแนะนำสังเกตตกขาว แบบไหนเรียกผิดปกติ

ตกขาว
ตกขาว

ตกขาวปกติ ตกขาวผิดปกติ เราจะแยกได้อย่างไร

ตกขาว ก็คือสารคัดหลั่งที่ไม่ใช่เลือด ซึ่งไหลออกมาจากช่องคลอด หากเป็นเลือดก็เรียกว่าตกเลือดแทน เมื่อมีตกขาว สิ่งแรกคือ ต้องแยกให้ออกว่าเป็น ตกขาวปกติ หรือ ตกขาวผิดปกติ หากปกติ ไม่ต้องตรวจรักษาใดๆ แต่ถ้าผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจภายในและรักษาให้หายขาด

ตกขาว,ตกขาวผิดปกติ

ตกขาวปกติ

เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนในวัยเจริญพันธุ์ต้องมี เพราะตกขาวเป็นผลจากการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโทรเจน (Estrogen) ประกอบไปด้วยสารคัดหลั่งจากช่องคลอด มูกจากปากมดลูก เซลล์(ขี้ไคล) ที่หลุดลอกออกจากปากมดลูกและช่องคลอด น้ำจากท่อนำไข่และโพรงมดลูกที่ไหลออกมา สารคัดหลั่งจากต่อมน้ำหล่อลื่น ต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อของอวัยวะสืบพันธ์ุภายนอก และแบคทีเรียตัวดีแล็กโตบาซิลลัส (Lactobacillus Acidophilus) ซึ่งเป็นเชื้อที่มีประโยชน์ผสมกับแบคทีเรียตัวร้าย

ตกขาวปกติจะพบเชื้อแล็กโตบาซิลลัสมากถึงร้อยละ 62 – 82 จึงมีความเป็นกรด (ค่า pH น้อยกว่า 4.5) จากการสร้างกรดแล็กติกของเชื้อโรคที่มีประโยชน์เพื่อควบคุมพลเมืองแบคทีเรียตัวร้าย

จากส่วนประกอบที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้ตกขาวปกติมีสีขาว เนื้อหยาบคล้ายแป้งข้าวเหนียวที่ผสมน้ำ ไม่มีกลิ่น ไม่มีอาการคัน มีปริมาณน้อย มักรวมตัวกันอยู่ด้านหลังของปากมดลูก จะมีปริมาณมากขึ้นในช่วงไข่ตกและช่วงก่อนประจำเดือนมา และมีไม่เกิน 3 วัน

ตกขาว

ตกขาวผิดปกติ

ที่พบบ่อยเกิดจากการอักเสบติดเชื้อ มีลักษณะดังต่อไปนี้

1. ปริมาณมาก ทั้งปริมาณมากและมานานติดต่อกัน บางคนมาติดต่อกันเป็นเดือน

2. กลิ่น โดยทั่วไปตกขาวไม่มีกลิ่น หรือบางคนแอบเข้าข้างตนเองว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ แต่หากมีกลิ่น เช่น กลิ่นอับ กลิ่นเปรี้ยว กลิ่นเค็ม เหม็นเหมือนอุจจาระ หรือเหม็นเน่า ถือว่าผิดปกติ

3. สี ให้สังเกตดูสีของตกขาว ง่ายที่สุดคือดูที่ชั้นใน ตกขาวปกติมีสีใส หากมีสีเหลือง สีเขียว สีเทา ถือว่าผิดปกติ

4. มีอาการผิดปกติร่วมด้วย ตกขาวปกติในช่วงไข่ตกอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ แต่มักปวดไม่มาก ไม่เกิน 48 ชั่วโมง และไม่มีไข้ หากมีตกขาวร่วมกับไข้ ปวดท้องรุนแรง ปัสสาวะแสบขัด ถือว่าผิดปกติ

5. เป็นด่าง ตกขาวปกติเป็นกรดผิดปกติเป็นด่าง (ค่า pH มากกว่า 4.5) เพราะแบคทีเรียตัวดีแล็กโตบาซิลลัสหายหรือลดจำนวนลงไป ขณะที่พลเมืองแบคทีเรียตัวร้ายเพิ่มมากขึ้น

ตกขาว

สาเหตุของตกขาวผิดปกติ

1. ติดเชื้อแบคทีเรียตัวร้าย เป็นสาเหตุการตกขาวผิดปกติที่พบมากที่สุด ทำให้ช่องคลอดมีกลิ่นเหม็นเหมือนปลาเค็ม บางคนมีอาการเจ็บคันร่วมด้วย ลักษณะของตกขาวมีเนื้อละเอียดเหมือนครีมเป็นฟอง มีสีขาวเข้มหรือสีเทา สาเหตุเกิดจากภูมิต้านทานไม่แข็งแรง เครียด
หรือติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์สำส่อน

2. ติดเชื้อรา พบรองลงมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ตกขาวมีลักษณะเหมือนแหวะเด็ก มีกลิ่นเปรี้ยวหรือไม่มีกลิ่น อาการที่พบบ่อยคือ คัน แสบ สาเหตุมาจากการเพิ่มจำนวนเชื้อราในช่องคลอด โดยมีปัจจัยที่เอื้ออำนวย เช่น ความอับชื้น การกินยาปฏิชีวนะ หรือยากดภูมิต้านทาน เช่น สารสเตียรอยด์ เป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น

3.ติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด จึงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตกขาวมักเป็นฟองสีเหลืองหรือสีเขียว แต่อาจเป็นสีเทาหรือสีขาวขุ่นก็ได้ ปกติตกขาวประเภทนี้ไม่มีกลิ่น แต่เนื่องจากร้อยละ 60 เกิดร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรียตัวร้าย จึงอาจมีกลิ่นเหม็นคล้ายปลาเค็มได้

4. ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม ตกขาวมักเป็นหนองข้นหรือหนองใส มีกลิ่นเหม็น อาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง เจ็บต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบ มีไข้ อ่อนเพลีย และหนาวสั่น เป็นต้น

5. ปากมดลูกอักเสบ เกิดจากการอักเสบเพราะติดเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายปากมดลูกมักมีแผล และตกขาวเป็นมูกสีเหลืองจำนวนมาก ไม่ค่อยมีกลิ่น หรือ อาจมีกลิ่นอับๆ บางคนมีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบร่วมด้วย เพราะเชื้อโรคจากช่องคลอดกระจายลุกลามเข้าไปใน
กระเพาะปัสสาวะ คนที่ติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยๆอาจมีการอักเสบของปากมดลูก หากมีแผลที่ปากมดลูก ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปากมดลูก

6. การเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกาย เช่น กินฮอร์โมนเพศหญิง กินยาสตรี หรือเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่

ลองตรวจสอบอาการและเช็กสาเหตุข้างต้นดู ว่าตกขาวของเรานั้นปกติหรือไม่ ถ้าผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บอกลาอาการ คัน ตกขาว เชื้อราในช่องคลอด ปัญหากวนใจน้องสาวที่แก้ไม่ตก

คันช่องคลอด แนะ…วิธีเลี่ยงเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่ออาการแพ้

จุดซ่อนเร้น (น้องสาวของฉัน) หมองคล้ำ ทำอย่างไรดี

 

keyboard_arrow_up