9 วิธีแก้ ถุงใต้ตา ให้หน้าเด็ก ไม่แก่กว่าวัย

ถุงใต้ตา
ถุงใต้ตา

 9 วิธีแก้ ถุงใต้ตา ให้หน้าเด็ก ไม่แก่กว่าวัย

เมื่ออายุอานามเพิ่มขึ้น เรื่องที่ไม่เคยเป็นปัญหาก็กลายเป็นปัญหา สิ่งที่ไม่เคยมีก็เริ่มมี เช่น ถุงใต้ตา ซึ่งจู่ๆ ก็เกิดมีขึ้น จะใช้ใส่ของหรือประโยชน์อื่นๆ ก็ทำไม่ได้ (ฮา) วิธีเดียวคือกำจัดออกไป ว่าแต่วิธีไหนเล่า

คนที่มีปัญหาบางอย่างเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ วิธีแก้ไขเหมือนกันเพราะขึ้นอยู่กับสาเหตุดังตัวอย่างนี้ค่ะ

สองสาว คุณแมว และ คุณนก (นามสมมติ) ทำงานอยู่ที่เดียวกัน มีปัญหาเหมือนกันคือ ถุงใต้ตาบวม แต่จะต่างกันตรงที่วัยนี่แหละค่ะ

ถ้าถุงใต้ตาปรากฏเร็วเกินไปอาจทำให้บางคนดูแก่ก่อนวัยได้ ดังนั้นความหนักอกหนักใจจึงตกอยู่ที่คุณนกผู้เป็นรุ่นน้องมากกว่า ด้วยความที่ส่วนใหญ่ทั้งคู่ทำงานคู่กัน ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ขนาดนี้จึงโดนเปรียบเทียบบ่อยๆ

ถุงใต้ตา

คุณนกมีอายุอานามประมาณ 20 ปีกว่าๆ ส่วนคุณแมวซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่มีอายุเกือบ 50 ปี ต่างกันประมาณยี่สิบกว่าปี แต่บ่อยครั้งที่คุณนกถูกลูกค้าทักว่าอายุห่างจากคุณแมวเพียงไม่กี่ปี เธอจึงมีอาการจิตตก จนตัดสินใจกำจัดจุดอ่อนที่ทำให้ดูแก่ก่อนวัยอย่างเจ้าถุงใต้ตา

ตอนแรกคุณนกคิดที่จะพิฆาตเจ้าถุงใต้ตาด้วยวิธีผ่าตัด ผู้ที่ชักชวนก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นคุณแมวบัดดี้นั่นเอง แต่สุดท้ายวิธีแก้ไขของคุณนกกลับง่ายกว่านั้น ลองติดตามกันต่อนะคะ

ย้อนกลับมาที่คุณแมว เธอไปพบแพทย์ก่อนและได้รับคำแนะนำให้ทำศัลยกรรมผ่าตัดเก็บถุงใต้ตา ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อรุ่นน้องที่เป็นเพื่อนคู่ใจ จึงมาชักชวนคุณนกไปทำด้วยกันเพราะคิดว่าปัญหาเหมือนๆ กัน ผ่าตัดเหมือนกันก็คงดีขึ้น

เมื่อคุณนกได้ยินว่ามีวิธีแก้ไขทำให้ตัวเองดูเด็กสมวัยสักทีจึงอยากจะไปทำพร้อมคุณแมว แต่อีกใจก็กลัวการทำศัลยกรรม เลยมาปรึกษาปัญหาของตัวเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

ครั้งแรกที่เจอกัน คุณนกมาพร้อมกับคุณแมวที่มาเป็นเพื่อน เมื่อดูใบหน้าของเธอก็ไม่พบว่ามีริ้วรอยมาก แต่ที่ทำให้ดูแก่กว่าอายุก็คือ บริเวณใต้ตามีอาการบวมๆ ดูคล้ายถุง

คุณนกเล่าว่า เดิมเธอไม่มีถุงใต้ตา แต่เมื่อทำงานมากขึ้น ต้องใช้สายตาหน้าคอมพิวเตอร์วันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง รวมถึงใช้งานโทรศัพท์มือถือตลอดวัน ส่งอีเมล เล่นเฟซบุ๊ก แชตกับเพื่อน อีกทั้งยังนอนดึกอดหลับอดนอน แม้จะตื่นสายก็ไม่ดีขึ้น

สาเหตุที่นอนไม่พอเนื่องจากบางครั้งไปสังสรรค์บ้างทำงานดึกบ้าง คุยกับแฟนบ้าง เธอค่อยๆ เผยว่าบางครั้งคุยแล้วทะเลาะกันจนร้องไห้ตาบวมก็มี นอกจากนี้เธอยังติดขยี้ตาบ่อยๆ เนื่องจากง่วงนอนและใช้สายตามาก

เมื่อดูจากประวัติและตรวจดูลักษณะใต้ตาที่บวมคล้ายถุงของคุณนกแล้ว หมออธิบายให้เธอฟังว่า ปัญหาถุงใต้ตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ พฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบจัดเต็มเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ใต้ตาดูทรุดโทรม ใบหน้าดูแก่กว่าวัย เพราะทำให้การไหลเวียนเลือดและน้ำไม่ดีมีของเหลวคั่งอยู่ที่ใต้ตาจนกระทั่งเกิดอาการบวม

สมาร์ทโฟน ถุงใต้ตา

พร้อมกันนี้จึงแนะนำให้ แก้ไขด้วยวิธีที่ไม่ใช่การผ่าตัดก่อน โดยใช้การปรับพฤติกรรมนั่นเอง ได้แก่

1. พักการใช้สายตาบ้าง ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระหว่างพักสายตาอาจใช้วิธีธรรมชาติช่วยโดยนำผ้าห่อน้ำแข็งสำหรับประคบ แตงกวาหั่นเป็นแว่นๆ หรือถุงชาแช่เย็นมาวางลงบนเปลือกตานาน 5 - 10 นาทีเพื่อลดอาการบวม

2. ปรับแสงในห้องให้เหมาะสม รวมถึงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ใช้

3. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนคว่ำเป็นเวลานาน เพราะทำให้ของเหลวบริเวณนั้นไหลเวียนไม่สะดวก ควรนอนให้หัวสูงเพื่อป้องกันอาการคั่งของน้ำ

4. หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือร้องไห้บ่อยๆ

5. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม เพราะทำให้อาการบวมเป็นมากขึ้น

6. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพราะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการเครียด ล้า และฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

7. นวดเบาๆ จากมุมของหัวตาไปจนถึงหางตา และกดจุดบริเวณหัวตา กึ่งกลางของขอบตาล่าง และหางตานาน 1 - 2 วินาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของของเหลว

8. กินอาหารที่มีวิตามินเอ ซี และอี เพื่อช่วยลดอาการถุงใต้ตาบวม และบำรุงให้ผิวดีขึ้น

9. เพิ่มการออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้เลือดและของเหลวไหลเวียนดี

การรักษาในรายคุณนกใช้การปรับพฤติกรรมผสมผสานกับการฝังเข็มสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อปรับสมดุลภายในส่งผลให้บริเวณใต้ตาดีขึ้นมาก ที่เคยบวมเป็นถุงดูลดลง

นอกจากสวยขึ้นแล้ว ผลพลอยได้ที่พ่วงมาด้วยคือ นอนหลับดีขึ้น สุขภาพจิตก็ดีขึ้น และไม่น่าเชื่อนะคะว่า เธอทะเลาะกับแฟนลดลงไปด้วย ไม่ต้องร้องไห้ตาบวมบ่อยๆ นั่นก็มาจากการที่กายใจสมดุลกัน ความคิดความอ่านจึงดีขึ้น

ถุงใต้ตา

ส่วนสาเหตุถุงใต้ตาของคุณแมว มาจากอายุที่มากขึ้นเนื้อเยื่อที่รองรับถุงไขมันหย่อนคล้อย เพราะเกิดความเสื่อมจึงเห็นถุงไขมันใต้ตาชัดเจน การผ่าตัดเป็นหนึ่งในวิธีรักษาในกรณีนี้ แต่ก็แนะนำให้เธอปรับเปลี่ยนการปฏิบัติตัวเพื่อลดถุงใต้ตาไปด้วย

เห็นไหมว่า ปัญหาเดียวกัน แต่ใช้วิธีแก้ไขต่างกันไปตามสาเหตุ ถ้าเผลอไปแก้แบบเดียวกันอาจทำให้ทั้งเจ็บตัวและเสียเงินเปล่าๆ ได้ค่ะ

ถุงใต้ตามาจากไหน

  •  กรรมพันธุ์
  •  ความชรา
  •  พฤติกรรมบางอย่าง เช่น นอนดึก ขยี้ตา
  •  ร้องไห้บ่อย ใช้สายตามาก
  •  กินอาหารที่มีรสเค็ม ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  •  ความเครียด ทำงานหนัก อดนอน
  •  การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ถุงใต้ตาบวมก่อนมีประจำเดือน
  •  แพ้สารต่าง ๆ เช่น จากมาสคารา ครีมทาใต้ตา
  •  แพ้อาหาร สิ่งแวดล้อม ฝุ่น
  •  โรคบางอย่าง เช่น ไฮโปไทรอยด์ โรคไต

 

จาก คอลัมน์ชีวจิต Anti-aging นิตยสารชีวจิต ฉ.343 (16 มกราคม 2556)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

ใบหน้า สวยตามธาตุ ตำรับแพทย์จีน

หน้าเด็ก ไม่ง้อโบท็อกซ์

บริหารใบหน้าคืนความอ่อนเยาว์

keyboard_arrow_up