7 เคล็บลับ สลายนิ่ว ด้วยตัวเอง

สลายนิ่ว
สลายนิ่ว

7 เคล็บลับ สลายนิ่ว ด้วยตัวเอง

วิธี สลายนิ่ว ขอพูดถึงต้นเหตุของการฉี่ผิดปกติ ต้นเหตุคือ ก้อนนิ่วในไต ในกระเพาะปัสสาวะหรือในท่อปัสสาวะ ถ้าเรียกเป็นภาษาแพทย์ก็ว่า “RENAL CALCULUS” ถ้ามีก้อนเดียวเป็น CALCULUS แต่ถ้ามีหลายก้อนก็เป็น RENAL CALCULI

ก้อนนิ่วเกิดจากความผิดปกติของการย่อย ร่วมกับการหมุนเวียนของระบบย่อย ร่วมกับระบบขับถ่าย อาหารบางอย่างที่เรากินเข้าไปมีพวกเกลือแร่มากเกินไป ประกอบกับการหมุนเวียนและการทำงานในระบบต่างๆ ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดก้อนเกลือแร่เหล่านี้ตกค้างอยู่ในไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ

เกลือแร่ที่จับตัวเป็นก้อน ได้แก่ เกลือแร่ประเภทกรดยูริก (URIC ACID) ฟอสเฟต (PHOSPHATE) และก้อนผลึกจากแคลเซียม

นิ่ว สลายนิ่ว

เรามีไตสองข้างอยู่ระดับใต้ซี่โครง ด้านหลังของไตสองข้างนี้มีท่อไตต่อลงมาถึงกระเพาะปัสสาวะ (URETER) จากกระเพาะปัสสาวะจะมีท่อปัสสาวะ (URETHRA)

ฉะนั้น เวลาเราเป็นนิ่ว ก้อนนิ่วจะมีก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ตาม จึงสามารถตกค้างอยู่ในที่ต่างๆ ได้ถึง 4 แห่ง คือ ที่ไตท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ

ก้อนนิ่วอาจจะเป็นก้อนเล็กๆ อยู่ในไต หรือต่อมาจะเลื่อนมาอยู่ที่ท่อไต จากนั้นเลื่อนต่อมาถึงกระเพาะปัสสาวะ แล้วก็เลื่อนมาถึงจุดสุดท้ายที่ท่อปัสสาวะ

ถ้าเป็นก้อนเล็กๆ อาจจะอยู่ในไตหรือกระเพาะปัสสาวะได้พร้อมกัน แต่การจะอยู่พร้อมกันหมดทั้งสี่แห่งนั้นยังไม่เคยได้ยิน

ระหว่างที่ก้อนนิ่วเป็นก้อนเล็กๆ นั้น อาจจะเคลื่อนมาติดอยู่ในท่อไตหรือท่อปัสสาวะได้ การติดค้างอยู่ในท่อใดท่อหนึ่งจะสร้างความเจ็บปวดมาก และหลายคนฉี่ไม่ออกเพราะก้อนนิ่วอุดตันในท่อสองท่อนี้

แต่ถ้าก้อนนิ่วเคลื่อนมาถึงกระเพาะปัสสาวะและตกค้างอยู่ที่นั่น ถ้าเป็นก้อนแคลเซียมมันอาจจะสะสมตัวเองเป็นก้อนโตขึ้นๆ เคยพบว่าบางคนมีก้อนนิ่วโตขนาดกำปั้นของตัวเองก็ยังมีผู้ป่วยของไทยเราพบมากที่สุด คือ คนจากภาคอีสาน

เมื่อก้อนนิ่วติดอยู่ในท่อไตหรือท่อปัสสาวะ อาการที่เกี่ยวกับ “ฉี่” คือ ผู้ป่วยมักจะฉี่ไม่ออก บางครั้งฉี่ออกมากะปริบกะปรอยและมีเลือดปนออกมาด้วย

อาการทั่วๆ ไปนอกจากเกี่ยวกับฉี่แล้ว คือ จะมีอาการปวดปวดถี่ๆ หรือปวดๆ หยุดๆ การปวดจะเป็นการปวดบริเวณหลังใต้บั้นเอว บางคนมีไข้ต่ำๆ หรือบางครั้งไข้ก็ขึ้นสูงได้ ถ้าประกอบกับติดหวัดหรือเชื้ออย่างอื่นด้วย จะแถมด้วยอาการคลื่นไส้ก็มี โดยเหตุที่การฉี่ผิดปกติแบบนี้เกิดจากก้อนนิ่วโดยตรง ถ้าแก้ต้นเหตุได้ การฉี่ผิดปกติก็จะหายไป

อย่างไรก็ตาม ถ้าก้อนนิ่วไม่โตมากและไม่ไปอุดท่อไตหรือท่อปัสสาวะ ผู้ป่วยก็พอจะฉี่ได้บ้างไม่ได้บ้าง แพทย์บางคนจะให้ยาประเภทช่วยให้กล้ามเนื้อหย่อน กล้ามเนื้อที่ท่อปัสสาวะก็จะขยาย และบางครั้งก้อนนิ่วก็หลุดออกมาตามปัสสาวะด้วยอย่างไรก็ตาม ถ้านิ่วไม่ได้หลุดออกมา คงต้องอาศัยการผ่าตัดแต่ปัจจุบันนี้การผ่าตัดใหญ่ดูจะไม่จำเป็น เพราะมีเครื่องมือสลายนิ่วด้วยคลื่นเสียงที่เรียกว่า ลิโททริปเตอร์ (LITHOTRIPTOR)

ดื่มน้ำ นิ่ว สลายนิ่ว

นอกไปจากนั้นมี วิธีป้องกันและวิธีสลายนิ่ว ด้วยวิธีกินสารอาหารหรือการไม่กินอาหาร ที่จะไปเพิ่มการเกาะตัวของก้อนนิ่วดังนี้ คือ

  1. หยุดกินอาหารประเภทไข่ นม ช็อกโกแลต และถั่วอาหารเหล่านี้เป็นอาหารเพิ่มแคลเซียมและฟอสฟอรัส
  2. ถ้าก้อนนิ่วเป็นก้อนนิ่วประเภทฟอสเฟต ควรจะกินอาหารประเภทกรดให้มากขึ้น เช่น ใช้น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้ง
  3. ควรจะดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้ว
  4. กินโปรตีนชนิดแอมิโนแอซิด (AMINO ACID) ชื่อว่าเมไทโอนีน (METHIONINE) ขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด เช้า - เย็น เมไทโอนีนเป็นอาหารเสริม มีขายตามท้องตลาด
  5. กินแมกนีเซียมชนิดเม็ด 500 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด
  6. วิตามินบี 6 1 เม็ด ขนาด 100 มิลลิกรัม วิตามินบีคอมเพล็กซ์ ขนาด 100 มิลลิกรัม 1 เม็ด
  7. ซิงค์ (ZINC) หรือธาตุสังกะสี ขนาด 80 - 100 มิลลิกรัม 1 เม็ด

ทั้งหมดนี้จะช่วยละลายก้อนนิ่ว (เล็กๆ) ได้ เมื่อก้อนนิ่วหลุดมาแล้วก็จะฉี่ได้ตามปกติ ผมขออนุญาตอธิบายเรื่องนิ่วต่ออีกสักนิด

นิ่วไม่ใช่โรคนะครับ หมายความว่า ไม่ได้เกิดอาการของนิ่วขึ้นมาเพราะติดเชื้อโรคชนิดใดทั้งสิ้น แต่นิ่วเกิดเพราะความผิดปกติของการกินอาหารและเกิดขึ้นเพราะพันธุกรรมก็มี เมื่อเกิดเพราะการกินอาหารก็เป็นสิ่งที่เราป้องกันได้

ชนิดของก้อนนิ่วนั้นมีอยู่ 4 ชนิด คือ

  1. ก้อนแคลเซียม
  2. ก้อนจากกรดยูริก
  3. ก้อนสตรูไวต์ (STRUVITE)
  4. ก้อนซิสทีน (CYSTINE)

ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของก้อนนิ่วเกิดจากก้อนแคลเซียมทั้งสิ้น แคลเซียมที่เรากินจากอาหารทั่วๆ ไปก็ไม่เท่าไร ถ้าเราเป็นคนชอบกินของมันๆ ซึ่งมีคอเลสเตอรอลมาก ก้อนแคลเซียมก็จะเกาะกับคอเลสเตอรอลเป็นก้อนแข็งราวกับก้อนหิน เมื่อมาถึงการกินแคลเซียมมากๆ โดยเฉพาะสำหรับคุณผู้หญิงที่อายุถึงวัยทองแล้วนั้น ท่านมักจะเชื่อว่า เมื่อถึงวัยทองจะมีอาการกระดูกพรุนตามมา จะเป็นด้วยทราบมาเองว่าแคลเซียมบำรุงกระดูกหรือจะเป็นเพราะแพทย์สั่งมาเองก็ไม่ทราบ ท่านก้มหน้าก้มตากินแคลเซียมเม็ดเป็นการใหญ่ บางคนกินมากถึงวันละ 6 เม็ดก็ยังมี

ขอเรียนให้ทราบนะครับว่า นั่นอันตรายมาก กินแคลเซียมมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อ ไต และอาจจะเกิดโรคนิ่วในไตได้ง่ายด้วย

ถ้าจะกินแคลเซียมต้องกินควบไปกับแมกนีเซียม แคลเซียมกับแมกนีเซียมนั้นสูตร 2 ต่อ 1 คือ แคลเซียม 2 เม็ดแมกนีเซียม 1 เม็ดพอแล้ว ส่วนก้อนนิ่วจากกรดยูริกนั้น คุณต้องงดโปรตีนให้น้อยลง โดยเฉพาะโปรตีนจากเครื่องในของไก่เป็ด หมู หรือสัตว์ใดก็ตาม ต้องงดเด็ดขาด

ผักฉุนๆ เช่น สะตอ กระถิน ก็งดไว้ก่อน อาหารเหล่านี้มียูริกแอซิดมากทั้งนั้น ก้อนนิ่วสตรูไวต์นั้นเป็นก้อนจากแมกนีเซียม แอมโมเนียมฟอสเฟต ควรกินอาหารประเภทนมไข่ ไอศกรีมให้น้อยลง

ส่วนนิ่วจากก้อนซิสทีนนั้น ได้ทราบว่าเกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งโอกาสจะเป็นนั้นมีน้อยมาก และโดยเหตุที่นิ่วจากก้อนซิสทีนนี้เกิดจากแอมิโนแอซิดชนิดซิสทีน ฉะนั้นก็ต้องระวังเรื่องอาหารโปรตีนให้มากๆ กินอาหารสูตรชีวจิตนั้น เราให้กินโปรตีนเพียง15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เทียบกับสารอาหารอื่นๆ ก็น้อยมาก

จาก คอลัมน์ปัญจกิจสุขภาพ นิจยสารชีวจิต ฉบับ 352


บทความน่าสนใจอื่นๆ

ลดเค็ม ช่วย ไต ด้วยสมุนไพรไทย

เทคนิคกินยืดอายุผู้ป่วยไตเรื้อรัง ให้แข็งแรง สดใส

เทคนิคถนอม ไต แม้กินยามานาน

keyboard_arrow_up