ง่ายและดี วิธีลดน้ำหนักแบบคนญี่ปุ่น

วิธีลดน้ำหนักแบบคนญี่ปุ่น มีเคล็ดลับอะไรที่ช่วยให้ไร้ไขมันส่วนเกิน

วิธีลดน้ำหนักแบบคนญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมคือ เทคนิคในการกิน ซึ่งขณะกําลังลดน้ําหนัก หลายคนต้องเคยผ่านประสบการณ์การอดอาหารชนิดนั้น งดอาหารชนิดนี้ ตามสูตรลดน้ําหนักต่างๆ ซึ่งกว่าน้ําหนักจะลดลงมาได้สัก 2-3 กิโลกรัม ก็เหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่วิธีนี้ จะช่วยไม่ให้คุณโหยและมีรูปร่างที่สวยงาม

อิ่ม 8/10

หนังสือ ผอมได้ไม่ต้องอด ของแพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล สํานักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ อธิบายว่า หนึ่งในเคล็ดลับอายุยืนของชาวญี่ปุ่นคือ กินอาหารแค่พออิ่ม โดยให้รู้สึกอิ่มแค่เพียง 8 ใน 10 ส่วนเท่านั้น เพื่อไม่ให้กินอาหารมากเกินความต้องการและป้องกันอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
ขณะกินเราควรถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า รู้สึกอิ่มแล้วหรือยัง อิ่มมากขนาดไหน เพื่อวัดความรู้สึกอิ่ม ซึ่งการกินอาหารให้ช้าลงจะช่วยวัดความรู้สึกอิ่มได้แม่นยํามากขึ้น เนื่องจากกระเพาะอาหารจะส่งสัญญาณการขยายตัวไปที่สมอง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ดังนั้น การกินอาหารช้าๆ จะทําให้เรากินอาหารน้อยลงและรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ตรงข้ามกับการกินอาหารอย่างรวดเร็ว ที่กว่าสัญญาณจากกระเพาะอาหารจะส่งไปถึงสมอง เราก็กินอาหารมากเกินความต้องการไปเสียแล้ว
วิธีลดน้ำหนักแบบคนญี่ปุ่น, ลดน้ำหนัก

กินอาหารให้ครบทุกมื้อ

ผู้ลดน้ําหนักส่วนใหญ่มักใช้วิธีงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพื่อลดปริมาณแคลอรีเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งการกระทําเช่นนี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก หากเรางดอาหารมื้อเช้าหรือมื้อเย็น ร่างกายจะขาดอาหารนานเกินกว่า 12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นโทษอย่างยิ่ง หนังสือ กินให้ดี ของ นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ สํานักพิมพ์อมรินทร์ ให้ข้อมูลว่า
“การอดอาหารไม่ใช่วิธีลดน้ําหนัก แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า ร่างกายกําลังเกิดภาวะ ‘ขาดแคลน’ ทําให้ระบบเผาผลาญทํางานช้าลง แต่พอเรากลับมากินอีกครั้งก็จะกระตุ้นให้ร่างกายเปลี่ยนแคลอรีเป็นไขมันสะสมมากขึ้น” หากปฏิบัติเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจะลดอัตราการเผาผลาญลง เพื่อสํารองพลังงานไว้ใช้ในยามจําเป็นส่งผลให้เมื่อกลับมากินอาหารตามปกติหลังจากที่น้ําหนักลดลงแล้ว น้ําหนักจึงเพิ่มกลับมามากขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การงดอาหารมื้อเที่ยงหรือการกินอาหาร ตามสูตรลดน้ําหนักต่างๆ ที่แนะนําให้กินอาหารเพียงเล็กน้อยก็ให้ผลไม่แตกต่างกัน ดังนั้น การกินอาหารให้ครบทุกมื้อในปริมาณที่พอเหมาะ และเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะทําให้ไม่หิวจนตาลายและเผลอกินแบบไม่ยั้งแล้ว ยังช่วยให้การเผาผลาญทํางานเป็นปกติหรือดีมากขึ้นอีกด้วย

Did you know? “อด” ไม่ได้ช่วยให้ “ลด” ถาวร

หนังสือ ผอมได้ไม่ต้องอด ของแพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล สํานักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ แนะนําว่า แม้สูตรลดน้ําหนักต่างๆ จะสามารถทําให้น้ําหนักลดลงได้อย่างรวดเร็ว แต่ในระยะยาวกลับพบว่า ทําให้เกิดภาวะโยโยเอฟเฟ็กต์ (Yo – yo Effect) หรือน้ําหนักกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกถึงร้อยละ 95
เนื่องจากสูตรลดน้ําหนักต่างๆ เน้นให้กินอาหารตามสูตรที่กําหนดเท่านั้น ทําให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทํางานน้อยลง อีกทั้งการต้องอดอาหารอยู่ตลอดเวลายังทําให้เกิดความเครียด ร่างกายจึงหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นความอยากอาหารออกมามากขึ้น ส่งผลให้ผู้ลดน้ําหนักหันกลับมากินอาหารปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม น้ําหนักที่เคยหายไปจึงกลับมาเท่าเดิมหรือเพิ่มมากขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว

บทความอื่นที่น่าสนใจ
keyboard_arrow_up