กราโนล่า มูสลี่ อาหารเช้าของคนรักสุขภาพ

กราโนล่า, มูสลี่,
กราโนล่า, มูสลี่,

กราโนล่า มูสลี่ ความแตกต่างของคนรักสุขภาพ

กราโนล่า อาจจะเป็นอาหารเช้าที่สุดโปรดของคนรักสุขภาพหลายๆคน เเต่ก็ไม่จริงเสมอไปหรอกนะ มูสลี่ก็เป็นอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพเหมือนกัน เผลอๆอาจมีเเคลอรี่ที่น้อยกว่ากราโนล่าด้วยซ้ำ เเล้วอะไรคือความเเตกต่างของกราโนล่าและมูสลี่ ถ้าจะเลือกกินอะไรน่าจะเป็นเมนูสุขภาพของโปรดมากกว่ากัน เราลองมาหาคำตอบกันดูนะ

ความแตกต่างระหว่างมูสลี่และกราโนล่า

กราโนล่าและมูสลี่ มีความเหมือนที่ทำมาจากธัญพืช เมล็ดถั่ว และผลไม้แห้งเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกกันในกระบวนการทำอยู่นะ  คือ มูสลี่จะไม่ถูกผ่านกระบวนการปรุงและอบ  แต่ตรงกันข้ามกับกราโนล่า ที่ผ่านการปรุงและอบ แถมมีการเติมสารให้ความหวาน (น้ำตาล น้ำผึ้ง) และน้ำมันเข้าไป เพิ่มความเป็นเนื้อเดียวกันของกราโนล่า ทำให้มีรสชาติ กรุบๆ และกินง่ายมากขึ้น

มูสลี่สามารถกินหรือเสิร์ฟในรูปแบบเย็น (แช่ในของเหลว นม โยเกิร์ต) หรือแบบร้อน  (ปรุงสุก อบ คั่ว)ได้ แต่กราโนล่าเหมาะกับการเสิร์ฟหรือกินในรูปแบบเย็น เช่น โรยในนม โยเกิร์ต หรือแม้แต่เทใส่มือ แล้วกินเป็นของว่างได้เลยเช่นกัน

ต้นกำเนิดของมูสลี่

มูสลี่เป็นอาหารที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1800 โดยนายแพทย์ชาวสวิส Maximilian Bircher-Benner  เพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล จนได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายมากในฝั่งยุโรป

มูสลี่

มูสลี่ดั้งเดิมเป็นข้าวโอ๊ตรีดแบนๆ แต่ปัจจุบันมีธัญพืชต่างๆร่วมด้วย เช่น ควินัว ลูกเดือย เมล็ดถั่ว และผลไม้แห้งต่างๆมากมาย เนื่องจากมูสลี่ไม่ได้ผ่านกระบวนการอบจึงไม่จำเป็นต้องใส่สารให้ความหวาน หรือน้ำมันเพิ่มเข้าไปในมูสลี่

เราสามารถกินมูสลี่ได้ 2 วิธี คือ แช่ในของเหลว นม น้ำส้ม ฯลฯ ค้างคืนไว้เย็นๆ  เพื่อให้มูสลี่มีความนุ่มและพองตัว จนกลายเป็นโจ๊ก หรือสามารถนำมูสลี่มาปรุงสุกได้เหมือนกัน เช่น  บดหรือขยี้มูสลี่ แล้วผสมลงไปในการหุงข้าว หรือในหม้อนมร้อน ช็อกโกแล็ตร้อนๆ กินแบบอุ่นก็ได้เช่นกัน หรือใส่มูสลี่ในโยเกิร์ต ก็จะได้รสสัมผัสในการกินโยเกิร์ตอีกแบบ มีอะไรให้เคี้ยวหนึบๆ ได้ตลอดทั้งวัน (แต่ให้รู้ไว้ด้วยนะว่ามูสลี่มันดิบ ฮ่าๆๆ)

เมนูแนะนำ

มูสลี่โยเกิร์ต กาแฟ และน้ำผลไม้

กราโนล่า คืออะไร

กราโนล่ามีส่วนผสมที่คล้ายๆกับมูสลี่อย่างที่บอกไป เช่น ธัญพืช เมล็ดถั่ว ผลไม้แห้ง แต่กราโนล่าผ่านการปรุงสุก (อบ) มาแล้ว แถมมีการเพิ่มส่วนผสมอย่างสารให้ความหวานและน้ำมันเข้าไปด้วย จนเข้าเป็นเนื้อเดี่ยวกันจับเป็นก้อน มีรสชาติหวาน กรอบ กรุบๆ (จำไว้เลยนี้คือข้อแตกต่าง)

กราโนล่า

กราโนล่าเหมาะกับการนำไปโรยบนโยเกิร์ต หรือโรยเป็นหน้าซีเรียลอาหาร แต่ข้อควรระวังคือความหวานในกราโนล่านะจ๊ะ อาจทำให้อ้วนได้ หากมีปริมาณน้ำตาลที่สูง หรือเติมน้ำตาลเพิ่มเข้าไปอีก รับรองว่าอ้วนแน่นอน  และมีเเนวโน้มว่ากราโนล่าจะมีปริมาณแคลอรี่ที่สูงกว่ามูสลี่จากสารให้ความหวานและน้ำมันนี่แหละ

เมนูแนะนำ

Homemade Granola

เลือกกันได้หรือยังว่าจะกินกราโนล่า หรือมูสลี่ดีนะ           

 

อ้างอิง

https://www.thekitchn.com/whats-the-difference-between-muesli-and-granola-239292

http://www.bbc.com/travel/story/20170808-how-switzerland-transformed-breakfast

keyboard_arrow_up